แซนดรีน ลูเค็ท (Sandrine Llouquet) ที่มีชื่อว่า บทที่ 4วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          แกเลอรี่ คุย์อัน (Galerie Quynh) มีความยินดีนำเสนอนิทรรศการเดี่ยวโดยเป็นการแสดงผลงานใหม่ของ แซนดรีน ลูเค็ท (Sandrine Llouquet) ที่มีชื่อว่า บทที่ 4: วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน (Chapter 4: Days and Nights of Revolving Joy) นี่จะเป็นการแสดงงานเดี่ยวครั้งที่ 5 ของศิลปินที่แกลเลอรี่นี้ โดยเป็นการหยิบยืมคำพูดจาก เดอะ โฟร์ โซอา (The Four Zoas) ซึ่งเป็นหนังสือบทกวีเร้นลับที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของวิลเลียมเบลค ที่ชื่อเรื่องสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางอันซับซ้อนและต่อเนื่องของการเรียนรู้และการค้นพบสำหรับศิลปิน ชุดแรกของผลงานต่อเนื่องนี้ได้มีการเปิดแสดงในปีพ.ศ. 2556 ในชื่อ บทที่ 1: สถานที่ที่ฉันพยายามจมมังกร (Chapter 1: Where I attempt to drown the dragon); บทที่ 2: รับรู้ถึงมิดิที่เลสเคป (Chapter 2: Midi was realized at L'Espace) ฮานอย เวียดนาม ในพ.ศ. 2558; และบทที่ 2: เล 101 แกรนด์ (Chapter 3: les 101 Grandes)
          โดยผลงาน เดซซีส หรือเทพธิดา (Deesses) ได้มีการนำไปแสดงที่ เลอ ปวง คอมมอง เมืองอานซี ประเทศฝรั่งเศส ในปีพ.ศ. 2560 บทที่ 4 เป็นการเปิดตัวงานใหม่ล่าสุดที่นำเอางานเซรามิค งานศิลปะติดตั้ง และวิดิทัศน์ที่จะเจาะลึกทางความคิดของตัวตนและการแบ่งแยก เป็นรูปแบบที่เห็นประจำในงานของลูเค็ท
          การฝึกฝนของลูเค็ทมักจะเป็นการลงทุนด้านการอ่านหนังสือและการทำวิจัยเกี่ยวกับงานของนักคิดสมัยใหม่ อย่าง ฟูโก (Michel Foucault), นีทเชอ (Friedrich Nietzsche), เดอเลิซ (Gilles Deleuze), และ จุง (Carl Jung) สำหรับคาร์ล จุง ลูเค็ทมีความสนใจในทฤษฎีบุคลิกภาพของเขาเป็นพิเศษ โดยจุงได้อธิบายความหมายเกี่ยวกับทฤษฎีบุคลิกภาพไว้ว่าเป็นการมองดูเรื่องราวของจิตใต้สำนึก และโครงสร้างที่ได้รับการส่งต่อสู่หลายชั่วอายุคน แม้สถานการณ์ที่แต่ละคนได้พบเจอทั้งทางธรรมชาติ การอบรบสั่งสอน และทางภูมิศาสตร์จะแตกต่างกัน
          ในหนังสือ เดอะ โฟร์ โซดา เบลคตั้งใจกล่าวถึงความคิดของเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านจิตใจของมนุษย์ โดยบทกวีเกี่ยวกับจักรวาลของเขาสะท้อนความหมายของทฤษฎีบุคลิกภาพของจุง แม้ว่าเบลคจะเสียชีวิตก่อนจุงเกิดถึง 50 ปีก็ตาม บทกวีของเบลคเป็นเสมือนโครงสร้างเกี่ยวกับการดิ้นรถต่อสู้กันในภายในจิตใต้สำนึกของผู้คน
          ความรู้สึกแตกแยก อัตถิภาวนิยมนั้นผูกพันกับงานเซรามิคที่แตกหักของลูเค็ทอย่างลึกซึ้ง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางสู่เมืองลิสบอนครั้งล่าสุด ที่เธอได้ชมงานภาพวาดบนกระเบื้องเคลือบสังกะสี ที่รู้จักกันดีว่า อาซูเลโฮส (azulejos) หรือศิลปะการปูกระเบื้อง ลูเค็ทเดินทางสู่เมืองเว้ เมืองเอกของประเทศเวียดนามเพื่อที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำกระเบื้องเคลือบลายแบบโมเสก ที่เป็นเทคนิคดั้งเดิมโดยใช้เครื่องปั้นดินเผาที่แตกหักมาทำ โดยเป็นศิลปะที่มีความรุ่งเรืองในเมืองเว้ช่วงศตวรรษที่ 17
          สำหรับงานโมเสกใหม่ของเธอ ลูเค็ทนำเอาเศษเครื่องลายครามที่พบเจอ และการนำชิ้นเครื่องลายครามมาวาดด้วยมือ แล้วตีให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนนำเอาเศษเหล่านั้นมาประกอบให้เป็นรูปทรงเลขาคณิต เธอสะสมรูปภาพจากหลากหลายแหล่งที่มา และนำมาประกอบใหม่เข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นลวดลายใหม่ และเรื่องราวใหม่ จากการแบ่งออก และแยกส่วน เธอสามารถนำมาสร้างเป็นส่วนประกอบของสิ่งใหม่ได้
          บทที่ 4: วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน มีการเปิดตัวแบบเป็นขั้นตอนโดยเริ่มจากชั้นล่างและชั้นลอย ซึ่งมีการนำเสนอภาพโมเสกที่น่าสนใจ ที่ทำจากชิ้นส่วนแตกหักของเซรามิค และภาพวาดบนแผ่นกระเบื้องเซรามิคที่นำมาตีให้แตกแล้วประกอบใหม่ ไปจนถึงภาพวาดโดยการใช้ดินสอถ่านบนผืนผ้าใบที่แสดงอยู่บนชั้นสอง ในชั้นสองมีการนำเสนอผลงานจาก วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน โดยมีวีดีโอเกี่ยวกับพิธีการที่เร้นลับ ผู้ชมสามารถเข้าไปในห้องที่มีเพียงเสื่อที่ทำจากไม้ไผ่ปูพื้นเพื่อให้นั่งชมวีดีโอ โดยผู้สนใจจะเข้าชมได้ด้วยการสแกนบาร์โค้ดผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น ซื่อตรงต่อความคิดการผสานความเชื่อของลูเค็ท วีดีโอแสดงการเฉลิมฉลองของลัทธิจากแหล่งต่างๆ ตั้งแต่ลัทธิของไอซิส (Isis) ไปจนถึงการดูหมิ่นการเฉลิมฉลองของเหล่าชาวแคธอลิค พิธีการเฉลิมฉลองอันลึกลับนี้ รวมพิธีการหลายรูปแบบ เช่น การเต้นรำ การอ่าน คืนวันแรก (Night the First) ในภาษาเอสเปรันโต (บทแรกของหนังสือ เดอะ โฟร์ โซอา) และพิธีรับเข้ากลุ่ม แต่แทนที่จะพยายามทำความเข้าใจเนื้อหาด้วยเหตุและผล ทางศิลปิอยากให้ผู้ชมรับชมประสบการณ์นี้จากพันที่ความเข้าใจในอีกระดับโดยใช้สติสัมปชัญญะแทน
          ศิลปิน: แซนดรีน ลูเค็ท
          ชื่อนิทรรศการ: บทที่ 4: วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน
          วันแสดง: 22 กุมภาพันธ์ - 6 เมษายน พ.ศ. 2562
          วันเปิดงาน: วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 18.30 - 20.30น.
          สถานที่: แกเลอรี คูย์อัน 118 เหงียน แวน ธุ ดาว วอร์ด ดิสตริก 1 โฮจิมินห์ เวียดนาม
          ผู้ติดต่อ: ซิลีน อเล็กซานเดร – [email protected] เหงียน คาน หยวน - [email protected] 
          โทร: +84 28 3822 7218
          เวลา: 10.00น. - 19.00น. วันอังคารถึงวันเสาร์ และตามนัด
          แซนดรีน ลูเค็ท ขอขอบคุณสถาบันฝรั่งเศสในเมืองโฮจิมินห์ และ เซบาสเตียน ซิคอท สำหรับความสนับสนุนในโครงการนี้

          เกี่ยวกับ แซนดรีน ลูเค็ท
          ลูเค็ทมีความสนใจเกี่ยวกับศาสนา โดยเน้นหนักไปที่การวิวัฒนาการของพิธีการ ประติมานวิทยา และการสำแดง มากกว่าจากมุมมองด้านทฤษฎี โดยเกิดจากความสงสัยส่วนตัวในเรื่องตำนานและเรื่องเล่าต่างๆ ศิลปินสะสมรูปภาพ ภาพถ่าย และตำรา ซึ่งจากนั้น เช่นเดียวกับการเล่นแร่แปรธาตุ นำเอามาแปรสภาพเป็นโลกที่เร้นลับ ที่ความประหลาดลึกลับและเวทย์มนต์ที่ไม่มีอยู่จริงสามารถอยู่ร่วมกันได้ เกิดปีพ.ศ. 2518 ในเมืองมงต์เปลลิเยร์ ประเทศฝรั่งเศส ลูเค็ทสำเร็จการศึกษาจากเอโคเล่ ปิลอต อินเตอร์นาซิโอนาล ดิ อาร์ต เอ เดอ โรแชร์ (École Pilote Internationale d'Art et de Recherche) วิลล่า อาร์ซง ในปีพ.ศ. 2542 โดยเธอเป็นผู้สนับสนุนหลักในการพัฒนาศิลปะร่วมสมัยในเวียดนาม โดยเคยเป็นหนึ่งในผู้จัดตั้ง วันเดอร์ฟูล ดิสตริค (Wonderful District) (พ.ศ. 2548-2554) ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนงานศิลปะร่วมสมัยผ่านนิทรรศการ คอนเสิร์ท และการแสดงละคร รวมทั้งเป็นสมาชิกของ โมกัส สเตชั่น (Mogas Station) (พ.ศ. 2549-2550) เป็นกลุ่มศิลปินในประเทศเวียดนาม งานของลูเค็ทได้ถูกนำออกแสดงในสถานที่ที่หลากหลาย รวมทั้ง ปาเล่ เดอ โตเกียว เมืองปารีส (Palais de Tokyo, Paris) ศูนย์ศิลปะเยอร์บา บัวน่า (Yerba Buena Center for the Arts) ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย และเทท โมเดิร์น (Tate Modern) ในลอนดอน ในพ.ศ. 2559 เธอนำเสนอโครงการหลักเกี่ยวกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในช่วงยุคเอโดะ รวมทั้ง โยไค (ปีศาจ) มิเซโมโนะ โกยะ (นิทรรศการที่ได้รับความนิยมงานหนึ่ง) และรันคากุ (การเรียนรู้ภาษาดัทช์) ที่ เคนโปกุ อาร์ต ในอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2559) เธอได้เข้าร่วมแสดงผลงานในงานเบียนนาเล่หลากหลายงานกับโมกัส สเตชั่น ได้แก่ เสิ่นเจิ้นเบียนนาเล่ (พ.ศ. 2550) สิงคโปร์เบียนนาเล่ (พ.ศ. 2549) และ ไมเกรชั่น แอดดิคส์ เป็นส่วนหนึ่งของงานเวนิซ เบียนนาเล่ครั้งที่ 52  แซนดรีน ลูเค็ทอาศัย และทำงานในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

          เกี่ยวกับแกเลอรี คูย์อัน           
          ได้รับการยอมรับว่าเป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะร่วมสมัยชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม แกลเลอรี่ควินเป็นผู้สนับสนุนงานศิลปะร่วมสมัยในประเทศมากว่าสองทศวรรษ แกลเลอรี่นี้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศจากโปรแกรมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทำงานร่วมกับศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี ทั้งที่เป็นศิลปินใหม่ ที่มีประสบการณ์มาหลายปีแล้ว และที่เป็นศิลปินชาวเวียดนามที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย แกลเลอรี่ยังแสดงงานของศิลปินชื่อดังจากทั่วโลก เพื่อเป็นการทำตามวัตถุประสงค์ของทางแกลเลอรี่ที่จะพัฒนาระบบนิเวศน์ที่ยั่งยืนของงานศิลปะในประเทศเวียดนาม ทางแกลเลอรี่ทำงานร่วมกับศิลปิน ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่แสดงงานศิลปะทั้งในพื้นที่และต่างประเทศเพื่อจัดงานเสวนาและการบรรยาย รวมทั้งตีพิมพ์ข้อมูลทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาเวียดนาม ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 แกลเลอนี่ได้ก่อตั้งองค์กรการศึกษาแบบไม่หวังผลกำไรชื่อ เซา ลา ที่ในปัจจุบันมีศิลปินที่ทำงานอยู่ในเมืองโฮจิมินห์ เหงียน คิม โต ลัน และ เหงียน ดัก ดัทเป็นผู้นำโครงการ โดยเซา ลาประกอบไปด้วยหนุ่มสาวอายุน้อย ที่มีความหลงไหลในงานสร้างสรรค์ทำงานร่วมกัน
          บทใหม่ของแกลลอรี่ได้เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 เมื่อแกลลอรี่ได้มีการย้ายไปอยู่ในอาคารที่มีพื้นที่ขนาด 600 ตรม. ในตำบลดาเกา 1 อาคารใหม่นี้ มีสี่ชั้นทำให้แกลเลอรี่สามารถริเริ่มโครงการใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นและมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในชุมชนศิลปะวัฒนธรรมในประเทศเวียดนาม
www.galeriequynh.com
แซนดรีน ลูเค็ท (Sandrine Llouquet) ที่มีชื่อว่า บทที่ 4วันและคืนแห่งความสุขที่หมุนเวียน
 

ข่าวนิทรรศการเดี่ยว+หนังสือบทกวีวันนี้

'สอง PARADOX' ชวนดำดิ่งสู่โลกแห่งจิตใต้สำนึกในนิทรรศการ "How to Disappear into Multiple Symmetrical Butterfly Wings" พร้อมเปิดตัว Art Toy สุดเอ็กซ์คลูซีฟ "2DOX TOY"

หลังจากนิทรรศการในครั้งก่อน ๆ ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมและคนรักศิลปะอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านแนวคิดที่โดดเด่นและผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน "สอง" จักรพงศ์ สิริริน มือเบสจากวง PARADOX จึงกลับมาสานต่อการเดินทางทางศิลปะอีกครั้ง ในนิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ "How to Disappear into Multiple Symmetrical Butterfly Wings" นิทรรศการครั้งนี้ชวนทุกคนร่วมสำรวจพรมแดนระหว่าง "ความจริง" และ "จินตนาการ" ผ่านการต่อยอดการตีความโลกด้วยสัญลักษณ์ "ผีเสื้อ" ที่ทวีคูณ ซ้อนทับ และค่อย

บางกอก คุนส์ฮาเลอ นำเสนอนิทรรศการเดี่ยว '... บางกอก คุนส์ฮาเลอ นำเสนอนิทรรศการเดี่ยว 'Mitta del Santi' โดย มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ — บางกอก คุนส์ฮาเลอ นำเสนอนิทรรศการเดี่ยว 'Mitta del Santi' โดย มุ...

"I PAINT IT BLACK1999" นิทรรศการเดี่ยวโดย... Head High Second Floor ภูมิใจนำเสนอ "I PAINT IT BLACK1999" - นิทรรศการเดี่ยวโดย ชญานนท์ ใจหาญ — "I PAINT IT BLACK1999" นิทรรศการเดี่ยวโดย ชญานนท์ ใจหาญ 11...

MOCA BANGKOK ชวนตั้งคำถามกับ "ความเป็นต้น... MOCA BANGKOK ชวนตั้งคำถามกับ "ความเป็นต้นฉบับ" ในนิทรรศการเดี่ยวสุดสร้างสรรค์ THE BOOTLEG SHOW — MOCA BANGKOK ชวนตั้งคำถามกับ "ความเป็นต้นฉบับ" ในนิทรรศกา...