เอชเอสบีซีเปิดตัวบริการเรียกเก็บเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Collections) เพื่อรองรับลูกค้าองค์กรในการชำระเงินหลากหลายช่องทาง ครบในจุดเดียว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ธนาคารเอชเอสบีซีล่าสุดประกาศเป็นธนาคารต่างชาติชั้นนำในประเทศไทยที่เปิดตัวบริการเรียกเก็บเงินที่เชื่อมโยงทุกช่องทางการชำระเงินรวมเป็นหนึ่งเดียว (Omni-channel collections) อย่างเต็มรูปแบบ โดยร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการรับชำระเงินได้ทุกช่องทางดิจิทัลหลักในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสธุรกิจแก่ลูกค้าบริษัทข้ามชาติและลูกค้าบริษัทในประเทศที่หวังเจาะตลาดไทยที่มียอดผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงติดอันดับโลก 
          บริการใหม่นี้ช่วยให้องค์กรธุรกิจในประเทศไทยสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของตนเองผ่านช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย อันรวมถึงบัตรเครดิต การโอนเงินผ่านธนาคาร e-wallet และเงินสด บริการดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้มากขึ้น จากการมีระบบเชื่อมต่อเพื่อรับชำระเงินโดยตรงได้ในจุดเดียว (one direct interface) โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายผู้ให้บริการรับชำระเงินแต่ละรายเพื่อเรียกเก็บเงิน นอกจากนี้ ลูกค้าธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยยังจะได้รับความสะดวกในการมองเห็นรายงานแสดงรายการรับ-จ่ายเงินทั้งหมดได้ในคราวเดียว ซึ่งจะทำให้การทำบัญชีกระทบยอดเงินสะดวกและง่ายดายขึ้น
          จากการมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียน ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ใช้บริการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ยอดผู้ใช้งานบริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือของประเทศไทย ณ เดือนมิถุนายน 2561 มีจำนวน 37.9 ล้านราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือทั้งสิ้น 203 ล้านรายการ หรือเติบโตถึงร้อยละ 123 และมูลค่าธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ ณ เดือนมิถุนายน 2561 คิดเป็นมูลค่า 1,269 พันล้านบาท หรือเติบโตถึงร้อยละ 83 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
          นางสาวไอ เชน ลิม ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า "ในฐานะที่เป็นธนาคารผู้ให้บริการจัดการด้านการเงินระหว่างประเทศสำหรับลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปิดตัวบริการเหนือระดับที่เชื่อมโยงช่องทางการชำระเงินต่างๆ รวมเป็นหนึ่งเดียว (omni-channel) เพื่อมอบแก่ลูกค้าองค์กรของเรา ซึ่งเป็นการนำแพลทฟอร์มที่ให้บริการในระดับภูมิภาคมาต่อยอด และขยายการให้บริการเรียกเก็บเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (mobile collections) ออกไปยังตลาดอื่น ๆ หลังจากประสบความสำเร็จในการรุกสู่ตลาดจีนไปแล้วก่อนหน้านี้ จากข้อมูลอ้างอิง พบว่า ผู้ใช้งานสังคมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยติดหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลก เราต้องการจะเป็นธนาคารผู้ให้บริการด้านการเรียกเก็บเงินผ่านหลากหลายช่องทางอย่างครบวงจรสำหรับลูกค้าองค์กร" 
          ด้วยบริการดังกล่าวนี้ นอกจากจะช่วยลูกค้าธุรกิจค้าปลีกเก็บรวบรวมเงินจากช่องทาง e-wallet ต่าง ๆ แล้ว ธนาคารเอชเอสบีซียังช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพรวมของรายการแสดงการรับ-จ่ายเงินจากทุกช่องทางการชำระเงินทั้งในแบบเอกสารและแบบดิจิทัล ซึ่งจะลดความยุ่งยากจากความจำเป็นต้องเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายหลาย ๆ แห่ง ดังนั้น จึงทำให้ลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียกเก็บเงินของลูกค้าในธุรกิจค้าปลีกอย่างยั่งยืนด้วย
          นางสาวไอ เชน ลิม กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราได้ลงทุนเพื่อมอบบริการพร้อมเพย์สำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นระบบชำระเงินแบบทันที อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้วาระแห่งชาติตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยบริการพร้อมเพย์และระบบที่เชื่อมโยงช่องทางการชำระเงินต่างๆ เป็นหนึ่งเดียว ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดนี้ เรามั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อลูกค้าที่กำลังต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานและด้านการเงิน และสร้างความได้เปรียบจากการเป็นผู้นำตลาดด้านการให้บริการด้วยระบบดิจิทัล"
          ในช่วงปี 2558-2563 ธนาคารเอชเอสบีซี มีการใช้งบประมาณลงทุน จำนวน 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปรับเปลี่ยนบริการของธนาคารเข้าสู่ระบบดิจิทัลในธุรกิจรายย่อยและบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจพาณิชย์ธนกิจ ธุรกิจสินเชื่อธุรกิจและธุรกิจบริหารเงินและตลาดทุนในเครือข่ายสาขาทั่วโลก และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้เปิดตัวบริการด้านนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้ธนาคารสามารถมอบบริการทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และปลอดภัยยิ่งขึ้น ปัจจุบันธนาคารเอชเอสบีซี เป็นสถาบันทางการเงินที่นำเทคโนโลยีไบโอเมตทริกซ์มาใช้รายใหญ่ที่สุดในระดับโลก และเตรียมจะเปิดตัวเทคโนโลยีจดจำด้วยเสียง (voice recognition) และเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (fingerprint technology) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในเครือข่ายสาขาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
          สำหรับในประเทศไทย ธนาคารเอชเอสบีซี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สนับสนุนแนวคิดริเริ่มของหน่วยงานกำกับดูแล ตลอดจนตอบสนองความต้องการที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในระบบนิเวศน์ทางการเงินของลูกค้าธนาคาร นอกจากนี้ ธนาคาร เอชเอสบีซี ยังมีบทบาทเป็นหนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือโครงการอินทนนท์อีกด้วย

          1. ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เอชเอสบีซีเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทย เปิดสำนักงานให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2431 ธนาคารเอชเอสบีซีเปิดให้บริการด้านการเงินและการธนาคาร ทั้งบริการด้านเงินฝาก สินเชื่อธุรกิจ พาณิชย์ธนกิจ ธุรกิจสถาบันการเงิน บริการด้านบริหารเงินและตลาดทุน บริการหลักทรัพย์ บริการการค้าและเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ และบริการจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่องแก่ลูกค้าประเภทองค์กร 
          2. เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 
          เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มเอชเอสบีซี มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลุ่มเอชเอสบีซีให้บริการลูกค้าทั่วโลกด้วยเครือข่ายสาขาประมาณ 3,800 แห่งใน 66 ประเทศและเขตปกครองทั้งในยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ เอชเอสบีซี เป็นสถาบันผู้ให้บริการด้านการเงินและการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีสินทรัพย์รวม 2,603 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 30 กันยายน 2561)
เอชเอสบีซีเปิดตัวบริการเรียกเก็บเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Collections) เพื่อรองรับลูกค้าองค์กรในการชำระเงินหลากหลายช่องทาง ครบในจุดเดียว
 

ข่าวธนาคารเอชเอสบีซี+พันธมิตรธุรกิจวันนี้

เอชเอสบีซี แต่งตั้ง วิลเลียม ฟอก ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ประกาศแต่งตั้ง นายวิลเลียม ฟอก ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย (Country Head of Private Bank, HSBC Thailand) โดยจะเป็นผู้นำในการบริหารสายงานไพรเวท แบงก์ ของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ในประเทศไทยและปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ สำนักงานที่กรุงเทพมหานคร นายวิลเลียมจะรายงานตรงต่อนายเบนจามิน หวัง ผู้อำนวยการสายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารเอชเอสบีซี โดยนายวิลเลียมมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในด้านหุ้นกู้ที่มีอนุพันธุ์แฝง(Structured

เอชเอสบีซีและเลนซิ่งเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร

การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมโยงภาคขนส่งสินค้า ภาคธุรกิจ และภาคธนาคาร ชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการขยายการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลและลดเวลาการจัดส่ง...

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประโยชน์จากกา... เอชเอสบีซีเผยภาคธุรกิจในเอเชียปรับกลยุทธ์ทางการค้า มุ่งสู่ "เอเชียเพื่อเอเชีย" — เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้าและก...

ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 1.65 ล้านบาท แก่มู... เอชเอสบีซี ประเทศไทย บริจาค 1.65 ล้านบาท ปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ — ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 1.65 ล้านบาท แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เพื่...

เอชเอสบีซี เปิดตัว "TradePay" โซลูชันสินเชื่อเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการค้าได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว "เอชเอสบีซี เทรดเพย์ (HSBC TradePay)" โซลูชันสินเชื่อเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลครั้งแรกในเมืองไทยที่ช่วย...

ธนาคารเอชเอสบีซี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กา... เอชเอสบีซี สนับสนุนงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 — ธนาคารเอชเอสบีซี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมอินเดียแห่ง...