นายลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดทางภาคอีสานของประเทศที่มีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุด และมีศักยภาพ รวมทั้งมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศได้ไม่ยาก เพราะทุกภาคส่วนต่างมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนายางพาราทั้งระบบ ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์ราคายางพาราทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง แต่จะเห็นได้ว่าจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนภายในจังหวัดตามแนวนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างถนนยางพาราแอสฟัลติก (Para asphaltic) ในการอำนวยความสะดวกทางด้านการคมนาคมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพารา อาทิ ที่นอน หมอนยางพาราในโรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ป่วย ครอบครัว และคนใกล้ชิด เป็นต้น นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนในจังหวัดยังช่วยกันขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงนามบันทึกข้อตกลงการส่งเสริมใช้ยางในประเทศ และการจับมือค้าขายกับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราอย่างเต็มที่ในทุกมิติ และถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีความยั่งยืน
สำหรับสถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบันและแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในภาพรวม ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีข้อสั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ภายใต้ความตกลงของสภาไตรภาคียางพาราระหว่างประเทศ ดำเนินควบคุมปริมาณการส่งออกยางพารา จำนวน 350,000 ตัน ตามโครงการ Agreed Export Tonage Scheme ในช่วงเดือน ม.ค. ถึงเดือน มี.ค. 2561 การลดพื้นที่กรีดยางพารา ตามโครงการ Supply Management Scheme จำนวน 496,000 ไร่ ในช่วงเดือน ต.ค. 2560 - ก.ย. 2561 และการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ ตามโครงการ Demand Promotion Scheme เช่น ให้หน่วยงานภาครัฐนำยางพาราไปผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับการใช้งาน การสร้างถนนยางพารา การส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนชาวต่างประเทศในการผลิตล้อยางและผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวม แปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราอีกหลายโครงการ และในช่วงกลางปี 2561 นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมให้แก่กรมชลประทาน จำนวน 3,500 ล้านบาทเพื่อนำไปจัดสร้างถนนยางพาราในเขตพื้นที่ชลประทาน ทั้งประเภทถนนลาดยางมะตอยผสมยางพารา (Para asphaltic concrete) และถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา (Para Soil Cement) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถนำยางพาราไปใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ได้ อีกทั้งได้จัดสรรงบประมาณให้แก่ กยท. และกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ชาวสวนยางรายย่อยกระจายความเสี่ยงด้วยการปลูกพืชหรือเลี้ยงปศุสัตว์ในสวนยาง เพื่อเสริมรายได้ตามข้อเสนอของกลุ่มชาวสวนยางรายย่อย ซึ่งถือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มุ่งสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืนทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกหลายประการ ได้แก่ เศรษฐกิจโลกในภาพรวมชะลอตัวลง มีสงครามทางการค้าระหว่างประเทศที่เป็นคู่ค้าและนำเข้ายางพาราจากประเทศไทย และราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน เข้ามาซ้ำเติมในช่วงปลายปี ทำให้สถานการณ์ราคายางพารายังไม่ดีขึ้น นายกรัฐมนตรี จึงได้เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินมาตรการเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 รวม 3 โครงการ ได้แก่
2) โครงการสินเชื่อสนับสนุนการส่งออกยางพาราของสถาบันเกษตรกร วงเงิน 5,000 ล้านบาท
และ 3) โครงการสร้างถนนยางพาราในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 75,032 หมู่บ้าน 7,200 ตำบล และสร้างถนนคันคลองชลประทานใน 53 จังหวัด โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำรายละเอียดโครงการและงบประมาณเพื่อขออนุมัติต่อไป ซึ่งในปัจจุบันกรมทางหลวงได้จัดทำข้อกำหนดหรือ Spec. ของถนนท้องถิ่นดังกล่าวและกรมบัญชีกลางได้กำหนดและประกาศวิธีการกำหนดราคากลางเรียบร้อยแล้ว
"ผมมีความเชื่อมั่นว่ายางพารายังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น สงครามทางการค้าคลี่คลาย และราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ สถานการณ์ราคายางพาราจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน จึงขอให้พี่น้องชาวสวนยางอดทนและมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะดูแลแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถ" นายลักษณ์ กล่าว
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์
17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก 2569 กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนแนวคิด รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู - ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ
"63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย" กรมพัฒนาที่ดิน โชว์นวัตกรรมดิน-AI-เกษตรคาร์บอนต่ำ เดินหน้าสู่เกษตรแม่นยำเพื่ออนาคตประเทศ
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี