ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีจากประเทศนอร์เวย์

26 Nov 2018
ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย นางแชสตี เริดส์มูน ถือโอกาสเปิดบ้านใจกลางกรุงเป็นเจ้าภาพจัดงานรับประทานอาหารในค่ำคืนสุดพิเศษ ร่วมด้วย นายจอน อิริค สทีนสลิด ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ อีกทั้งยังได้เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมาร่วมลิ้มรสอาหารดีสุดพรีเมี่ยม โดยมี เชฟออยวินด์ เนสไฮม์ เชฟมากฝีมือจากประเทศนอร์เวย์ ดีกรีเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย KITA และอดีตหัวหน้าเชฟร้านอาหาร NOBU มารังสรรค์เมนูคุณภาพทั้งหมด 5 คอร์ส พร้อมวัตถุดิบหลักที่เป็นอาหารทะเลจากประเทศนอร์เวย์ ณ บ้านพักว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย เมื่อวันก่อน
ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีจากประเทศนอร์เวย์

(นางแชสตี เริดส์มูน ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย)

ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย นางแชสตี เริดส์มูน กล่าวว่า "ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านและสื่อมวลชนที่มาร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำในวันนี้ ทำให้เราได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารทะเล โดยส่วนตัวคิดว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งอาหารชั้นเยี่ยมมีร้านอาหารเลิศรสหลายร้านที่ต้องลิ้มลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันประทับใจมากเวลาได้ไปในร้านอาหารต่างๆในหลายๆที่ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มาประจำการในประเทศไทย และที่ขาดไม่ได้ต้องขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์และพันธมิตรในกรุงเทพฯ ที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ให้เกิดขึ้นด้วยค่ะ"

(นายจอน อิริค สทีนสลิด ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเล)

นายจอน อิริค สทีนสลิด ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ กล่าวว่า "นอร์เวย์เป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ด้วยระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพียง 48 ชั่วโมง ปลาจากทะเลของนอรเวย์จะถูกลำเลียงส่งออกสู่ตลาดในกรุงเทพฯ ได้ทันที ซึ่งวิธีเดียวที่จะเพิ่มการผลิตอาหารทะเลของโลกได้คือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อีกทั้งนอร์เวย์มีการบริหารจัดการเรื่องการผลิตอาหารทะเลอย่างเข้มงวด โดยยึดหลักเรื่องความยั่งยืนเพราะเราต้องคำนึงถึงการดำรงชีวิตของประชากรรุ่นหลัง นอกจากนั้นเรายังปฏิบัติตามกฎในเรื่องการรักษาปริมาณอาหารทะเลของโลกไว้อีกด้วย ทั้งหมดที่พูดมานี้ก็หมายความว่ามหาสมุทรจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยประชากรรุ่นหลังให้มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ"

(เชฟออยวินด์ เนสไฮม์ เจ้าของร้านอาหาร KITA และอดีตหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารโนบุ)

เชฟออยวินด์ เนสไฮม์ เจ้าของร้านอาหาร KITA และอดีตหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารโนบุ กล่าวว่า "ผมเป็นเชฟอิสระที่เดินทางไปทั่วโลก เวลาเดินทางไปยังที่ต่างๆ ผมชอบปรุงอาหารโดยมีวัตถุดิบของท้องถิ่นอยู่ในจานนั้นๆ และการได้กลับมายังนอร์เวย์ บ้านเกิดของผมก็ทำให้ผมสามารถใช้วัตถุดิบอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อยและสดที่สุดได้บ่อยมากขึ้น"

นอร์เวย์เป็นประเทศแห่งอาหารทะเลและเป็นผู้ผลิตแซลมอนอันดับหนึ่งของโลก และยังได้รับการขนานนามเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยวิธีการที่ยั่งยืนและมีคุณภาพสูง การเพาะเลี้ยงแซลมอนและเทราต์ในกระชังขนาดมหึมา ตั้งอยู่ในมหาสมุทรที่เป็นสภาพแวดล้อมธรรมชาติ อาหารที่ผลิตด้วยวิธีการที่ยั่งยืน รวมไปถึงวัคซีนที่ถูกพัฒนาเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ และการจับหอยเชลล์ทุกตัวด้วยมือจะทำให้มั่นใจได้ว่าพรรณสัตว์น้ำในประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบทางลบ สร้างความภาคภูมิใจให้อุตสาหกรรมนอร์เวย์ในด้านคุณภาพอาหารทะเลที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดอีกด้วย

เชฟออยวินด์ เนสไฮม์ เจ้าของร้านอาหาร KITA และอดีตหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารโนบุ กล่าวต่ออีกว่า "อาหารทะเลนอร์เวย์สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย และในปัจจุบันอาหารทะเลเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ผมจึงอยากบอกให้โลกได้รู้ว่าเรายังทำอะไรกับอาหารทะเลนอร์เวย์ได้อีกมากและสิ่งแรกที่ผมทำหลังจากลงเครื่องบินคือไปที่ตลาดสด ผมต้องการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอาหารทะเลนอร์เวย์ และผมตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ใช้วัตถุดิบของไทยในการเปิดประสบการณ์อาหารใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค และผมยังจะนำองค์ประกอบของชาติแบบไทยๆ เข้ามาผสมผสานกับการปรุงอาหารในอนาคตอีกด้วย"

งานเลี้ยงอาหารมื้อค่ำนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความตระหนักให้ผู้บริโภคในไทยได้ทราบว่าวัตถุดิบจากนอร์เวย์ที่มาจากการผลิตอย่างยั่งยืนจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศได้ ด้วยการที่นอร์เวย์เป็นประเทศที่สามารถส่งตรงวัตถุดิบสู่ประเทศไทยในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ผนวกกับการที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าปลาแซลมอนนอร์เวย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมอาหารทะเลนอร์เวย์ในหมู่ผู้บริโภค ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยจะตระหนักถึงความนิยมนี้ และตอบความต้องการด้วยการปรุงอาหารทะเลนอร์เวย์ผ่านเมนูอาหารต่างๆ ด้วยวิธีการที่ยั่งยืน

เมนูรังสรรค์ทั้ง 5 นี้ มีอาหารทะเลจากประเทศนอร์เวย์เป็นหลักโดยได้แรงบันดาลใจจากการผสมผสานรสชาติแบบญี่ปุ่นและวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย ดังนี้

1) ซาชิมิหอยเชลล์ เสิร์ฟคู่กับไวน์ Riesling Nikolaihof Vom Stein Federspiel Wachau ปี 2015 จากประเทศออสเตรีย

2) ปลาฟยอร์ดเทราต์ ซอสยูซุมิโสะ เสิร์ฟคู่กับไวน์ Riesling Schloss Shoenborn Rheingau ปี 2015 จากประเทศเยอรมนี

3) สลัดปูหิมะราดน้ำสลัดส้ม เสิร์ฟคู่กับไวน์ Lan Duquesa de Valladolid Verdejo, Rueda ปี 2015 จากประเทศสเปน

4) ปลาค็อดนอร์เวย์ ซอสเทอริยากิ เสิร์ฟคู่กับไวน์ Domaine Faiveley Mercurey Clos des Myglands 1er Cru, Burgundy ปี 2014 จากประเทศฝรั่งเศส

5) คาปูชิโน่เย็น พร้อมโฟมวิสกี้ เสิร์ฟคู่กับวิสกี้ Glenfarclas อายุ 12 ปี

เกี่ยวกับสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ เป็นบริษัทมหาชนภายใต้กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และการประมง และเป็นสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลแห่งเดียวของโลก โดยทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของนอร์เวย์ เพื่อพัฒนาและขยายตลาดอาหารทะเลส่งออกจากนอร์เวย์ โลโก้เทรดมาร์ค SEAFOOD FROM NORWAY เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอาหารทะเลคุณภาพสูงจากนอร์เวย์ ซึ่งรวมทั้งแบบเพาะเลี้ยงและที่จับจากธรรมชาติในน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาด

ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีจากประเทศนอร์เวย์ ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีจากประเทศนอร์เวย์ ว่าที่เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่รังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีจากประเทศนอร์เวย์