จัดทำโดย น.ส. สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์
ฝ่ายวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อาจารย์ ดร. นพ. สรภพ เกียรติพงษ์สาร
น.ส. ลักษิกา อุดมศรีสำราญ
น.ส. ราวีณา ปาวา
ชุดโครงการวิจัยการเจริญพันธุ์และสุขภาวะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
"ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไทยมีความกังวลใจต่อปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ และคาดว่าการที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและสังคมเด็กเกิดน้อย จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งเศรษฐกิจไทย กำลังซื้อในประเทศ ตลาดแรงงานและผลประกอบการของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนไทยเตรียมกลยุทธ์ในการบริหารจัดการด้านบุคลากรไว้รองรับแล้ว อาทิ การพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ การปรับปรุงกระบวนงานโดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ขณะเดียวกันมีการจัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นให้บุคลากร และให้ความสนใจกับการนำแนวคิดเรื่องสมดุลชีวิตและหน้าที่การงาน มาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาบุคลากรในองค์กร"
- CEO ส่วนใหญ่หรือเกือบทุกอุตสาหกรรมมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่ต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านได้แก่ 1) กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก อาทิ หมวดธุรกิจยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เหมืองแร่ 2) กลุ่มการเงิน ทั้งหมวดธนาคาร หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ หมวดประกันภัยและประกันชีวิต 3) กลุ่มบริการ ได้แก่ หมวดการแพทย์ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ และ 4) บริษัทจดทะเบียนในหมวดอื่นๆ ได้แก่ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดเครื่องใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
- แนวโน้มการจ้างงานในช่วง 1 ปีข้างหน้า CEO ส่วนใหญ่คาดว่า จะคงระดับการจ้างงาน ขณะที่ในระยะยาวในช่วง 5 ปีข้างหน้า CEO ส่วนใหญ่วางแผนจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการจ้างพนักงานชั่วคราว ขณะที่การจ้างงานพนักงานประจำและผู้เชี่ยวชาญมีแนวโน้มอยู่ในระดับเดิม
- CEO คาดว่า "การที่สังคมไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย" และ "สังคมไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมที่มีเด็กเกิดน้อย" จะส่งผลกระทบเชิงบวกกับบางหมวดธุรกิจ อาทิ บริษัทในหมวดการแพทย์ แต่ CEO ส่วนใหญ่คาดว่าภาวะดังกล่าวจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทย กำลังซื้อ ตลาดแรงงาน ตลอดจนผลประกอบการของบริษัท
- บริษัทจดทะเบียนมีการผสมผสานกลยุทธ์ในการบริหารจัดการบุคลากร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning organization)การปรับปรุงระบบการทำงานโดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาลดขั้นตอนการทำงาน การจัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะพิเศษ การสรรหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และให้ความใส่ใจกับพนักงานให้การสร้างสมดุลชีวิตและหน้าที่การงาน ซึ่งบริษัทจดทะเบียนไทยคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้นในระยะยาว
- บริษัทจดทะเบียนไทยนำแนวคิด "สมดุลชีวิตและหน้าที่การงาน (work-life balance)" มาใช้ในการบริหารบุคลากร อาทิ 1) การพิจารณาจำนวนแรงงานตามความเหมาะสม 2) การเสริมสร้างพัฒนาด้านสมดุลด้านอารมณ์ อาทิ การส่งเสริมแนวคิดทางบวก การจัดอบรมปฏิบัติธรรม 3) การให้ความสำคัญกับการบริหารเวลา อาทิ การปรับเวลาทำงานแบบมีความยืดหยุ่น การกำหนดเวลาทำงานล่วงเวลา การกำหนดให้พนักงานลาพักร้อนติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง (block leave) และ 4) การนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ลดเวลาการทำงานและการประชุม
บริษัทจดทะเบียนไทยบางส่วนเสนอภาครัฐในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ และแนะสังคมปรับเปลี่ยนแนวคิดให้ส่งเสริมการศึกษาด้านงานฝีมือและวิชาชีพ อาทิ กฎหมาย บัญชี เพิ่มมากขึ้น
ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุนเดินหน้าชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน Taskforce ตลาดตราสารหนี้
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง
PRAPAT เดินหน้า Q2 สินค้าเครื่องจักร-ธุรกิจสระว่ายน้ำ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
"Krungsri Finnovate" ผนึกกำลัง "Thai Startup" จัดเวที "Opportunity Stage" ในงาน TSD 2026 เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพไทยโชว์ศักยภาพสู่สายตานักลงทุน พร้อมเชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
SYNEX มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีเติบโตต่อเนื่อง ในงาน Opp Day ชู Product Mix มาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ AI-Data Center ขยายตัว
TEKA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ในงาน Opportunity Day กำไรพุ่ง 294%