“เสนา ฮันคิว ฮันชิน” ชิงพื้นที่ทำเลฮอต ลุยเปิด “นิช โมโน แจ้งวัฒนะ” ชูคอนเซ็ปต์ ความลงตัวของพื้นที่ ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล

31 Oct 2019
"เสนา ฮันคิว ฮันชิน" ชิงพื้นที่ทำเลฮอต ลุยเปิด "นิช โมโน แจ้งวัฒนะ" ชูคอนเซ็ปต์ ความลงตัวของพื้นที่ ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล
“เสนา ฮันคิว ฮันชิน” ชิงพื้นที่ทำเลฮอต ลุยเปิด “นิช โมโน แจ้งวัฒนะ” ชูคอนเซ็ปต์ ความลงตัวของพื้นที่ ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล

เสนา ฮันคิว ฮันชิน เดินหน้ารุกตลาดคอนโดแนวสูงเอาใจกลุ่มลูกค้าในย่านแจ้งวัฒนะ คนรุ่นใหม่วัยทำงาน ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ "นิช โมโน แจ้งวัฒนะ" ชูคอนเซ็ปต์" A Recharge haven for your digital life" ความลงตัวของพื้นที่ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล พร้อมดีไซน์ตกแต่งครบบนโลเคชั่นที่ดีที่สุด ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีศรีรัชเพียง 120 เมตร เริ่ม 1.89 ล้านบาท ด้านไนแฟรงค์ประเทศไทยชี้ย่านแจ้งวัฒนะทำเลศูนย์กลางธุรกิจของนนทบุรี

นางสาว อุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับโครงการ นิช โมโน แจ้งวัฒนะ เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเสนาอย่างเด่นชัด ทั้งในด้านจุดขายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จากการนำโนว์ฮาวจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า "Geo fit+"ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจในรายละเอียดและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ที่สำคัญโครงการยังให้ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยครบถ้วนทุกคุณสมบัติและประโยชน์ใช้สอยบนทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เราคิดแล้วว่าโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ และคาดว่าเมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูก่อสร้างเสร็จจะทำให้ย่านแจ้งวัฒนะเกิดความคึกคักในตลาดอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุด เปิดตัวโครงการใหม่ "นิช โมโน แจ้งวัฒนะ" หนึ่งในแบรนด์คอนโดมิเนียมของเสนาที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "A Recharge haven for your digital life" ความลงตัวของพื้นที่ชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล ที่นี่ให้คุณชาร์จชีวิตได้ทุกวัน สะดวกสบายทุกการเดินทาง เนื่องจากใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีศรีรัช เพียง 120 เมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่เศษ ติดถนนแจ้งวัฒนะ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น 1 อาคาร ทั้งหมด 921 ยูนิต โดยมีให้เลือกห้องแบบ 1- 2 ห้องนอน ขนาด 28 – 53 ตารางเมตร ราคาต่อตารางเมตรละ 67,500 บาท หรือ ราคาเริ่ม 1.89 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 2,300ล้านบาท โดยกำหนดเริ่มก่อสร้างปี 2563 และคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565

การออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมือนวิถีการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และเพื่อสนองความต้องการของผู้อาศัยใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.Geo fit + days คุณภาพที่ได้มาตรฐาน 2.Geo fit + eco ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 3.Geo fit + stage ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัยและ 4.Geo fit + sonae เตรียมพร้อมฉุกเฉินป้องกันภัยธรรมชาติและด้วยการนำแนวคิด Geo Fit+ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นนั้น มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ Lifestyle คนไทย นอกจากนี้ เราได้นำแนวคิด Made From Her คำนึงทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิตภายในที่อยู่อาศัยใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบครบที่สุด มาพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสูงสุด

ด้านสาธารณูปโภคภายในโครงการครบครัน คอนโดพร้อมคอนเซ็ปต์ "A Recharge haven for your digital life" ให้กับชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล ด้วยระบบ Home Automation ให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้ว , ระบบ QR Code เพิ่มความปลอดภัย สำหรับเข้า – ออกอาคาร ,Digital Theater ความสุขและความบันเทิงสำหรับครอบครัวสะดวกกับ High Speed WI-FI ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง, ระบบ Fiber Optic ที่จัดเตรียมไว้ให้ในทุกห้องพัก ส่วนกลางจัดเต็มมาพร้อม Fitness พื้นที่กว่า 200 ตร.ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนชอบออกกำลังกาย ,พร้อมอุปกรณ์และฟังก์ชั่นที่ครบครัน

ด้านคุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริเวณแจ้งวัฒนะเป็นทำเลศักยภาพที่มีความโดดเด่นเป็นย่านเศรษฐกิจและย่านธุรกิจการค้า มีโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานหลากหลายรูปแบบที่อยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาจากผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย ซึ่งได้เริ่มเข้ามาจับจองที่ดินบริเวณนี้ ซึ่งในปัจจุบันบริเวณแจ้งวัฒนะอยู่ในแนวเส้นทางการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เส้นทางวิ่งไปตามแนวถนนแจ้งวัฒนะทั้งเส้น (ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างและเปิดให้บริการประมาณปี พ.ศ. 2564) อีกทั้งยังมีส่วนต่อขยายจากสถานีศรีรัช – เมืองทองธานี ที่ออกแบบเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) โดยจุดเชื่อมต่อจะอยู่บริเวณสถานีศรีรัชของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายหลัก ไปทางทิศตะวันตก และเลี้ยวขวาเข้าสู่เมืองทองธานีไปตามซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 แนวทางเดียวกันกับทางพิเศษอุดรรัถยา ต่อเนื่องไปยังจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี ประกอบด้วยสถานีรับส่งผู้โดยสาร 2 สถานี ได้แก่ สถานี MT-01 ตั้งอยู่บริเวณอิมแพ็คชาเลนเจอร์ (Impact Challenger) และสถานี MT-02 ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของทะเลสาบเมืองทองธานี รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และหากโครงการแล้วเสร็จจะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเดินทางของประชาชนจากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะเข้าสู่พื้นที่เมืองทองธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่น และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ ด้วย เช่น ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เอสซีจี สเตเดี้ยม ธันเดอร์โดม และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นต้น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูยังสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น 3 สาย คือ

1. รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ (ปัจจุบันเปิดให้ใช้บริการอยู่) โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี

2. รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต (ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างและเปิดให้บริการประมาณต้นปี พ.ศ. 2564) โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีหลักสี่

3. รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) โดยเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (โครงการในอนาคต)

โดยโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะเป็นตัวสนับสนุนพื้นที่ในย่านนี้ให้มีความสะดวกในการเดินทางและการคมนาคมอีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณนี้ค่อนข้างครบครันสำหรับคนที่ทำงานและพักอาศัยในบริเวณนี้

อีกทั้งบริเวณแจ้งวัฒนะตั้งอยู่ใกล้สนามบินดอนเมืองซึ่งในปัจจุบันสนามบินดอนเมืองมี 2 อาคารคือ Terminal 1 และ Terminal 2 โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณปีละ 30 ล้านคน และในอนาคต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมแผนในการพัฒนาระยะที่ 3 (Terminal 3) และคาดว่าในอนาคตจะมีการเพิ่มเที่ยวบินและคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการจะเพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านคน/ปี และสูงถึง 50-60 ล้านคน (ในช่วงปี พ.ศ.2568-2573) ในส่วนการเดินทางทางน้ำบริเวณนี้ยังมีท่าเรือปากเกร็ดซึ่งคอยรองรับการเดินไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร และยังมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงโดยการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาลอีกด้วย

โดยทำเลแจ้งวัฒนะเดิมทีเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่ขยายตัวออกมาจากตัวเมืองกรุงเทพมหานคร โดยในช่วงแรกมีเพียงโครงการหมู่บ้านจัดสรรไม่กี่แห่ง ต่อมามีการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยปริมาณมากขึ้น เนื่องจากมีระบบทางด่วนขั้นที่ 2 เกิดขึ้น ทำให้ปัจจุบันพื้นที่ย่านนี้ถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยและย่านธุรกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี การพัฒนาในพื้นที่บริเวณแจ้งวัฒนะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2542 ซึ่งมีการพัฒนาศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย โดยมีพื้นที่รวมกว่า 140,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสมผสานจึงทำให้มีการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยอันได้แก่ โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบต่างๆ เช่น โครงการบ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ เกิดขึ้นมาและพื้นที่บริเวณแจ้งวัฒนะเริ่มกลายเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ต่อมาบริเวณนี้จึงเริ่มมีการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยและผู้ที่ทำงานในบริเวณนี้ จึงมีการพัฒนา ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ แม็คโคร คอมมูนิตี้มอลล์ และโครงการอื่นๆ

จากผลวิจัยไนท์แฟรงค์ประเทศไทย เผยว่า จำนวนอุปทานคอนโดมิเนียมบริเวณแจ้งวัฒนะ ณ กลางปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 18,942 หน่วย โดยคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มีจำนวนอุปทานใหม่เกิดขึ้นมากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เนื่องจากมีหน่วยงานราชการเริ่มย้ายสถานที่ทำการเข้ามาอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและเริ่มเปิดขายมากขึ้นในปี พ.ศ. 2554 แต่ถึงกระนั้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมในปีต่อมาพบว่าอุปทานใหม่เริ่มชะลอตัวลงและเพิ่มขึ้นสลับกันไปจนถึงปี พ.ศ. 2561 และในปี พ.ศ. 2561 นั้นเองก็ได้เริ่มมีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงมีนบุรี-แคราย จึงทำให้มีอุปทานใหม่เปิดขายเพิ่มขึ้นมาเป็น 2,013 หน่วย และ ณ ครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 มีอุปทานใหม่เปิดขายเพิ่มขึ้นมาจำนวน 1,838 หน่วย และคาดว่าทั้งปี พ.ศ. 2562 จะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในบริเวณนี้ประมาณ 3,000 หน่วย คอนโดมิเนียมบริเวณแจ้งวัฒนะมีจำนวนหน่วยที่ขายไปแล้วประมาณ 12,271 หน่วย จากจำนวนคอนโดมิเนียมที่เปิดขายทั้งสิ้น 18,942 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายที่ร้อยละ 64.8 มีจำนวนคอนโดมิเนียมเหลือขายประมาณ 6,671 หน่วย จำนวนหน่วยขายคอนโดมิเนียมในช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีจำนวนหน่วยขายประมาณปีละ 1,350 หน่วย เนื่องจากบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีศักยภาพเป็นบริเวณธุรกิจใหม่ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง อาคารสำนักงานที่อยู่ในพื้นที่ ศูนย์ราชการ โรงพยาบาล อีกทั้งยังมีสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ นอกจากนี้การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564 ส่งผลทำให้มีกลุ่มผู้ที่สนใจเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ คือ บุคคลากรของหน่วยงานต่างๆ ในย่านนี้ และผู้ปกครองนักเรียนและนักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ ทั้งนี้เนื่องจากคอนโดมิเนียมในบริเวณแจ้งวัฒนะในตอนนี้ยังมีราคาที่จับต้องได้ หากรถไฟฟ้าสายสีชมพูแล้วเสร็จการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้นดังนั้นราคาขายมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้กลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มักซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเองและมีบางส่วนซื้อเพื่อปล่อยเช่า อีกทั้งบางส่วนซื้อเพื่อเก็บไว้เป็นทรัพย์สินโดยคาดว่าคอนโดมิเนียมในบริเวณแจ้งวัฒนะมีระดับราคาที่สามารถปรับตัวขึ้นได้ในอนาคตยิ่งเมื่อระบบรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้วเสร็จย่อมทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น การพัฒนาคอนโดมิเนียมบริเวณแจ้งวัฒนะ ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับเกรดซี โดยระดับราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมเกรดซี ณ กลางปี พ.ศ. 2562 มีระดับราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 72,438 บาท/ตารางเมตร เมตร ปรับตัวขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 53,680 บาท/ตารางเมตร ค่าเฉลี่ยการปรับตัวขึ้นของคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้จากปี พ.ศ. 2554 ถึง กลางปี พ.ศ. 2562 มีค่าเฉลี่ยสะสมในการปรับตัวในระยะเวลา 7 ปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ในอัตราร้อยละ 5 ในปี พ.ศ. 2562 เริ่มมีการพัฒนาคอนโดมิเนียมเกรดบี บริเวณแจ้งวัฒนะ และราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมเกรดบี บริเวณแจ้งวัฒนะอยู่ที่ 80,150 บาท/ตารางเมตร ณ กลางปี พ.ศ. 2562