ตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดผสมผสาน ท่ามกลางความกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คืบหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          วิเคราะห์เจาะลึกประเด็นการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 22 – 26 กรกฎาคม 2562 
          ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15 – 19 ก.ค.) ตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดผสมผสาน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ เนื่องจาก การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังไม่มีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลายราย ระบุว่า พร้อมจะปรับลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% น้อยกว่าที่นักลงทุนบางส่วนคาดว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมสิ้นเดือนก.ค. นี้ ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์ สหรัฐฯ และความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของญี่ปุ่น จากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก จากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้านราคาน้ำมัน ปรับลดลง เนื่องจากความกังวลต่อการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้น หลังบริษัทน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก เริ่มกลับมาดำเนินการผลิต และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าคาด ขณะที่ราคาทองคำ ปิดบวก จากความกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คืบหน้า และ Fed ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดผสมผสาน ท่ามกลางความกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คืบหน้า
          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ โดยนักลงทุนกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยังไม่คืบหน้า แม้ตลาดจะปรับเพิ่มขึ้น หลังถ้อยแถลงของประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ทำให้นักลงทุนคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในการประชุม 30-31 ก.ค.นี้ แต่ตลาดฯ ได้ลดช่วงบวกลง หลังเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายชี้ว่า พวกเขาพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 0.25% แต่ไม่ถึง 0.5% ในการประชุมสิ้นเดือน ก.ค.นี้
          ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก เนื่องจาก นักลงทุนคาดว่า ECB จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า และ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นเดือน ก.ค.นี้ แต่ตลาดฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด นักลงทุนกังวลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ยังไม่คืบหน้า 
          ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดลบ ได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์ สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่น และ คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนนี้
          ตลาดหุ้นจีน (A-Share) ปิดลบ เนื่องจาก นักลงทุนกังวลข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุการเจรจายังไม่คืบหน้า และขู่ที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น ขณะที่อุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับประเด็น บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยียังมีอยู่
          ตลาดหุ้นไทย ปรับลดลงช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน แต่ดัชนีฯ ลดช่วงลบลงในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณการเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย และ "ฟิทช์ เรทติ้งส์" ยังได้ปรับเพิ่มมุมมองประเทศไทยจาก "Stable" เป็น "Positive" 
          ตลาดน้ำมัน ปิดร่วงลง เนื่องจาก นักลงทุนกังวลต่อปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้น โดยบริษัทน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้เริ่มกลับมาผลิตแล้วกว่า 80% หลังเผชิญพายุเฮอร์ริเคน Barry ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านลดลง และ สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าคาด
          ตลาดทองคำ ปิดบวก นักลงทุนกังวลเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ไม่คืบหน้า และ Fed ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ย แต่ราคาลดช่วงบวกลง หลังเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ แข็งค่า
          เหตุการณ์สำคัญ (KEY EVENTS)
          การประชุม ECB (25 ก.ค.) คาดว่า ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Refinancing Rate) อยู่ที่ 0% พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB อยู่ที่ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อยู่ที่ 0.25% อย่างไรก็ดี นักลงทุนคาดว่า ECB จะเริ่มส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยลงในเดือน ก.ย. และ การเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือน ต.ค.เพื่อหนุนเศรษฐกิจยูโรโซนที่ซบเซาลง
          คาดว่า นายบอริส จอห์นสัน มีโอกาสค่อนข้างมาก ที่จะได้รับการโหวตเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นนายกฯของอังกฤษคนต่อไป และอาจผลักดันให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยไม่มีข้อตกลง (No Deal) ภายในเส้นตายสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง และส่งผลลบต่อเศรษฐกิจอังกฤษและยุโรปต่อไป
          คาดว่า ตัวเลข GDP ในไตรมาส 2/2562 ของสหรัฐฯ จะขยายตัวชะลอลงจากในไตรมาส 1/2562 จากการชะลอตัวของภาคการผลิตและลงทุน
          มุมมองของเราในสัปดาห์นี้
          ในสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นโลกยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดฯ ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ การส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลักๆ ของโลก ได้แก่ Fed และ ECB อย่างไรก็ตาม ตลาดฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด เนื่องจาก ความกังวลต่อประเด็นการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) โดยไม่มีข้อตกลง (No deal) หากนายบอริส จอห์นสัน ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนต่อไป รวมทั้ง ประเด็นความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยเฉพาะกรณีของบริษัท หัวเว่ย และความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดว่า จะได้รับปัจจัยกดดันจากการรายงานตัวเลขส่งออกในเดือน มิ.ย.ที่หดตัวลง จากผลกระทบของสงครามการค้า และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรอติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา (25-26 ก.ค.) และการทยอยประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2562 ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาด จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย
          ปัจจัยจับตาสัปดาห์นี้
          ตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองของสหรัฐฯ / ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ / GDP ไตรมาส 2/2562 ของสหรัฐฯ / ดัชนี PMI ภาคการผลิต ของสหรัฐฯ ยุโรป เยอรมนี และญี่ปุ่น / การส่งออก ของไทย
เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ ผลการประชุม ECB / ผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษ / การเลือกตั้งสภาสูงของญี่ปุ่น/ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 / การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน / รัฐบาลไทยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดผสมผสาน ท่ามกลางความกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คืบหน้า
 
 

ข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ+ธนาคารกลางสหรัฐวันนี้

SCB FM มอง Fed ลดดอกเบี้ยกลางปีจากเศรษฐกิจที่ชะลอ ทำให้เงินบาทจะทยอยแข็งค่าได้ แต่ Tariffs อาจดันเงินเฟ้อและกดดันบาทอ่อนระยะสั้น

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงดอกเบี้ยที่ 4.25-4.50% ตามคาด อย่างไรก็ดี แม้ Fed จะพยายามส่งสัญญาณว่าความไม่แน่นอนมากขึ้นและเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ตลาดกลับให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้มีมากขึ้น โดย Price-in ที่ราว 75 bps ซึ่งมากกว่าที่ Fed สื่อสารใน Dot plot สำหรับมุมมองในระยะต่อไป SCB FM ยังคงมุมมองเดิมว่า Fed อาจลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยการลดครั้งแรกอาจเป็นการประชุมเดือน มิ.ย. และอาจลดอีกครั้งในช่วง

ธนาคารทิสโก้เคาะ 4 สินทรัพย์ เพิ่มโอกาสสร... ดอกเบี้ยขาลง หนุน 4 สินทรัพย์กำไรติดปีก ธ.ทิสโก้ฟันธง เหมาะลงทุนไตรมาส 4 ฝ่าตลาดผันผวน — ธนาคารทิสโก้เคาะ 4 สินทรัพย์ เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนช่วงอัตราดอกเ...

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (T... ทิสโก้แนะกระจายซื้อ "บอนด์สั้น" หวั่นหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐาน — ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ จ่อปรับฐานในไตรมาส 4 รับ 2 ...

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (T... ทิสโก้เผย Fed ลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด ชี้! ปีนี้อาจลดต่ออีก 0.5% และปี 68 ลงอีก 1 - 1.25% — ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ชี้ ธนาคารกลาง...

ในขณะที่ปี 2023 กำลังจะสิ้นสุดลง FBS โบรก... ระลอกคลื่นของปี 2023: ข้อมูลเชิงลึกของ FBS เกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินทั่วโลกในปี 2024 — ในขณะที่ปี 2023 กำลังจะสิ้นสุดลง FBS โบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลกจะทำกา...

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.00-36.65 รอจีดีพีและเงินเฟ้อสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.00-36.65 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 36.47...

ตุลาคมโอกาส "ทองคำ น้ำมัน" เป็นขาขึ้นทั้ง... จับตา "ทองคำ - น้ำมัน" อาจกลับเข้าสู่ขาขึ้น หลังเกิดสงครามอิสราเอลกับฮามาส — ตุลาคมโอกาส "ทองคำ น้ำมัน" เป็นขาขึ้นทั้งในช่วงสั้นและระยะยาว ราคาเด้งรับปัจจ...

บล.ทิสโก้ แนะนักลงทุนทยอยขายหุ้นล็อกกำไรช... บล.ทิสโก้แนะ ทยอยขายหุ้นไทย ล็อกกำไรช่วงราคาปรับขึ้น — บล.ทิสโก้ แนะนักลงทุนทยอยขายหุ้นล็อกกำไรช่วงราคาปรับขึ้นแรง ชี้นักวิเคราะห์มีแนวโน้มหั่นกำไรบริษัทจ...