ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ ตามการคาดการณ์ ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) น่าจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุม ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวลดลง 7 bps. มาอยู่ที่ 1.77% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 5 bps. มาอยู่ที่ 1.80% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวลดลง 2 bps. มาอยู่ที่ 2.07% ต่อปี โดยกองทุน KTFF246 และ KTFF249 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ หลังจากที่บริษัทได้เปิดการเสนอขายครั้งแรก ( IPO) กองทุนเปิดเคแทม อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ อิควิตี้ ฟันด์ ( KT-EMEQ) ระหว่างวันที่ 17- 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากกนักลงทุน มียอดเงินลงทุนกว่า 600 ล้านบาท พร้อมเปิดเสนอขายครั้งถัดไปในวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายกว่า 50 แห่งทั่วงประเทศ เงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท
ทั้งนี้ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ. กรุงไทย มองว่า Emerging Markets Equity "หุ้นตลาดเกิดใหม่" เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงที่สุดในระยะยาว ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการคือ เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่( EM) มีศักยภาพการเติบโตสูง และ ราคาหุ้นยังถูก
เศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดย IMF คาดการณ์ ) GDP ของ EM +4.4% ในปีนี้และ +4.8% ในปี 2020 (เทียบกับ 1.8% และ 1.7% ของตลาดพัฒนาแล้ว) เศรษฐกิจ EM มีศักยภาพการเติบโตสูงเนื่องจาก 1) โครงสร้างประชากร หลายประเทศ EM มีอายุเฉลี่ยน้อย โดยเฉพาะในแอฟริกาและลาตินอเมริกา สัดส่วนคนวัยทำางานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต 2) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศ EM ส่วนใหญ่ยังมีโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ จึงมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนด้านนี้อีกมาก 3) การปฏิรูป ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพแก่ระบบเศรษฐกิจ ประเทศที่เดินหน้าปฏิรูปในด้านต่างๆได้ดี เช่น ระบบราชการ ภาษี กฎหมาย ภาคธนาคาร อุตสาหกรรม การศึกษา ฯลฯ จะดึงดูดเงินลงทุนในระยะยาว และ4) ชนชั้นกลางขยายตัว มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อน "การบริโภค" ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ หุ้น EM มีระดับราคาถูก หลายแห่งถูกกว่าหุ้นของตลาดพัฒนาแล้วมาก หลังจาก EM เผชิญปัจจัยกดดันสาคัญ 2 ประการ ในช่วงปีเศษๆที่ผ่านมา 1) เฟดขึ้นดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็งค่า กดดันหุ้น EM ร่วงลงจนเข้าสู่ภาวะหมี (bear market) แต่ในที่สุดเฟดก็หยุดพักการขึ้นดอกเบี้ย และเริ่มส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยอาจปรับลดลงในระยะถัดไป ส่งผลให้ดอลลาร์กลับอ่อนค่า "ปัจจัยกดดัน" EM ในปีที่แล้ว จึงพลิกกลับเป็น "ปัจจัยหนุน" ในปีนี้ ขับเคลื่อน Fund Flows ให้มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ Emerging Markets 2) สงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน ได้แปรเปลี่ยนเป็น "สงครามเย็นด้านเทคโนโลยี" ในระยะยาว ภาคธุรกิจตลอดจนรัฐบาลประเทศต่างๆ รับรู้และเริ่มปรับตัว ดังนั้น กองทุน KT-EMEQ จึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และควรพิจารณามีไว้ในพอร์ตการลงทุน เพื่อโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ - อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF - CPNCG - DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*)
FUTURERT เตรียมจ่ายเงินปันผล ครั้งที่ 5 ในอัตรา 0.122869 บาทต่อหน่วยและเงินลดทุนชำระแล้ว ในอัตรา 0.1471 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone
QHHRREIT ปลื้ม! นักลงทุนแห่จองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนวันแรกแน่น รับกระแส Hospitality REIT ขาขึ้น มั่นใจศักยภาพทำเล Super Prime CBD 'ชิดลม-หลังสวน'
บลจ.ทิสโก้โชว์ผลงานบริหาร 'กองทุนหุ้นไทย' TISCOHD - A และ TDSThaiESG สร้างผลตอบแทนอันดับ 1