นายลิม ชอง บุน เดนนิส กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี หุ้นไทย เมกะ หรือกองทุนเปิด M-MEGA เป็นกองทุนรวมตราสารทุนในประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคัดสรรหุ้นจำนวนไม่เกิน 35 บริษัทจากหุ้นกลุ่มดัชนี SET50 โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีกลยุทธ์การลงทุนแบบมุ่งหวังผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ซึ่งจะคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และหรือมีศักยภาพในการเจริญเติบโตดี ประกอบกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค และให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความผันผวนน้อยที่สุด พร้อมทั้งมีการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดการลงทุนในแต่ละขณะ
ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกชนิดหน่วยลงทุนคือ ชนิดสะสมมูลค่า (M-MEGA-A) ซึ่งผู้ถือหน่วยจะรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (total return) และชนิดจ่ายเงินปันผล (M-MEGA-D) ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนจะมีโอกาสรับเงินปันผลอย่างน้อยปีละครั้ง
จากความเห็นของสายบริหารกองทุนมองปัจจัยสนับสนุนการลงทุนได้แก่ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.75% ซึ่งเป็นระดับที่ผ่อนคลาย เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และด้านการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง จะส่งผลบวกต่อเนื่องมายังความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยุติการปรับลดงบดุล มีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯจะอ่อนค่า และเงินบาทจะกลับมาแข็งค่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ Fund Flow ไหลเข้ามา ทั้งนี้มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และประเด็นเรื่องการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่อาจส่งผลกระทบช่วงสั้นต่อตลาด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ หากเกิดรัฐบาลผสมขึ้น
กองทุนเปิด M-MEGA เหมาะสำหรับผู้สนใจลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนระยะยาวที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นที่กองทุนไปลงทุน ซึ่งอาจจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่ลงทุนและทำให้ขาดทุนได้ ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน
ผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกได้ตั้งแต่ 10,000 บาท โดยหลังการเสนอขายครั้งแรกกองทุนจะเปิดให้ซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยงของกองทุนหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 หรือที่ www.mfcfund.com หรือสาขาแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร. 0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร.043-204-014 สาขาเชียงใหม่ โทร. 053-218-480-82 สาขาภูเก็ต โทร.076-307-070 สาขาระยอง โทร. 033-100-340-2 สาขาพิษณุโลก โทร. 055-008-980-2 สาขาอุบลราชธานี โทร.045-422-890-2 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324 - 25
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2026 หมวดธุรกิจการแพทย์ 3 ปีซ้อน สะท้อนความสำเร็จบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ
BC ต้อนรับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ mai เยี่ยมชมกิจการ เผยทิศทางต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการครบวงจร
บล.พาย เปิดเกมรุก DR03 คัดหุ้นเมกะเทรนด์โลก ชู AI-Space Tech พร้อมเทรด 16 ก.ค.นี้
ตลท.คัดเลือก JMART เข้าดัชนี SET100 มีผลตั้งแต่ 13 ก.ค. 69 พร้อมขับเคลื่อน Lock Phone และ AI สู่การเติบโตรอบใหม่
บล.เกียรตินาคินภัทร ขยายโอกาสการลงทุนต่างประเทศ เปิดตัว 3 DR06 ใหม่ อ้างอิงหุ้นชั้นนำระดับโลก 'SpaceX - Alphabet - Formula One'
SPC ผนึก SET จุดประกายชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา เปิดสถานีขยะแลกของ สร้างพฤติกรรมใหม่เพื่อโลกยั่งยืน
InnovestX ฉลอง DR23 ครบรอบ 1 ปี ขยายสู่ 94 หลักทรัพย์อ้างอิงทั่วโลก พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ เสริมพอร์ตเมกะเทรนด์ AI, Automation และ Future Industries
คำชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการจำหน่ายเงินลงทุนใน บล. พาย ของผู้ถือหุ้นใหญ่ (CGH) ให้กับ วีบูลล์ โฮลดิ้งส์ (สิงคโปร์)
หุ้น BCP ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50 รอบครึ่งปีหลัง 2569 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน