นางอมรรัตน์ กล่าวว่า "AIS ในฐานะผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดของประเทศไทย เราดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักบรรษัทภิบาลมาโดยตลอด โดย AIS ได้นำนวัตกรรมดิจิทัลมาพัฒนาสังคมและชุมชนใน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม และธุรกิจสตาร์ทอัพ ภายใต้แนวคิด Digital For Thais เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพโครงข่ายเพื่อประสบการณ์ดิจิทัลและคุณภาพงานบริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการลดใช้กระดาษในองค์กร และการสนับสนุนลูกค้าในการรับใบแจ้งค่าใช้งานและบริการต่างๆ แบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ทั้งเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้ว แบตเตอรี่ อุปกรณ์เครือข่าย เสาสัญญาณ สายอากาศ และสายเคเบิ้ล โดยนำเข้าสู่กระบวนการสกัดสารมีค่า เช่น เงินและทองแดง เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ซึ่งเป็นการป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ AIS จะยังคงมุ่งมั่นนำศักยภาพที่เรามีอยู่มาส่งมอบบริการที่ดีที่สุด และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ภายใต้หลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทุกคน" นางอมรรัตน์กล่าว
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571