ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารในยุค Thailand 4.0 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และตอบรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งในแง่ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ความปลอดภัยอาหาร ตลอดจนเทคโนโลยีล่าสุดและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารและบริการที่ตอบโจทย์ของผู้บริโภค จะเห็นได้จากผลสำรวจการวิจัยและพัฒนาและกิจกรรมนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม ในรอบการสำรวจประจำปี 2560 พบว่า อุตสาหกรรมอาหารมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับแรก คือ 15,051 ล้านบาท โดยผ่านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาสูตรอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้สอดคล้องตามความต้องการและพฤติกรรมการบริโภคที่ปรับเปลี่ยนไป แต่การลงทุนเหล่านี้มาจากบริษัทขนาดใหญ่ ในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารของไทยกว่า 90% เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และผู้ประกอบการอื่นๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโช่มูลค่าอาหารของไทย หันมาให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล รวมทั้งเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารกว่า 60 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 9.8 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 6% ของมูลค่ารวมของตลาด และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นสะท้อนให้เห็นจากรายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโต 6-7% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยจุดประกายและผลักดันให้ บจ.ขนาดกลางและเล็กในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารเกิดความตระหนักและนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนธุรกิจ อันจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโต สร้าง Well-being Economy ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวว่า TMA มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านต่างๆ เพื่อสร้างขีดความสามารถของทั้งบุคลากร องค์กร และ ประเทศ ให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัล ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ซึ่ง TMA ได้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการ ในภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร มาตั้งแต่เริ่มโครงการ Thailand Competitiveness Enhancement ในปี 2552 เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Food Innopolis ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) มาโดยตลอด ในการเสาะหาแหล่งองค์ความรู้และเชื่อมโยงเครือข่าย cluster อุตสาหกรรมอาหารสำคัญจากทั่วโลก เพื่อช่วยสนับสนุนการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น Food Innovation Hub ในภูมิภาคนี้
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการให้ความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ เทคโนโลยีใหม่ในการแปรรูป การวิจัยและพัฒนา กฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนให้คำปรึกษา และส่งเสริมให้ บจ. ที่ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารเข้าถึงบริการของภาครัฐเพื่อต่อยอดการทำธุรกิจในอนาคต
ปตท. คว้า 6 รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2025 สะท้อนบทบาทองค์กรแห่งความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน
TMA ชี้ทางรอดธุรกิจไทย ปี 69 องค์กรต้องกล้าเปลี่ยนผ่าน "เทคโนโลยี คน นวัตกรรม ความยั่งยืน" หัวใจหลักฝ่าคลื่นเศรษฐกิจ
TMA เดินหน้าผลักดันองค์กรไทยสู่ความเป็นเลิศ มอบรางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ Thailand Corporate Excellence Awards 2025 เชิดชูองค์กรที่มีความเป็นเลิศ
จรีพร จารุกรสกุล WHA Group รับรางวัลพระราชทาน "ความเป็นเลิศด้านผู้นำ" Thailand Corporate Excellence Awards 2025
TMA เดินหน้าผลักดันองค์กรไทยสู่ความเป็นเลิศ ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลก มอบรางวัล Excellence Awards 2025 เชิดชู 37 องค์กรธุรกิจที่มีความเป็นเลิศ
เคทีซีคว้ารางวัลความเป็นเลิศ 2 ปีซ้อน จากสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จับมือ ศศินทร์ เร่งสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรไทย
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลโดย IMD ประจำปี 2568
TechInno Forum 2025 ชี้การขับเคลื่อนแนวคิด "Care Economy" เป็น New-S Curve สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน