นายขจรศักดิ์ เจียรธนากุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งธนาคารที่ดิน และการจัดทำโครงการกระจายการถือครองที่ดิน ซึ่ง บจธ. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยว่า ได้มีการดำเนินงานใน 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ใน 2 จังหวัดคือ เชียงใหม่และลำพูน 2.โครงการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร 3.โครงการแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน และ 4.โครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐ
"เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครม. มีมติต่ออายุให้ บจธ. ออกไปอีก 3 ปี โดยจะมีการประเมินผลงานปีต่อปีใน 2 เรื่องคือ ความสัมฤทธิ์ผลของงาน และไม่เป็นภาระงบประมาณ ซึ่งหากไม่ผ่านในปีแรกก็ยุติเลย แต่หากทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าก็ต่อไปอีกคราวละ 1 ปี แต่ภายใน 3 ปีนี้ เราจะต้องตั้งธนาคารที่ดินให้เห็นเป็นรูปธรรมให้ได้ ต้องเห็นรูปแบบของธนาคารที่ดินอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็จะต้องหาโมเดลหรือรูปแบบการกระจายการถือครองที่ดินควบคู่กันไปด้วย เพราะหลังจากที่มีการจัดตั้งเป็นธนาคารที่ดินสำเร็จแล้ว จะมีการนำรูปแบบหรือโมเดลนี้ไปใช้ดำเนินการกับธนาคารที่ดินด้วย และเมื่อจัดตั้งธนาคารที่ดินได้สำเร็จ บจธ. ก็จะยุติบทบาทลงทันที และโอนถ่ายภาระหน้าที่ไปให้ธนาคารที่ดินดำเนินการแทน"
ผอ.บจธ. ยังชี้แจงต่อว่า ที่ผ่านมาในโครงการแรกนั้น บจธ. สามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาที่ดินได้จำนวน 488 ครัวเรือน (จากจำนวนทั้งสิ้น 499 ครัวเรือน) โดยดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วใน 4 ชุมชน เหลืออีก 1 ชุมชนใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่ยังมีความล่าช้าในกระบวนการดำเนินการ เนื่องจากติดปัญหาราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น และบางส่วนเป็นที่ดินที่มีเลขโฉนดซ้ำกับกรมป่าไม้ หรือเป็นที่ดินบริจาคให้แก่สถาบันศึกษา ส่วนโครงการที่สองเป็นโครงการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจรที่เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปแบบของสถาบันเกษตรกร โดย บจธ. ได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลในทุกขั้นตอน เพื่อให้มีการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการส่งเสริมอาชีพโดยร่วมกับ 15 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้ดำเนินโครงการไปแล้วจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ชุมชนใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ชุมชนน้ำแดงพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ชุมชนใน ต.แม่กก อ.เมือง จ.เชียงราย และชุมชนใน จ.นครศรีธรรมราช มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 150 ครัวเรือน วงเงินประมาณ 120 ล้านบาท
"เป้าหมายของเราก็คือ ต้องการให้ชาวบ้านหรือเกษตรกรถือครองที่ดินทำกินไว้ให้นานที่สุด ไม่กลับไปสู่มือนายทุน อันนี้คือปรัชญาในการทำงานขององค์กรของเรา ตอนนี้ทุกโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างพิมายก็อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อที่ดินประมาณ 200 ไร่ ที่เราทำไปจะมี 2 รูปแบบ คือกระจายการถือครองที่ดินแบบโฉนดรวม และจัดสรรให้รายปัจเจกเมื่อชำระค่าเช่าซื้อเสร็จสิ้น ส่วนจะได้คนละกี่ไร่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกลุ่มเกษตรและความสามารถในการผ่อนส่งของเกษตรกร"
ในขณะที่ผลการดำเนินโครงการที่สาม ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจนนั้น เป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559-2560 ซึ่งปัญหาที่พบมากที่สุดคือ เกิดจากเกษตรกรกู้ยืมเงินจาก บจธ. ไปไถ่ถอนที่ดินเพื่อทำกินแล้ว ก็มักจะไปเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ของคนอื่นด้วย เมื่อลูกหนี้ที่ตัวเองไปค้ำประกันชำระหนี้ไม่ได้ เจ้าหนี้ก็จะมาบังคับคดีกับที่ดินที่จำนองไว้กับ บจธ. ทำให้ บจธ. ต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยจะไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา แล้วนำมาให้เจ้าของเดิมเช่าซื้อในระยะเวลา 30 ปี ซึ่งวิธีการนี้มั่นใจได้ว่าเกษตรกรจะยังมีที่ทำกิน แม้เกษตรกรจะมีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว ส่วนโครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐนั้น บจธ.จะเข้าไปดูแลแก้ปัญหาด้วยการจัดหาที่ดินแห่งใหม่ให้ ปัจจุบันมีการทำโครงการอยู่ที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ EEC เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีความต้องการพื้นที่ใช้สอยเฉลี่ยรายละประมาณครึ่งไร่ ซึ่ง บจธ. ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่คนกลุ่มนี้
สำหรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ต้องการรับการช่วยเหลือเงินสินเชื่อดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.labai.or.th หรือส่งอีเมลล์ที่ [email protected] หรือโทรติดต่อได้ที่ โทร 0 2278-1244, 02278-1648 ต่อ 601,602,610 มือถือ 09 2659 1689
ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ล็อตใหม่ครั้งที่ 3/2569
LPN ชี้ตลาดอสังหาฯ เปลี่ยนเกม ดันตลาดเช่าขึ้นแท่นรับแรงขับเคลื่อนใหม่
MTC ผนึก Bank of China (Hong Kong) และ Bank of China (Thailand) ปิดดีล Social Loan มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรกทะลุ 123,000 ล้านบาท หนุนคนไทยมีบ้านแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว
บจธ. ลงสำรวจพื้นที่เป้าหมายจังหวัดเชียงรายเตรียมความพร้อมเกษตรกรก่อนจัดสรรที่ดินให้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
บจธ. ลงพื้นที่สำรวจตลาดพืชผลทางการเกษตรในตัวเมืองจังหวัดเชียงราย มั่นใจเมื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรแล้ว ทำเกษตรอินทรีย์ได้ มีตลาดรองรับ
บจธ. เดินหน้าสนองนโยบายรัฐ เพื่อกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ลงสำรวจพื้นที่เป้าหมาย เตรียมแผนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้มีที่ดินทำกิน
ภาพข่าว: บจธ.พบชาวบ้าน