กองทรัสต์ SHREIT แถลงผลงานปี 61 กำไร 141.62 ล้านบาท แสดงถึงทรัพย์สินคุณภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโต

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

           กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า 'สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้' หรือ SHREIT เผยผลการดำเนินงาน โชว์รายได้ปี 2561ที่ 418.83 ล้านบาท ทำกำไรได้ 141.62 ล้านบาท จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง รับการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนเติบโตและแรงเสริมจากกลุ่มนักธุรกิจที่เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ดันรายได้เฉลี่ยต่อห้องรวม (REVPAR) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมโชว์ราคาประเมินทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 143.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำผู้บริหารกองทรัสต์มีความสามารถคัดเลือกสินทรัพย์ที่ดีเข้ากองทุน 
          นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระที่บริหารโดยมืออาชีพ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT เปิดเผยว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า 'สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้' หรือ SHREIT รายงานผลการดำเนินการในปี 2561 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 418.83 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 141.62 ล้านบาท
โรงแรมทั้ง 3 แห่งในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุน มีผลการดำเนินงานขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักธุรกิจเป็นอย่างดี ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องรวม (REVPAR) ของโรงแรม IBIS Saigon South เพิ่มขึ้นร้อยละ7.1 โรงแรม Capri by Fraser เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 และโรงแรม Pullman Jakarta Central Park เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 
          จากสภาพตลาดทุนที่ผันผวนในช่วงปลายปี 2561 เป็นผลให้กองทรัสต์ตัดสินใจเพิกถอนแผนการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เพื่อเข้าลงทุนในโรงแรม 2 แห่ง ในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนจากการดำเนินการเข้าซื้อสินทรัพย์ และส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ ในไตรมาสที่ 4/2561 จึงเป็นเหตุให้กองทรัสต์เลื่อนการจ่ายเงินปันผลเฉพาะในงวดไตรมาส 4 ของปี 2561อย่างไรก็ตามผู้จัดการกองทรัสต์มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของกองทรัสต์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2562 
          ในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมากองทรัสต์ ได้ทำการทบทวนการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 143.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อสินทรัพย์ ณ วันที่จัดตั้งกองทรัสต์ซึ่งอยู่ที่ 130.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 9.6 และ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าเงินลงทุนตามงบการเงิน ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 138.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 3.6 ซึ่งการเพิ่มของมูลค่าประเมินของทรัพย์สินนั้น ตอกย้ำว่าผู้จัดการกองทรัสต์มีความสามารถในการเลือกเฟ้นทรัพย์สินที่สร้างความมั่งคั่ง และมีโอกาสการเติบโตให้แก่นักลงทุน
          สินทรัพย์ที่กองทรัสต์เข้าลงทุน ประกอบด้วย 1.โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ในกรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 317 ห้อง 2.โรงแรม Capri by Fraser ระดับ 4 ดาว โดยมีห้องพักจำนวน 175 ห้อง และ 3.โรงแรม IBIS Saigon South ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว จำนวน 140 ห้อง ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ล้วนเป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วโดยอยู่ในทำเล ที่มีศักยภาพเป็นที่นิยมของผู้เข้าพักที่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติรวมถึงนักธุรกิจ นอกจากนี้ยังจับกลุ่มลูกค้าเข้าพักที่แตกต่างกัน โดยเป็นโรงแรมตั้งแต่ระดับ 3-5 ดาว จึงเป็นการกระจายความเสี่ยงในการจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ดี
          โดยในช่วงต้นปี โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกองทรัสต์ ยังได้รับเกียรติจัดการประมูลภาพเขียนของ Mr. Joko Widodo ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียเพื่อระดมทุน ซึ่งจัดโดยทีมผู้สมัครรับเลือกตั้ง สะท้อนถึงศักยภาพของโรงแรมที่การันตีโดยรางวัลการให้บริการระดับสากล Best Luxury Art Hotel for Indonesia และ Best Hotel city Awards ของประเทศอินโดนีเซีย 
          ผู้จัดการกองทรัสต์ยังคงเชื่อมั่นในความสามารถของสินทรัพย์ที่กองทรัสต์เข้าลงทุนมีความโดดเด่นของศักยภาพทำเลที่ตั้งซึ่งกระจายอยู่ในประเทศที่มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีอัตราการขยายตัวที่ดี จะส่งผลให้ทรัพย์สินดังกล่าว สามารถสร้างรายได้เติบโตจากปัจจัยบวก รวมทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องต่อไป
กองทรัสต์ SHREIT แถลงผลงานปี 61 กำไร 141.62 ล้านบาท แสดงถึงทรัพย์สินคุณภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโต
 

ข่าวอสังหาริมทรัพย์+การท่องเที่ยววันนี้

CPNREIT โชว์ศักยภาพ 'เซ็นทรัล พัทยา' และ 'เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต' ร่วมสร้างปรากฏการณ์ Pride Month ยิ่งใหญ่ ดันพัทยาสู่ Pride Destination โลก

"ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท" หรือ "CPNREIT" สะท้อนความแข็งแกร่งของทรัพย์สินศักยภาพสูง โชว์ความสำเร็จของศูนย์การค้า 'เซ็นทรัล พัทยา' และ 'เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต' ในฐานะแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวระดับโลก ผนึกกำลัง เมืองพัทยา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), อำเภอบางละมุง, มูลนิธิซิสเตอร์ และเครือข่ายพันธมิตรกว่า 100 องค์กรทั่วประเทศ สร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองในงาน "PATTAYA International PRIDE Festival 2026" ผ่านแนวคิด "PROUD IN EVERY SHADE,