กองทุนมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉลี่ยในรอบบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนจัดตั้งในเดือนกรกฎาคม 2559 มีการจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 1.00 บาทต่อหน่วย
สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 28 กันยายน 2561 YTD (3ม.ค.-28ก.ย.61) อยู่ที่ 9.71% 6 เดือนอยู่ที่ 7.32% และ1 ปี อยู่ที่ 13.44% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน( Benchmark ) YTD อยู่ที่ 4.71% 6 เดือนอยู่ที่ 6.82% และ1 ปี อยู่ที่ 7.41%
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 204( KTFF204) เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2561 อายุโครงการ 12 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ซึ่งประกอบไปด้วย เงินฝากประจำของAgricultural Bank of China , Bank of China , China Construction Bank Asia , AL Khalij Commercial Bank , Commercial Bank PQSC บัตรเงินฝาก Industrial and Commercial Bank of China , China Merchanyts Bank , และ MTN ของMashreq Bank โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.80% ต่อปี โดยบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย
แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกช่วงอายุตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทน US Treasury โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิจำนวน 15,370 ล้านบาท โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 bps. มาอยู่ที่ 1.96% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9 bps.มาอยู่ที่ 2.41% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6 bps. มาอยู่ที่ 2.87% ต่อปี
ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกช่วงอายุแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ตามแรงขายหลังอัตราการว่างงานเดือนกันยายนอยู่ในระดับ 3.7% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1969 ในขณะที่ก่อนหน้านั้นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่แข็งแกร่งเกินคาด การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ รวมถึงการที่ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดา โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 bps. มาอยู่ที่ 2.88% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13 bps. มาอยู่ที่ 3.07% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18 bps. มาอยู่ที่ 3.23% ต่อปี
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
FUTURERT เตรียมจ่ายเงินปันผล ครั้งที่ 5 ในอัตรา 0.122869 บาทต่อหน่วยและเงินลดทุนชำระแล้ว ในอัตรา 0.1471 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone
QHHRREIT ปลื้ม! นักลงทุนแห่จองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวันแรกแน่น รับกระแส Hospitality REIT ขาขึ้น มั่นใจศักยภาพทำเล Super Prime CBD 'ชิดลม-หลังสวน'
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินปันผล 0.02417 บาท และเงินลดทุน 0.12 บาท วันที่ 20 มี.ค. นี้
ธนาคารไทยเครดิต ผนึก 6 บลจ. ชั้นนำขยายโอกาสการลงทุน ยกระดับการบริหารความมั่งคั่งภายใต้แนวคิด "Explore More Opportunities to Grow Your Wealth"
ธ.ทิสโก้ต่อยอด Friends for Well-Being ผนึก CEO และ MD 4 บลจ. - 3 อาจารย์แพทย์ รพ.รัฐชั้นนำ สร้าง Ecosystem วางแผนเกษียณองค์รวม ในงาน Beyond Wealth & Well-being 2026