ก.ล.ต. จับมือ 3 องค์กรพันธมิตร นำนายจ้างแสดงพลังโครงการบริษัทเกษียณสุข

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จัดโครงการ "บริษัทเกษียณสุข" ซึ่งมีนายจ้างกว่า 170 บริษัท ครอบคลุมสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่า 300,000 คน เข้าร่วมแสดงพลังประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริมลูกจ้างของตนให้มีเงินใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอ โดยใช้ประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างเต็มที่ ภายใต้แนวคิด "ออมเต็มพิกัด จัดแผนเป็น เห็นเงินพอ" ในวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ สโมสรกองทัพบก วิภาวดี
          นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า โครงการ "บริษัทเกษียณสุข" มุ่งสนับสนุนนายจ้างช่วยให้ลูกจ้างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหลังเกษียณ ผ่านกลไกการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยนายจ้างมีบทบาทให้ความรู้แก่ลูกจ้าง กระตุ้นให้เกิดการออม และสร้างองค์ประกอบที่เหมาะสมเพื่อช่วยลูกจ้างให้ "ออมเต็มพิกัด จัดแผนเป็น เห็นเงินพอ" ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่มีนายจ้างสนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 170 ราย* ครอบคลุมสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่า 3 แสนคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตอนแรกที่ 100 ราย"
          "เราพบปัญหาว่ามีสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกว่าร้อยละ 60 ได้เงิน ณ วันเกษียณ ไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ขณะที่ผลงานวิจัยระบุว่าเงินขั้นต่ำสุดที่ควรมีเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้หลังเกษียณคือสามล้านบาท และสมาชิกไม่รู้ว่าจะต้องสะสมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อให้เพียงพอใช้จ่ายหลังเกษียณ ทำให้ออมน้อย เริ่มออมช้า และไม่เลือกหรือไม่มีทางเลือกในนโยบายการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมากพอที่จะทำให้เงินออมเติบโตจนถึงระดับเพียงพอสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณได้ ปัจจุบันสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่าร้อยละ 80 ยังคงเลือกนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำหรือลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้มีเงินไม่พอใช้สำหรับชีวิตหลังเกษียณ
          จากประเด็นข้างต้น นายจ้างจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ที่จะช่วยสร้างความตระหนักด้านการออมเพื่อการเกษียณโดยกระตุ้นให้ลูกจ้างสะสมเงินเต็มสิทธิร้อยละ 15 ของเงินเดือน มีแผนการลงทุนให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีแผนแบบสมดุลตามอายุ (life path) ที่ปรับสัดส่วนการลงทุนอัตโนมัติตามช่วงอายุของสมาชิกไว้รองรับด้วย สิ่งที่สำคัญคือ นายจ้างต้องให้ความรู้แก่ลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลือกแผนการลงทุนของลูกจ้างเหมาะสมกับเป้าหมายเกษียณของตนเอง
          ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ที่หลากหลาย อาทิ ได้รับเครื่องมือการเรียนรู้ (Toolbox) ซึ่งประกอบด้วยสื่อและเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้สื่อสารกับลูกจ้างให้หันมาใส่ใจกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่องได้ ได้รับสิทธิในการส่งกรรมการกองทุนไปอบรมความรู้ในการบริหารกองทุนในหลักสูตรของสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และส่งผู้แทนฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือพนักงานที่พร้อมเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง(influencer) เข้าร่วมเวิร์คช็อปเพื่อกระตุ้นและถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อนพนักงานได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ บริษัทจัดการลงทุนที่บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะช่วยให้ข้อมูลและนำเสนอทางเลือกแผนการลงทุนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเป้าหมายเกษียณมากที่สุด และสุดท้ายจะประเมินผลเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่สมาชิกตามความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการต่อไป" นายรพีกล่าว
          ภายในงานดังกล่าว มีพิธีประกาศเจตนารมณ์จากตัวแทนสมาชิกโครงการฯ และมีการเสวนาหัวข้อ "เกษียณสุขสุดทาง เพราะมีนายจ้างเป็น Super Hero" เพื่อให้มีแนวทางในการช่วยเหลือลูกจ้างให้มีเงินใช้เพียงพอในวัยเกษียณต่อไป

          *ดูรายชื่อนายจ้างผู้เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.happyPVD.com/
 
 

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพวันนี้

"ทรีนีตี้" จับมือ SET เปิดเวที 'The Window to Global Market' ชู DR เป็นประตูสู่หุ้นโลก หนุนนักลงทุนไทยกระจายพอร์ตสู่ตลาดต่างประเทศ"

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จัดงานสัมมนา "The Window to Global Market" ภายใต้ธีม "เปิดโลกลงทุนต่างประเทศด้วย DR" โดยมีนักลงทุนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนความสนใจในการกระจายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศผ่าน Depositary Receipt (DR) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหุ้นและดัชนีชั้นนำระดับโลกได้ด้วยเงินบาท ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทย โดยไม่ต้องเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บ... บล.พาย เปิดเกมรุก DR03 คัดหุ้นเมกะเทรนด์โลก ชู AI-Space Tech พร้อมเทรด 16 ก.ค.นี้ — บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย เดินหน้าขยายทางเลือกการ...