นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
นายภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO)
นายวศิน วณิชย์ธนันต์ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)
ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ขณะที่ความเร็วในการก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงในตลาดทุนไทยยังค่อนข้างช้า เห็นได้จากการเกิดนวัตกรรมในตลาดทุนไทยและการเข้ามาของผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล และหากไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วนจะสะสมความอ่อนแอไปเรื่อย ๆ และท้ายสุดอาจไม่สามารถรับมือได้ทันท่วงทีหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ดังนั้น ทุกภาคส่วนควรเร่งมือร่วมกันหาทางแก้ไขทำให้ระบบนิเวศน์ของฟินเทคเข้มแข็งขึ้น เช่น การให้เงินทุน หรือการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับฟินเทค เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ร่วมเสวนายังเห็นว่าเทคโนโลยีที่ประเทศไทยควรเพิ่มพูนความรู้ให้มากยิ่งขึ้น คือ เรื่องการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ซึ่งยังเห็นว่าขาดคนที่มีทักษะในเรื่องดังกล่าวมาก ดังนั้น โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรที่จะช่วยเพิ่มคนที่มีทักษะเหล่านี้ เช่น การสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัย เป็นต้น
ส่วนมุมมองของธุรกิจหลักทรัพย์ มองว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ในฝั่งของธุรกิจหลักทรัพย์ ลูกค้าต้องการที่จะได้รับบริการที่เป็นเชิงลึกมากขึ้น มุ่งเน้นที่ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นหลัก ดังนั้น รูปแบบการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์จะต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และมุ่งหน้าไปสู่อีกมิติที่เรียกว่าการให้บริการที่เหมาะสมกับลูกค้าของแต่ละคน และหากใครไม่ปรับตัว ยังอยู่กับรูปแบบธุรกิจเดิม ไม่เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า ก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในธุรกิจ
ธุรกิจหลักทรัพย์มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่อุปสรรคสำคัญของการไปสู่จุดนั้น คือ การไม่มีโครงสร้างพื้นฐานกลางที่เหมาะสมรองรับ ทำให้ต้นทุนในการพัฒนาสูง และยากที่ธุรกิจจะสามารถต่อยอดนวัตกรรมได้ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ใช้อยู่ ไม่เอื้อต่อการทำให้เกิดนวัตกรรม และต้องใช้เวลานานในการแก้ไขระบบเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่
ในมุมมองของธุรกิจหลักทรัพย์จัดการลงทุน เห็นว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเข้ามาของเทคโนโลยีส่งผลให้รูปแบบการทำธุรกิจหลักทรัพย์จัดการลงทุนเปลี่ยนแปลงไป เช่น รูปแบบการทำธุรกิจมุ่งไปสู่รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเปิดมากขึ้น มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางที่เรียกว่า FundConnext ทำให้การซื้อขายหน่วยลงทุนข้ามค่ายทำได้ง่ายขึ้น การเข้ามาของ machine readable ทำให้การเปรียบเทียบข้อมูลกองทุนง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การที่ธุรกิจหลักทรัพย์เริ่มมีการนำ AI มาใช้ หรือเพิ่มเครื่องมือการลงทุนให้กับผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้เอง เหมือนเป็นผู้จัดการกองทุน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันในธุรกิจรุนแรงขึ้น ดังนั้น ผู้จัดการกองทุนเอง จะต้องเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง และต้องมีความรู้เชิงลึกมากขึ้น ปรับตัวสู้กับนักลงทุน และนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
LINE Thailand ผนึกพันธมิตรภาครัฐ จัดอบรม Digital Literacy เสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้นักศึกษา
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง
GULF ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูอันดับเครดิตเรตติ้งที่ AA- สะท้อนธุรกิจที่แข็งแกร่งและผลประกอบการโดดเด่น เตรียมเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่
ปังไม่หยุด! นักศึกษา มทร.กรุงเทพ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดคลิป TikTok