'พรินซิเพิล’ แนะทยอยซื้อ REITs ในไทยหลังราคาสินทรัพย์ปรับฐาน โชว์ผลงานกองทุน 'พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์’ โดดเด่น ให้ผลตอบแทนช่วง 11 เดือนนับจากจัดตั้งกองที่ 17.81% นักลงทุนแฮปปี้รับปันผล 0.75 บาทต่อหน่วย พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ประกันชีวิตและสุขภ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บลจ.พรินซิเพิล มองแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีความผันผวน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว แนะเป็นจังหวะทยอยลงทุน REITs ในไทยเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหลังราคาสินทรัพย์มีการปรับฐาน เนื่องจากอัตราเช่าพื้นที่และค่าเช่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ชูกองทุนเปิด 'พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์' ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหมวดอสังหาริมทรัพย์ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ เป็นทางเลือกแก่นักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี โชว์ผลตอบแทนนับจากจัดตั้งกองทุนฯ (1 ส.ค. 2561 - 30 มิ.ย. 2562) ระยะเวลา 11 เดือน อยู่ที่ 17.81% และในปีนี้จ่ายเงินปันผลแล้ว 2 ครั้ง รวม 0.75 บาทต่อหน่วย 
          นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ("บลจ.พรินซิเพิล") เปิดเผยว่า บลจ.พรินซิเพิล ประเมินทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์ (REITs) ในประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลัง ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากการคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่อัตราเฉลี่ย 4%-5% เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่อสินทรัพย์ของกองทุนประเภทดังกล่าว เช่น อุปสงค์ในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าปัจจุบันที่มีอยู่อย่างจำกัด อัตราค่าเช่าพื้นที่และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีความผันผวนสูงจากการดำเนินนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าสู่กอง REITs ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะ Yield Play Assets หรือ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผล 
          นอกจากนี้ ด้วยราคาสินทรัพย์ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์ (REITs) ที่ปรับลดลงตั้งแต่ในช่วงที่ผ่านมาจากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังราคาสินทรัพย์ประเภทดังกล่าวได้ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ซึ่งการปรับฐานดังกล่าวเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในครึ่งปีหลังราคาสินทรัพย์จะปรับตัวลดลงไม่มากนัก และเป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะทยอยเข้าลงทุนในกอง REITs ในจังหวะที่ราคาหน่วยลงทุนถูกลง แม้ว่า valuation และราคาของ REITs โดยรวมอาจถือได้ว่าราคาไม่ถูกนัก
          ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. พรินซิเพิล กล่าวว่า ด้วยมุมมองดังกล่าว จึงแนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนเปิด 'พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์' หรือ Principal Property Income Plus Health Fund (PRINCIPAL iPROPPLUS) (กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก) แนะนำให้ลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 10%-20% ของมูลค่าพอร์ตรวม เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในภาวะที่ตลาดการเงินโลกมีความไม่แน่นอน โดยกองทุนดังกล่าวเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกของนักลงทุนในการรับผลตอบแทนที่ดีและต่อเนื่องในระยะยาว จากการลงทุนในกองทุนรวมหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ พร้อมจุดเด่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการมอบสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพ (ตามเงื่อนไข) โดยบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้ลงทุนสามารถได้รับสิทธินี้เมื่อลงทุนในกองทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จากแผนความคุ้มครองทั้งหมด 5 แผนตามมูลค่าเงินลงทุน เราเชื่อว่ากองทุน PRINCIPAL iPROPPLUS มีนโยบายการลงทุนทีดีเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวและโอกาสรับผลตอบแทนจากเงินปันผล ในขณะที่ได้รับเพิ่มเติมในสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพ
ทั้          งนี้ กองทุน PRINCIPAL iPROPPLUS มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์รายตัวในลักษณะ Bottom-up โดยเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเครือข่ายผู้จัดการกองทุนของ บลจ. พรินซิเพิล เน้นการศึกษาเชิงลึกเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี มีสภาพคล่องเพียงพอ และซื้อขายในราคาที่เหมาะสม 
          ขณะที่ผลการดำเนินงานกองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยให้อัตราผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ (1 สิงหาคม 2561 - 30 มิถุนายน 2562) เป็นระยะเวลา 11 เดือน อยู่ที่ 17.81% และในปีนี้จ่ายเงินปันผลแล้ว 2 ครั้ง รวม 0.75 บาทต่อหน่วย โดยครั้งแรกจ่ายในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย และครั้งที่ 2 จะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 อัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย 
          กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้/ ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปมีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยบลจ.เป็นผู้รับภาระในการชำระค่าเบี้ยประกันทั้งหมด โดยรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุนรวม/ ทั้งนี้โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนข้อมูลโครงการ

'พรินซิเพิล’ แนะทยอยซื้อ REITs ในไทยหลังราคาสินทรัพย์ปรับฐาน โชว์ผลงานกองทุน 'พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส เฮลท์’ โดดเด่น ให้ผลตอบแทนช่วง 11 เดือนนับจากจัดตั้งกองที่ 17.81%  นักลงทุนแฮปปี้รับปันผล 0.75 บาทต่อหน่วย พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ประกันชีวิตและสุขภ

ข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ+เศรษฐกิจชะลอตัววันนี้

Krungthai CIO มองประธานเฟดคนใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายการเงินโลก แนะนำทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อย่อตัว ถือทองคำบริหารความเสี่ยง

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกผันผวน จากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แนะใช้จังหวะย่อตัวทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ พร้อมถือทองคำ 5-10% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ตลาดยังคงเผชิญความผันผวนสูง จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังมีการการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์... ภูมิรัฐศาสตร์โลก-สงครามการค้าดันดัชนีราคาทอง ม.ค. และไตรมาสแรกปี 2569 พุ่ง — ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราค...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.20-31.65 บาท/ดอลลาร์ ติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯและราคาทองคำ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.65 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ...

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์... นโยบายดอกเบี้ยเฟด ดันดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ ธ.ค. 68 ปรับบวก — ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจ...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.40-32.00 จับตากนง.ลดดอกเบี้ย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-32.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.61 บาท...

บลจ.ทิสโก้จับจังหวะราคาทองคำย่อ เสนอขายกอ... บลจ.ทิสโก้เปิด "ทริกเกอร์ทองคำ" คาดราคาทองโลกขึ้นจาก 4 ปัจจัยหนุน — บลจ.ทิสโก้จับจังหวะราคาทองคำย่อ เสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ทริกเกอร์ 5M#1 (TGOLD5M...

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุ... กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20-32.70 ติดตามข้อมูลสหรัฐและค่าเงินหยวน — กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมอง...