นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวม 7 อำเภอ 40 ตำบล 313 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอนบพิตำ อำเภอสิชล อำเภอพรหมคีรี อำเภอพิปูน อำเภอหัวไทร อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,185 ครัวเรือน 105,884 คน คอสะพานเสียหาย 3 แห่ง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าศาลา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวม 21 ตำบล 138 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,752 ครัวเรือน 37,352 คน โดยระดับน้ำท่วมลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การขนย้ายสิ่งของ และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!