ผลงานวิจัยล่าสุดยืนยันว่า รสอูมามิช่วยควบคุมความรู้สึกอยากรับประทานอาหารและช่วยลดปริมาณการใช้เกลือ (โซเดียม) ในการปรุงอาหาร
รสอูมามิ หรือรสอร่อยกลมกล่อม ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 ซึ่งก็นับเป็นเวลา 110 ปีแห่งการค้นพบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้ จากผลงานการวิจัยล่าสุด แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์นานัปการของรสอูมามิ
ในระหว่างการประชุมวิชาการนักกำหนดอาหารอาเซียน (Asian Congress of Dietetics: ACD) ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ณ Hong Kong Polytechnic University ภายใต้หัวข้อ "การยกระดับการศึกษาด้านโภชนาการและการกำหนดอาหารในเอเชีย" (The Rise of Nutrition and Dietetics in Asia) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมอภิปรายและนำเสนอผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับรสชาติอูมามิ รวมถึงความสำคัญของรสอูมามิในด้านการควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพ ระหว่างงานสัมมนาพร้อมรับประทานอาหารกลางวันเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
สำหรับวิทยากรหลักในการสัมมนาครั้งนี้ก็คือ Dr. Snigdha Misra ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหารเพื่อสุขภาพ มหาวิทยาลัย International Medical ประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้นำเสนอผลงานวิจัยล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่ารสอูมามิช่วยเพิ่มความอร่อยให้อาหารและเพิ่มความพึงพอใจในรสชาติของผู้รับประทาน ช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากรับประทานอาหาร และส่งเสริมการมีโภชนาการที่ดีในผู้สูงอายุ ในงานนี้ Dr. Snigdha ยังได้พูดถึงว่าเพราะเหตุใดอาหารที่มีรสอูมามิหรือรสอร่อยกลมกล่อม จึงมีส่วนช่วยในการลดปริมาณการได้รับเกลือ (โซเดียม) จากอาหารและช่วยรักษาความดันโลหิตให้เป็นปกติอีกด้วย
Dr. Snigdha กล่าวว่า "ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักประสบปัญหาเรื่องความรู้สึกอยากรับประทานอาหาร เนื่องจากประสิทธิภาพในการรับรู้รสชาติลดลง ทั้งนี้ การใส่ซอสปรุงรสหรือเครื่องปรุงอื่นๆในปริมาณมากๆ ช่วยทำให้อาหารมีรสชาติและดูน่ารับประทานก็จริง แต่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเนื่องจากมีปริมาณโซเดียมในระดับที่สูง หนึ่งในคุณประโยชน์ของรสอูมามินั้น นอกจากจะช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยลดปริมาณการใช้เกลือ (โซเดียม) ในการปรุงอาหารแล้ว ยังช่วยกระตุ้นความอยากรับประทานอาหารอีกด้วย"
International Glutamate Information Service (IGIS) ผู้สนับสนุนการจัดงานสัมมนา ระบุว่า "การประชุมวิชาการนักกำหนดอาหารอาเซียน (ACD) ในปีนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการยกระดับโภชนาการในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประจวบเหมาะกับวาระสำคัญของรสอูมามิพอดี โดยย้อนไปเมื่อ 110 ปีที่แล้วในประเทศญี่ปุ่น ศาสตราจารย์ ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนเรกที่ค้นพบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ "อูมามิ" จากกรดอะมิโน "กลูตาเมต" ที่พบในน้ำซุปที่ได้จากการต้มสาหร่ายทะเลคมบุ และตั้งชื่อรสชาตินี้ว่า "อูมามิ" ซึ่งเป็นรสชาติที่มีความเป็นสากลโดดเด่นและแตกต่างจากรสชาติพื้นฐานอื่นๆ ได้แก่ รสหวาน เปรี้ยว ขม และเค็ม ปัจจุบัน รสอูมามิได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในห้ารสชาติพื้นฐาน และ ดร.อิเคดะ ตั้งปณิธานไว้ว่าจะยกระดับโภชนาการของชาวญี่ปุ่นด้วยเครื่องปรุงรสอูมามิของเขา"
IGIS เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับรสอูมามิ กลูตาเมต และโมโนโซเดียมกลูตาเมต (เครื่องปรุงรสอูมามิ) โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ glutamate.org
สสวท. ผนึกกำลัง มรภ.ราชนครินทร์ และ สวคท. แถลงความพร้อมจัดงาน "วทร.25" ชูแนวคิด Green STEM ขับเคลื่อนครูไทย สร้างนวัตกรรมห้องเรียนยั่งยืน
อย. จัดเวทีประชุมวิชาการ ประจำปี 2569 ชูวิจัยและมาตรฐาน ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่สากล
มทร.ธัญบุรีมุ่งหน้าสู่การเป็น Innovation University จัดกิจกรรมระดมนักวิจัยระดับหัวกะทิ
สสวท. ชวนครูไทยทั่วประเทศโชว์นวัตกรรม "Green STEM & AI" ในงาน วทร.25 ยกระดับห้องเรียนอนาคตสู่ความยั่งยืน
"เมดีซ กรุ๊ป" เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เพื่อสำรวจโอกาสในการขยายตลาดและโอกาสการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ณ ประเทศในจีเรีย
จุฬาฯ เจ้าภาพการประชุมวิชาการนานาชาติ Asian Sustainable Campus Network (ASCN) และการประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN) ครั้งที่ 10
วทร. 25 เวทีระดับชาติสำหรับครูไทย เชิญชวนส่งผลงานขับเคลื่อน Green STEM เพื่อโลกยั่งยืน
ม.พะเยา เจ้าภาพ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ PULINET ครั้งที่ 16 ขับเคลื่อนการเรียนรู้นวัตกรรม สู่ "Library for All"
นิเทศนิด้า ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดรับบทความวิชาการ (Call for Papers) TMF Journal Conference 2025