นายปิติ กล่าวต่อว่า "ทางด้านการเติบโตงบดุลนั้น ธนาคารให้ความสำคัญกับการขยายฐานเงินฝากจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก เน้นเลือกปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตปัจจุบัน เพื่อเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รองรับดีลการรวมกิจการที่อาจจะเกิดขึ้น"
โดยในรายละเอียดนั้น พบว่า เงินฝากลูกค้ารายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ยังคงเติบโตได้ดีและภาพรวม 6 เดือนแรกของปี เงินฝากจากฐานลูกค้ารายย่อยเติบโตได้ที่ 3.4 พันล้านบาท หรือ +0.8% จากสิ้นปีที่แล้ว นำโดยผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักหรือ Flagship deposit ได้แก่ เงินฝากเพื่อการทำธุรกรรม All Free เงินฝาก No-Fixed และเงินฝากรูปแบบดิจิทัล ME Save by TMB เติบโตได้ดีที่ +3.3%, +1.7%, +4.8% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินฝากฐานลูกค้าธุรกิจลดลง 4.2 พันล้านบาท หรือ -2.1% ทำให้เงินฝาก ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.49 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ 6.50 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีที่แล้ว
สำหรับสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.80 แสนล้านบาท ลดลงจาก 6.86 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งผลจากการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง ขณะที่สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัวได้ต่อจากไตรมาสที่แล้ว ส่งผลให้โดยรวม 6 เดือนแรก สินเชื่อรายย่อยขยายตัวได้ที่ 6.4% ซึ่งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวได้ที่ 7.7% สำหรับการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กรายใหม่ ยังให้ภาพการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นผลจากการที่ธนาคารเลือกปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
ทางด้านรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้านั้น ทีเอ็มบีมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาส 1 และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย หรือ NIM อยู่ที่ 2.90% จาก 2.89% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% ตามการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวม ทำให้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 8,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 4,210 ล้านบาท ลดลง 11.1% จากไตรมาส 1 ที่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับเงินชดเชยโครงการผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานเมื่อเกษียณอายุ (Employee Retirement Benefit) ตามพรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง ส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ ที่ 4,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ จำนวน 2,490 ล้านบาท และภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.74% ลดลงจาก 2.81% จากไตรมาสก่อน และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสีย ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอยู่ที่ 140% โดยยังคงเป้าหมายปี 2562 ให้สัดส่วน NPL อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.9% และคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสียให้สูงกว่า 140%
ท้ายสุดในส่วนของระดับความเพียงพอของเงินกองทุน อัตราส่วน CAR และ Tier I ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 21.1% และ 13.9% เป็นไปตามเกณฑ์ Basel III และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ
www.facebook.com/TMB
ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,299 ล้านบาท ในไตรมาส 3 รวม 9 เดือน ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 15,399 ล้านบาท ด้านคุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ แนวโน้มหนี้เสียทรงตัว
ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,004 ล้านบาท ในไตรมาส 2 รวม 6 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 10,100 ล้านบาท
RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ORN เผย Q2/69 ส่งสัญญาณบวก โชว์ยอดขายพรีเซลไตรมาสที่ 2 ถึงปัจจุบัน ที่ 485.17 ลบ. จ่อบุ๊คกำไรพิเศษ
ASIMAR กางแผนปี 69 ปักธงรายได้โต 10% ชูงานต่อเรือภาครัฐหนุน Backlog แข็งแกร่ง
CH ส่งซิก Q2/69 ฟื้น เดินหน้าคุมต้นทุน ดันกลุ่มสินค้า Value-added โตต่อเนื่อง
PYLON ส่งสัญญาณ Q2 แนวโน้มดี เผยย้ายเครื่องจักรเริ่มงานโครงการใหญ่ Q1/69 ท็อปฟอร์ม กำไรพุ่งกว่า 324.5% ทุบสถิตินิวไฮรอบ 6 ปี ตอกย้ำผู้นำงานฐานราก