ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกสิกรไทยที่ 'BBB+’ และบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยที่ 'AA(tha)’

17 Apr 2019
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign-Currency IDR) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank ที่ 'BBB+' และอันดับเครดิตในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่ 'AA+(tha)' โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

พร้อมกันนี้ฟิทช์ยังได้ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศของ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS) ที่ 'AA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

รายละเอียดอันดับเครดิตทั้งหมดได้แสดงไว้ในส่วนท้าย

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต – อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ KBank พิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร (Viability Rating หรือ VR) นอกจากนี้การพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างโครงสร้างเครดิตของธนาคารและธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยรายอื่นยังเป็นปัจจัยในการพิจารณาอันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมีสถานะเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต – อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank พิจารณาถึงเครือข่ายธุรกิจในประเทศไทยที่แข็งแกร่งในฐานะหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อันดับเครดิตของ KBank ยังสะท้อนถึงอัตรากำไรที่อ่อนตัวลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งในระยะปานกลาง อัตรากำไรของธนาคารอาจจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มธนาคารในต่างประเทศที่มีอันดับเครดิตคล้ายกัน โดยอัตรากำไรของ KBank ในปี 2562 คาดว่าจะยังคงถูกกดดันต่อเนื่องจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงและจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง เช่น รายได้จากธุรกิจประกันภัย

ฟิทช์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ของ KBank จะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวต่อไปได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มของสภาวะเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ KBank สะท้อนจากระดับของสำรองหนี้สูญ ต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(loan loss reserve) ที่สูงขึ้นเป็น 160.6% ณ สิ้นปี 2561 และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามการคำนวณของฟิทช์ (Fitch core capital) ที่ 16.4% ซึ่งน่าจะช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับความเสี่ยงที่คุณภาพสินเชื่ออาจปรับตัวอ่อนลงได้ KBank มีฐานเงินฝากบัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์ (CASA) ในสัดส่วนสูงที่ 78% ของฐานเงินฝาก ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งสนับสนุนให้ธนาคารมีต้นทุนการระดมเงินทุนที่ต่ำกว่าธนาคารอื่นรวมถึงมีความสามารถในการระดมเงินทุนที่มีเสถียรภาพ

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต – อันดับเครดิตสนับสนุน (Support Rating) และ อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ

อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ KBank สะท้อนถึงการที่ธนาคารมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทย โดยส่วนแบ่งทางการตลาดของ KBank ในด้านเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 15% ของระบบธนาคารพาณิชย์

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต – หุ้นกู้ด้อยสิทธิ

อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิสกุลเงินบาทที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ของ KBank ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ 1 อันดับ ซึ่งสะท้อนถึงการที่หุ้นกู้ดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติในการรองรับผลขาดทุนในลักษณะที่เป็นการบังคับตัดเป็นหนี้สูญทั้งจำนวน (mandatory full write-down) และความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่มากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิเนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะด้อยสิทธิ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ดังกล่าวไม่ได้ถูกปรับลดอันดับเพิ่มเติมเพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ (non-performance risk) เนื่องจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption)

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต – บริษัทย่อยและบริษัทร่วม

อันดับเครดิตภายในประเทศของ KS สะท้อนถึงความเชื่อของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปรกติจากธนาคารแม่ ซึ่งคือ KBank หากจำเป็น ฟิทช์มองว่า KS เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อ KBank เนื่องบริษัทจากมีบทบาทที่สำคัญในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจรูปแบบธนาคารครบวงจร (universal banking strategy) ของธนาคารแม่ อีกทั้ง KS เป็นบริษัทลูกที่ KBank ถือหุ้น 99.91% และยังมีการใช้เครื่องหมายทางการค้าร่วมกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมียังมีการผสานการดำเนินงานและการบริหารงานกับธนาคารแม่อย่างใกล้ชิดมาก

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต – อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ KBank จะได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของระดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของผลการประเมินโครงสร้างทางเครดิตของ KBank เมื่อเทียบกับอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารอื่นๆ ในประเทศไทยอาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank ได้

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต – อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

โอกาสที่อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากอันดับเครดิตของธนาคารอยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) และธนาคารยังมีสัดส่วนเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูง ในขณะที่การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยน่าจะส่งผลให้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank ถูกปรับลดอันดับเช่นกัน

การปรับตัวอ่อนลงของคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องโดยที่ธนาคารไม่มีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่เพียงพอในด้านระดับของสำรองหนี้สูญและฐานะเงินกองทุน หรือหากความสามารถในการทำกำไรปรับตัวอ่อนตัวลงกว่าที่ฟิทช์คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการที่ธนาคารไม่สามารถรักษาอัตรากำไรที่เทียบกับระดับความเสี่ยง (risk-adjusted profitability) ของธนาคารไว้ในระดับเดียวกันกับธนาคารอื่นภายในประเทศที่มีระดับอันดับเครดิตเดียวกัน ก็อาจส่งผลให้ธนาคารถูกปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินได้

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต – อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ

ฟิทช์อาจต้องทบทวนการประเมินอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ KBank ใหม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงในความสามารถของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนแก่ธนาคารพาณิชย์ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้จากการที่อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลดอันดับลง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงในมุมมองของฟิทช์ต่อแนวโน้มที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทย อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ KBank อย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต – หุ้นกู้ด้อยสิทธิ

อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิของ KBank จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในอันดับเครดิตอ้างอิงของตราสารนั้น ซึ่งคืออันดับเครดิตภายในประเทศ

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต – บริษัทร่วมและบริษัทย่อย

อันดับเครดิตภายในประเทศของ KS จะได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารแม่ อีกทั้งยังอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมุมมองของฟิทช์เกี่ยวกับโอกาสในการที่ KBank จะให้การสนับสนุนกับบริษัทลูก เช่น หากมีการลดการถือหุ้นในบริษัทลูกอย่างมากหรือมีการลดของระดับความใกล้ชิดหรือความเชื่อมโยงในด้านการตลาดและการบริหารงาน อย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

KBank:

  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ 'BBB+'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ 'F2'
  • อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ 'bbb+'
  • อันดับเครดิตสนับสนุน คงอันดับที่ '2'
  • อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ 'BBB-'
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ 'AA+(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ 'F1+(tha)'
  • อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ 'BBB+'
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิ คงอันดับที่ 'AA(tha)'

KS:

  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ 'AA(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
  • อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ 'F1+(tha)'