“ดีป้า” สร้างกำลังคนพันธุ์ดิจิทัล หวังรองรับ EEC และ Thailand 4.0

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นโยบาย Thailand 4.0 กลไกหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (new engine of growth) คือ การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยการต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และการเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ประกอบด้วย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร รวมถึงรัฐบาลยังวางนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าวในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว คือ การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ที่มีความรู้ความสามารถเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) และสนับสนุนแผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2560 – 2564) หนึ่งในแผนงานย่อยภายใต้แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 
          จากการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2560 ประเทศไทยมีความต้องการกำลังคนด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นประมาณ 14,000 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีจำนวนผู้จบการศึกษาในสาขาด้านดิจิทัลหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวนปีละ 20,000 คน แต่ปัญหาหลักด้านกำลังคนดิจิทัลของประเทศไทย คือ มีบัณฑิตที่จบการศึกษาจำนวนมาก แต่ขาดแคลนกำลังคนที่มีคุณภาพ เนื่องจากบัณฑิตที่จบมาไม่สามารถทำงานได้จริง ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพและสามารถทำงานได้จริง เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
          ดีป้า โดย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ จึงได้ริเริ่มและผลักดันให้เกิดมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการให้ทุนศึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa Digital Scholarship Fund) ขึ้น เพื่อกระตุ้นและเร่งรัดให้เกิดการสร้างระบบนิเวศน์ในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีการลงทุนอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ดิจิทัลพาร์ค (Digital Park) หรือพื้นที่นวัตกรรม (Innovation Park) โดยเป็นการให้ทุนในการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในสาขาที่ขาดแคลน นำร่องใน 5 สาขาสำคัญ ประกอบด้วย 1. การเขียนโปรแกรมระดับสูง 2. เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) 3. เมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) 4. การวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง (Data Analytics) และ 5. เทคโนโลยีป้องกันด้านความปลอดภัย (Advanced Security) 
          ซึ่งมาตรการดังกล่าว ดีป้าจะให้การส่งเสริมและสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรมหรือค่าใช้จ่ายในการยกระดับทักษะความรู้ด้านดิจิทัลตาม หลักสูตรหรือโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากดีป้า และเป็นค่าตอบแทนหรือค่าจ้างในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่มีข้อตกลงร่วมกันกับผู้ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน โดยคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 60 และเจ้าของสถานประกอบการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือร้อยละ 40 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตศรีราชา Keio University (Japan) Mitsubishi Electric (Japan) Mitsubishi Electric (Thailand) เป็นต้น ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โทร. 02 141 7100-1 หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.depa.or.th
“ดีป้า” สร้างกำลังคนพันธุ์ดิจิทัล หวังรองรับ EEC และ Thailand 4.0
 
“ดีป้า” สร้างกำลังคนพันธุ์ดิจิทัล หวังรองรับ EEC และ Thailand 4.0
 
“ดีป้า” สร้างกำลังคนพันธุ์ดิจิทัล หวังรองรับ EEC และ Thailand 4.0
“ดีป้า” สร้างกำลังคนพันธุ์ดิจิทัล หวังรองรับ EEC และ Thailand 4.0

ข่าวการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ+ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวันนี้

สบส. ปักหมุด Medical & Wellness 77 จังหวัด ดันสมุนไพรไทย-นวดไทย เป็น Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่เวทีโลก

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ได้มาตรฐานคุณภาพ และจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Route) ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ดึงศักยภาพ "สมุนไพรไทย-นวดไทย" เป็น Soft Power ด้านสุขภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือ... พัฒนาฝีมือแรงงาน ชูทักษะนวดและสมุนไพรไทย รองรับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ปี 2569 — นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในปี 2569 ภาคการท...

บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH)... EKI- IVF Clinic ร่วมงาน CMTF Beijing 2025 เจาะตลาดสุขภาพพรีเมียมจีน — บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) โดยศูนย์ผู้มีบุตรยาก "EKI- IVF Clinic" คลิ...

สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจ... เมืองจินเฉิงฟื้นฟูหมู่บ้านโบราณ สู่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่ของจีน — สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจินเฉิง ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวั...