แปลงมันสำปะหลังเมืองกาญจน์ รอดปลอดโรคใบด่าง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กรมวิชาการเกษตร เผยผลตรวจตัวอย่างมันสำปะหลังต้องสงสัยจังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรเฮผลแลปชี้ชัดไม่พบเชื้อสาเหตุโรคใบด่าง แต่ยังย้ำเตือนเกษตรกรหันหลังให้มันสำปะหลังพันธุ์ 89 พร้อมหมั่นสำรวจแปลง หากพบอาการต้องสงสัยให้ถอนทำลายทันที 
          นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์กล่าวถึงการระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังในแปลงของเกษตรกร ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จากกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร รวมทั้ง อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ได้ร่วมกันเข้าไปสำรวจพื้นที่การระบาดในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถามเกษตรกรเจ้าของแปลงทราบว่าได้ซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ 89 มาจากเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาจำนวน 20 ต้น โดยท่อนพันธุ์ที่ซื้อมาได้ขยายพันธุ์ไว้ในแปลงในพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อใช้ปลูกในรุ่นถัดไป ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด แต่เพิ่งพบอาการผิดปกติเมื่อเร็วๆ นี้ โดยลักษณะอาการที่พบ คือ ใบยอดด่างและหงิกเสียรูปทรง ส่วนใบล่างถัดลงมาแสดงอาการด่าง เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรจึงได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างมันสำปะหลังเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ที่คลินิกพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ทันที 
          จากผลการตรวจตัวอย่างในระยะเวลาที่รวดเร็วภายในห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตร โดยใช้เทคนิคการตรวจสอบในระดับชีวโมเลกุลแล้ว ผลปรากฏว่าไม่พบแถบดีเอ็นเอของเชื้อ SLCMV ซึ่งหมายถึงว่ามันสำปะหลังในแปลงที่เก็บตัวอย่างมาไม่ได้เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อ SLCMV ตามที่มีข่าวว่าพบการระบาดของโรคใบด่างในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด
          อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ย้ำเตือนถึงความรุนแรงของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัส SLCMV พร้อมกับหลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ 89 ซึ่งแม้จะโตได้ดีและให้น้ำหนักดี แต่เป็นพันธุ์มันสำปะหลังที่อ่อนแอต่อทุกโรคของมันสำปะหลัง รวมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัส SLCMV โดยขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกมันสำปะหลังทุก 2 สัปดาห์ หากพบต้นที่แสดงอาการต้องสงสัยให้ดำเนินการถอนทำลายต้นที่ต้องสงสัยและต้นข้างเคียงในพื้นที่ 4x4 เมตร (ไม่เกินจำนวน 16 ต้น) โดยวิธีฝังกลบในหลุมลึกไม่น้อยกว่า 2-3 เมตรทำการกลบด้วยดินหนาไม่น้อยกว่า 0.5 เมตร และพ่นสารฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ ด้วยสารเคมีอิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% SL อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไทอะมีโทแซม 25% WG อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในแปลงที่พบอาการต้องสงสัยและแปลงใกล้เคียง


ข่าวกรมส่งเสริมการเกษตร+เสริมสุข สลักเพ็ชร์วันนี้

เตือนชาวนา ต้นกุมภาพันธ์รับมืออากาศเย็นระลอกใหม่ ระวัง!! "โรคใบจุดสีน้ำตาล"

กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เฝ้าระวังโรคใบจุดสีน้ำตาล เนื่องจากพยากรณ์อากาศรายงานว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มวลอากาศเย็นปานกลางระลอกใหม่เริ่มปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในช่วงเช้า ทั้งตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ ซึ่งเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรคของขอบใบจุดสีน้ำตาล ซึ่งสามารถแพร่ระบาดไปกับกระแสลมได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงหรือมีหมอกหนา ซึ่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569

กล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของ... เกษตรฯ เผยผลประกวดกล้วยไม้ 2569 นำระบบสารสนเทศตัดสินรางวัลแม่นยำ-รวดเร็ว — กล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกเฉลี่ยปีละป...

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการ... เกษตรฯ ตั้ง 30 จุด เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเผาเพิ่มเงิน ! — กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศจากกา...

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างการรับรู... หยุดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ เกษตรฯ หนุนเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน — กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรในมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝ...

มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ม... กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนปลูกมะพร้าวสุขภาพดี ด้วยการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) — มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 ล้านไร่ กร...