“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” คว้ารางวัลชนะเลิศ Euromoney Real Estate Awards 2019 สาขาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมดีเด่น (Best Developers Industrial/Warehouse Sector)

22 Oct 2019
บริษัท เฟรเซอร์พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" ผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร รับรางวัล The Country Award Winner 2019 สาขา 'ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมดีเด่นของประเทศไทย' (Best Developers Thailand of Industrial/Warehouse Sector) จากนิตยสาร Euromoney โดย FPT ได้รับการพิจารณาให้เป็นองค์กรที่มีความโดดเด่นที่สุดของแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จากการสำรวจองค์กรอสังหาริมทรัพย์ดีเด่นประจำปี ครั้งที่ 15 เพื่อมอบให้แก่ผู้นำการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ โดยผลสำรวจดังกล่าวมาจากการรวบรวมคำตอบที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์ตามเกณฑ์จากผู้ให้ความคิดเห็นรวม 3,200 ราย จากบริษัทชั้นนำในภาคอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก
“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” คว้ารางวัลชนะเลิศ Euromoney Real Estate Awards 2019 สาขาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมดีเด่น (Best Developers Industrial/Warehouse Sector)

นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "บริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศของ FPT ด้านการพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าคุณภาพสูง มาตรฐานระดับสากล โดยกุญแจแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ มาจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญและยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการนำเสนอโซลูชั่นและเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ลูกค้า เพื่อส่งมอบบริการที่ครบวงจร และคลอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรม ตลอดจนการมุ่งขยายพอร์ตธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม FPT จะเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์และบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง"

มร.ไคลฟ์ ฮอร์วูด บรรณาธิการ นิตยสารยูโรมันนี กล่าวว่า "รางวัลอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ถือเป็นสุดยอดรางวัลของแวดวงธุรกิจอสังหาริมทัรพย์ เนื่องจากเป็นผลการให้คะแนนของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแวดวงอสังหาริมทรัพย์ อาทิ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ และนักการธนาคาร ในโอกาสนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ของ FPT ที่สามารถคว้ารางวัลผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมดีเด่นของประเทศไทย (Best Developer Thailand of Industrial/Warehouse real estate) บ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงการได้รับการยอมรับนับถือเป็นอย่างดีจากเพื่อนผู้ประกอบการและผู้ร่วมงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มีการแข่งขันสูง"

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสำรวจองค์กรอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น โปรดดู www.euromoney.com

เกี่ยวกับ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ FPT มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ปัจจุบัน FPT เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ "GOLD" ด้วยจำนวนหุ้นรวมทั้งสิ้นร้อยละ 94.5 ทำให้ FPT เป็นผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย (Residential) และ พาณิชยกรรม และโรงแรม (Commercial and Hospitality) นอกจากนี้ FPT ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT (ซึ่งปัจจุบันเป็นกองทรัสต์ฯ อุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) และภายหลังจากการควบรวมกิจการของ GOLD เข้าในกลุ่ม FPT แล้ว บริษัทจะเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชยกรรม GVREIT ทั้งนี้ FPT, GOLD, FTREIT และ GVREIT เป็นบริษัทและกองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู www.frasersproperty.co.th

เกี่ยวกับบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ("เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้" หรือ "กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้") เป็นบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ (SGX-ST) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการเป็นเจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทแบบครบวงจร โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 33.6 พันล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562)

สินทรัพย์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าอาคารพาณิชย์ และบิสซิเนส พาร์ค รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ทางด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ยุโรป และจีน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเป็นเจ้าของ และ/หรือเป็นผู้บริหารจัดการเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์และโรงแรมมากกว่า 70 เมือง ทั้งในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป ภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเดียวกันในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่า และน่าจดจำให้แก่ลูกค้า และผู้ถือหุ้น โดยอาศัยความรู้ และความสามารถจากทุกตลาดและภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อส่งมอบคุณค่าในสินทรัพย์ที่หลากหลายที่มีอยู่

นอกจากนี้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ยังเป็นผู้สนับสนุนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3 กอง และกองทรัสต์ สเตเปิ้ลอีกจำนวน 1 กอง (Stapled Trust) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พ้อยท์ ทรัสต์ (Frasers Centrepoint Trust) เฟรเซอร์ส คอมเมอร์เชียล ทรัสต์ (Frasers Commercial Trust) และเฟรเซอร์ส โลจิสติกส์ & อินดัสเทรียล ทรัสต์ (Frasers Logistics & Industrial Trust) ซึ่งเป็นกองทรัสต์ที่มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ และโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมตามลำดับ ในขณะที่ เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ ทรัสต์ (Frasers Hospitality Trust) ซึ่งเป็น Stapled Trust ประกอบไปด้วย เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ เรียล เอสเตท อินเวสต์เม้นท์ ทรัสต์ (Frasers Hospitality Real Estate Investment Trust) และ เฟรเซอร์ส ฮอสพิทัลลิตี้ บิซิเนส ทรัสต์ (Frasers Hospitality Business Trust) เป็นกองทรัสต์ที่มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ด้านฮอสพิทัลลิตี้ นอกจากนี้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ยังเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT) เป็นกองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู www.frasersproperty.com

“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” คว้ารางวัลชนะเลิศ Euromoney Real Estate Awards 2019 สาขาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมดีเด่น (Best Developers Industrial/Warehouse Sector)