ASUS ส่ง ZenFone Max Pro (M2) รุ่นล่าสุดบุกตลาดสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่ง ชูแบตเตอรี่สุดอึด พร้อมประสิทธิภาพและความทนทานเหนือกว่าเคย พร้อมแนะนำ ZenFone Max (M2) เกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่พร้อมเปิดตลาดครั้งแรกในไทย

13 Dec 2018
บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) เอาใจสาวกชาวไทยพร้อมการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก ตอบโจทย์นักเล่นเกมส์ที่มองหาสมาร์ทโฟนคู่ใจในราคาคุ้มค่า แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน โดยเปิดจองให้คุณเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ASUS ส่ง ZenFone Max Pro (M2) รุ่นล่าสุดบุกตลาดสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่ง ชูแบตเตอรี่สุดอึด พร้อมประสิทธิภาพและความทนทานเหนือกว่าเคย พร้อมแนะนำ ZenFone Max (M2) เกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่พร้อมเปิดตลาดครั้งแรกในไทย

ASUS ZenFone Max Pro (M2)

ZenFone Max Pro (M2) ได้เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 660 Mobile Platform พร้อมแรมสูงสุด 6 GB เพื่อส่งมอบการใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองการใช้งานอย่างดีเยี่ยม นำเสนอแบตเตอรี่สุดอึดกว่า 5000 mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องเต็มอรรถรส บนจอขนาด 6.3" FHD+ display นอกจากนี้ยังเพิ่มความทนทานด้วยการเลือกใช้ Corning(R) Gorilla(R) Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อปกป้องจอด้านหน้า ZenFone Max Pro (M2) ยังมาพร้อมกล้องหลังคู่อัจฉริยะ AI Engine และเซ็นเซอร์จากโซนี่ ถ่ายภาพได้สวยทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพถ่ายบุคคลและภาพวิว โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าเอง ZenFone Max Pro (M2) ได้นำเสนอดีไซน์สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดถึง 3 สลอท ได้แก่ Dual SIM (2 ช่อง) และ microSD card

Max Performance

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 660 Mobile Platform ผสานกับ Qualcomm AI Engine เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล พร้อมแรมสูงสุด 6 GB ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อนหน้าถึง 11% ทำงานกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 33% ให้ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น เรนเดอร์งาน 3D ได้รวดเร็ว

Max Battery

แบตเตอรี่ความจุกว่า 5000 mAh นับเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมดีไซน์สุดบาง น้ำหนักเพียง 175 กรัม แต่ยังคงนำเสนอแบตเตอรี่ความจุสุดอึด สามารถสแตนบายเครื่อง 4G ได้นานถึง 35 วัน และคุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูยูทูบหรือภาพยนตร์ได้มากถึง 19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง

Max Durability

ZenFone Max Pro (M2) ได้ใช้ Corning(R) Gorilla(R) Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งสามารถทนแรงกระแทกจากการตกจากที่สูง 1 เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน โดยทนทานได้ดียิ่งขึ้น 2 เท่าจาก Gorilla Glass 5 รุ่นก่อนหน้า

Max Camera

ระบบกล้องคู่อัจฉริยะใน ZenFone Max Pro (M2) เป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max นำเสนอระบบ AI Scene Detection เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล ZenFone 5 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น กล้องคู่อัจฉริยะของ ZenFone Max Pro (M2) ตัวนี้การันตีคุณภาพโดยเซ็นเซอร์จากโซนี่ (Sony(R) IMX486) ลดปัญหาการเบลอภาพและช่วยโฟกัสภาพได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลนั้น กล้องตัวที่สองจะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ความลึกของภาพช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบ 'bokeh'

Max Entertainment

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) display, 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2 brightness และ 1500:1 contrast ratio ช่วยให้ภาพการแสดงผลคมชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังจุใจกับประสบการณ์ฟังเพลงด้วยลำโพงแม่เหล็กห้าชิ้นช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและทำให้เสียงทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่าย 2 สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code 'Asusm2' รับส่วนลด 500 บาท)

รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max (M2)

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว 19:9 HD+ (1520 x 720) display, 88% screen-to-body ratio พร้อมชิป Qualcomm(R) Snapdragon 632 Mobile Platform และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh รวมถึงลำโพงคุณภาพสูงเพื่อความบันเทิง ZenFone Max (M2) ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่โดนเด่นเรื่องความบางกะทัดรัด

ZenFone Max (M2) มาพร้อมกล้องคู่คุณภาพสูง (AI Scene Detection) 13MP f/1.8 ช่วยให้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ พร้อมระบบ Electronic Image Stabilization (EIS) ช่วยลดปัญหาภาพสั่น นอกจากนี้กล้องหลังตัวที่สองยังช่วยการถ่ายภาพแบบ 'bokeh' ทำให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการเบลอฉากหลังช่วยให้วัตถุตรงหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา

ZenFone Max (M2) จะวางจำหน่าย 3 สีด้วยกัน ได้แก่ Midnight Black, Space Blue และ Meteor Silver ผ่านช่องทางดังนี้รุ่น Ram 4 Rom 32 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 5,490 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code 'Asusm2' รับส่วนลด 500 บาท)

รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2QvtpFD สำหรับ ZenFone Max Pro (M2) และhttp://bit.ly/2Qr8qn3 สำหรับZenFone Max M2 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND