นับได้ว่ามีความสวยงามตามแบบประเพณีโบราณของชาวไตอย่างแท้จริง รวมถึงพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ทำให้ประเพณีปอยส่างลอง ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกับการร่วมทำบุญสืบสานงานประเพณีดังกล่าวด้วย
คำว่า " ปอยส่างลอง " เป็นภาษาไทใหญ่เกิดจากคำ ๓ คำ มาสมาสกัน คือ คำว่า " ปอย " แปลว่า " งาน " คำว่า " ส่าง " สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า " สาง " หรือ " ขุนสาง "หมายถึงพระพรหม ในหนังสือธรรมะของชาวไทใหญ่กล่าวถึงว่า " พระคณิตพรหมได้ถวายจีวรแก่เจ้าชายสิทธัตถะ ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เมื่อคราวที่หนีออกไปบวช " อีกความหมายหนึ่งนั้น คำว่า " ส่าง " มาจากคำว่า " เจ้าส่าง " หมายถึงสามเณร ส่วนคำว่า " ลอง " มาจากคำว่า " อลอง " แปลว่า พระโพธิสัตว์ หรือหน่อพุทธางกูร ดังนั้นงาน " ปอยส่างลอง " ก็คืองานบวชลูกแก้วของชาวล้านนานั่นเอง ประวัติความเป็นมา ส่างลอง มีความหมาย
๒ นัย คือ นัยที่หนึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำว่า " ส่าง " หมายถึง เจ้าส่าง คือสามเณรในภาษาไทย กับคำว่า " ลอง " หรือ " อลอง " หมายถึงหน่อกษัตริย์หรือผู้ที่เตรียมจะเป็นส่างลองคือผู้ที่เตรียมจะเป็นสามเณร ส่วนนัยที่สอง ถือตามความในวรรณกรรมไตเรื่อง " อ่าหนั่นต่าตองป่าน " หรือ เรื่องการทูลถามของพระอานนท์ เกี่ยวกับการเป็นส่างลองว่ามีอานิสงส์มากน้อยอย่างไร
การจัดงานบวชเณรของชาวไทใหญ่ หรือส่างลองนั้น เป็นพิธีที่ต้องเตรียมงานกันนานใช้เวลาจัดงาน ๓-๕ วันมีการเชิญผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และมีขั้นตอนโดยแบ่งเป็นวันต่างๆดังนี้
วันแรก เรียกว่า วันรับส่างลอง
ในตอนเช้าเจ้าภาพส่างลองจะนำบรรดาเด็กชายไปวัด เพื่อแต่งชุดส่างลองด้วยการนุ่งโจงกระเบนสีสดปล่อยชายด้านหลังยาวจับกลีบ คาดด้วยเข็มขัดนาคหรือเงิน สวมเสื้อแขนกระบอกโค้งงอน เสื้อปักฉลุลายดอกไม้สีต่างๆ ศีรษะโพกผ้าแพรเกล้ามวยเสียบด้วยดอกไม้ เช่น ดอกเอื้องคำ หรือดอกไม้อื่นๆ แต่งหน้าส่างลองด้วยการ เขียนคิ้ว ทาปาก สีแดง และสวมถุงเท้าสีขาว ถือเป็นการแต่งตัวอลองเต็มตัว พระสงฆ์ให้ศีลให้พรอบรมสั่งสอน
หลังจากเสร็จพิธีรับส่างลองแล้ว "ตะแปส่างลอง" จะเอาส่างลองขี่คอลงมาจากวัดมาฟ้อนรำบริเวณหน้าวัดเป็นการเฉลิมฉลองและต้อนรับส่างลอง บรรดาพ่อแม่ส่างลองและเหล่าญาติก็จะโปรยข้าวตอกดอกไม้เป็นการอนุโมทนาสาธุ เป็นภาพที่น่าดูและน่าชื่นชมมาก หลังจากฟ้อนรำฉลองการต้อนรับส่างลองจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว คณะส่างลองก็จะเคลื่อนขบวนไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมืองหรือศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ในขณะที่แห่ส่างลองไปตะแปส่างลองก็จะเต้นไปด้วยส่างลองก็จะโยกตัวไปตามเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง และที่เด่นอีกอย่างในขบวนแห่ส่างลองก็คือ "ทีคำ" (ร่มทองคำ) ที่ใช้กางกั้นบังแดดให้ส่างลอง ซึ่งจะมีจำนวนเท่ากับจำนวนส่างลอง "ทีคำ"จะใช้กางเฉพาะส่างลองหรือพระพุทธรูปเท่านั้น
จากนั้น "ตะแปส่างลอง" หรือผู้ให้ขี่คอ นำส่างลองไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลหลักเมือง เจ้าคณะจังหวัด และญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในขบวนจะมี "ทีคำ"หรือร่มทองคำกางบังแดดให้ส่างลอง
ในวันแรกนี้ บ้านเจ้าภาพส่างลองทุกบ้านจะมีคนมาช่วยกันเตรียมอาหารไว้บริการส่างลอง ตะแปส่างลองและผู้มาร่วมงานทุกคนตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งกลางคืนก็จะมีผู้คนมาเยี่ยมเจ้าภาพ มาร่วมทำบุญบ้าง ผู้มาร่วมงานจะมีจำนวนมากมาย เจ้าภาพก็จะจัดเตรียมน้ำดื่ม ขนมนมเนย หมากเมี่ยงบุหรี่มาเลี้ยงดูทุกคน และมีกลองมองเซิงมาตั้งไว้ให้บรรเลงกันเป็นที่สนุกสนานเป็นช่วงๆ ไป พอตกดึกก็จะมี "เฮ็ดกวาม" และบรรเลงกลองมองเซิงสลับกันจนถึงรุ่งเช้า
คือ วันรับแขกนั่นเอง จะเป็นวันที่ญาติพี่น้องจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน วันนี้นับว่าสำคัญยิ่งเพราะจะมีพิธีต่างๆ ๓ พิธี คือ พิธีการแห่โคหลู่ (เครื่องไทยธรรม) การเลี้ยงอาหารส่างลองเต็มรูปแบบ (กับข้าว ๑๒ อย่าง) และทำพิธีเรียกขวัญส่างลอง
วันนี้เจ้าภาพจะต้องเตรียมข้าวปลาอาหารไว้มากกว่าปกติ ญาติที่มาร่วมงานจะผูกข้อมืออวยพรให้ อลอง ชื่นชมบารมีของอลอง ช่วยงาน และร่วมสนุกสนานต่างๆ เป็นการเฉลิมฉลองอลอง ตั้งแต่ตอนเช้าจะมีผู้คนจากทั่วทุกหมู่บ้านแต่งกายกันอย่างสวยงามใครมีแก้วแหวนเงินทองเครื่องประดับอะไรก็จะสวมใส่ประชันกันอย่างเต็มที่ต่างช่วยกันจัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและอัฐบริขารที่จะนำไปเข้าขบวนแห่โคหลู่ (ไทยธรรม) เครื่องไทยธรรมทุกชิ้นจะนำมาแห่พร้อมกันในวันนี้เสมือนหนึ่งเป็นการเลียบนครของอลอง เป็นกิจกรรมแสดงถึงความหรูหราและพร้อมเพรียงของงานปอยส่างลอง เหล่าญาติ และศรัทธาประชาชนจะพร้อมเพรียงกันมาร่วมขบวนแห่อย่างสนุกสนาน ช่วยกันถือ ช่วยกันแบก ช่วยกันหามอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรมทุกชิ้นทั้งเล็กและใหญ่ได้นำมาจัดเรียงร่วมขบวนให้ครึกครื้นสวยงาม ทุกคนมีความรู้สึกร่วมในส่วนบุญด้วยศัทธาและเต็มใจ
วันที่ ๓ เรียกว่า วันแห่โคหลู่
เป็นวันแห่งเครื่องไทยทาน มีการแห่ส่างลองกับเครื่องไทยทานจากวัดกลางทุ่ง ไปตามถนนสายต่างๆ ในช่วงเช้ามีผู้มีจิตศรัทธาร่วมขบวนมากมายเพื่อช่วยกันแบกหามเครื่องอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรม ทั้งเล็กและใหญ่ ขบวนแห่ประกอบด้วยจีเจ่ (กังสดาล) ม้าเจ้าเมือง ต้นตะเป่ส่าพระพุทธ ต้นตะเป่ส่าพระสงฆ์ ปุ๊กข้าวแตก เทียนเงินเทียนทอง พุ่มเงินพุ่มทองอู่ต่องปานต่อง หม้อน้ำต่า อัฐบริขาร ดนตรีประโคมและขบวนแห่ส่างลอง โดยให้ส่างลองขี่คอพี่เลี้ยงเรียกว่า "ตะแปส่างลอง" มีกลดทองหรือ "ทีคำ" แบบพม่าไว้บังแดด ตอนเย็นมีการแสดงมหรสพสมโภชตามประเพณีไตที่วัดหัวเวียง
คือจะนำส่างลองไปบรรพชาเป็นสามเณรหากในการจัดงานมี จางลอง คือผู้ที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ด้วย ก็จะทำกันตั้งแต่เช้าตรู่ เรียกกันว่า ยาบจาง การหยาบจางหรืออุปสมทบจะเริ่มราวๆ ๐๔.๐๐ - ๐๕.๐๐ น. ตะแปจางลองจะแต่งตัวจางลองและนำจางลองขี่ม้าแห่ไปวัด โดยมี จีเจ่ (กังสดาล) ตีนำขบวน และอาจมีดนตรีพื้นบ้านหรือกล่องก้นยาวร่วมขบวนไปด้วย เมื่อถึงวัดก็จะเวียนรอบโบสถ์ ๓ รอบ แล้วทำพิธีอุปสมบทในโบสถ์ หากวัดใดไม่มีโบสถ์เจ้าภาพก็จะร่วมกับทางวัดจัดทำ สิ่มน้ำ คือจะทำศาสาที่ประกอบพีอุปสมบทอยู่กลางแม่น้ำหรือในบึงแล้วนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีอุปสมบทในสิ่มน้ำนี้
ในวันข่ามส่าง ผู้คนจะมาชุมนุมกันที่วัดกันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่จะไปถึงวัดก่อนพร้อม อุ๊บ หรือขันดอกไม้ จนได้เวลาพอสมควรก็จะมีการ ถ่อมลีก คืออ่านหนังสือธรรมะให้ทุกคนฟังอันเป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีซึ่งถือเป็นประเพณีสืบทอดกันมานานผู้ฟังก็จะนั่งฟังอย่างสงบและสำรวมกิริยาอาการ
เมื่อได้เวลาฉันเพลก็จะมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่นิมนต์มาร่วมพิธีบรรพชาสามเณรก่อนแล้วจึงเลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงานในพิธี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
โดยในปีนี้มีจัดงานปอยส่างลองอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดหัวเวียง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ ๒-๕ เมษายน ๒๕๖๒ และยังมีกำหนดจัดงานประเพณีปอยส่างลองในหลายพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาทิเช่น
- วันที่ ๒๐-๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๒๒ มีนาคม ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปยังวัดปางหมู
- วันที่ ๒๙-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดห้วยทรายขาว ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่ครัวหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๓๐ มีนาคม ไปวัดห้วยทรายขาว
- วันที่ ๒๘-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดผาบ่องเหนือ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๓๐ มีนาคม ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดผาบ่องเหนือ
- วันที่ ๒-๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดหัวเวียง ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๔ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดหัวเวียง
- วันที่ ๘-๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดไม้ฮุง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๙ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดไม้ฮุง
- วันที่ ๑๙-๒๒ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดหมอกจำแป่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๒๑ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดหมอกจำแป่
อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- วันที่ ๒๕-๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดม่วยต่อ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๒๖ มีนาคม ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. เป็นต้นไปวัดม่วยต่อ อ.ขุนยวม
- วันที่ ๒๙-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดประตูเมือง ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๓๐ มีนาคม ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดประตูเมือง
- วันที่ ๕-๗ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดคำใน ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๖ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไปวัดคำใน
- วันที่ ๘-๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดเมืองปอน ต.เมืองปอน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๙ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๐๘:๐๐ น. ไป วัดเมืองปอน
อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- วันที่ ๔-๗ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดศรีบุญเรือง ต.แม่สะเรียง
- วันที่ ๕-๗ เมษายน ๒๕๖๒ ณ วัดสุพรรณรังษี ต.แม่สะเรียง
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) พร้อมกันในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๑๖:๐๐ น. ไปยังวัดศรีบุญเรือง และวัดสุพรรณรังษี
อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- วันที่ ๙-๑๓ เมษายน ๒๕๖๒ ณ ศรีดอนชัย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
แห่เครื่องไทยทาน (โคหลู่) วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๑๕:๐๐ น. เป็นต้นไป
อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- วันที่ ๒๙-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ วัดถ้ำลอด ต. ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
แห่โคหลู่(เครื่องไทยทาน) วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๒ ไปยังวัดถ้ำลอด
ททท. จัดกิจกรรม Thailand Co-creator ดึงเซเลบริตี้-อินฟลูเอนเซอร์ไทย-เทศ ส่งเสริมความเชื่อมั่น "Trusted Thailand" ถ่ายทอดเสน่ห์เที่ยวไทยสู่ Quality Leisure Destination
ททท.ชวนรู้จักเมืองไทยในอีกมุมมอง กับ 9 เส้นทางเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์
เริ่มแล้ว "เชียงใหม่ Night Market" แต่งแต้มเชียงใหม่ยามค่ำคืนเนรมิตถนนคนเดินท่าแพ ด้วย Light Installation - Mapping สุดอลังการ
เปิดฉากยิ่งใหญ่ "เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41"
ไทยแลนด์ พริวิเลจ ปักหมุดภูเก็ต! ในงาน TIBS 2026 ดึงกลุ่ม HNWIs จากทั่วโลก พำนักระยะยาวในประเทศไทย
เริ่มแล้ว "เชียงใหม่ Night Market" แต่งแต้มเชียงใหม่ยามค่ำคืน เนรมิตถนนคนเดิน " สันกำแพง" ด้วย Light Installation - Mapping สุดอลังการ
เคทีซี ผนึก Weddinglist สร้าง Wedding Ecosystem ครบวงจร ดันไทยสู่ World Wedding Destination ผ่านมหกรรม "Thailand Weddinglist 2026"
Thailand Privilege Card มอบบัตร Friends of Thailand ให้แก่นักชกชาวต่างชาติผู้ชนะเวที "ราชดำเนินเวิลด์ซีรีส์" ตอกย้ำ soft power มวยไทยในระดับสากล
ททท. นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่าน 2 ถนนคนเดินเชียงใหม่ "ท่าแพ - สันกำแพง" ในงาน "เชียงใหม่ Night Market" สร้างกระแสเที่ยวถนนคนเดินสู่แลนด์มาร์กยามค่ำคืน