ขณะที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยกำลังเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอวัยวะของมนุษย์ ผู้คนต่างมีอายุที่ยืนยาวขึ้นและมีสุขภาพดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพได้เปลี่ยนโรคต่าง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยถูกมองว่าเป็นอันตรายถึงชีวิต ให้กลายเป็น "ภาวะเรื้อรัง" ที่เราสามารถมีชีวิตอยู่กับโรคได้เป็นเวลาหลายทศวรรษ ผลลัพธ์หนึ่งของความก้าวหน้านี้คือ ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงภาวะด้านสุขภาพที่ปกติจะรุมเร้าเราในอดีตมีภาวะที่ดีขึ้น เช่น โรคกระดูกพรุน โรคข้ออักเสบ รวมถึงโรคภาวะสมองเสื่อม กลับมีภาวะที่ดีขึ้น
ความเสี่ยงของโรคภาวะสมองเสื่อมนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ร้อยละ 60-70 ของผู้ป่วยโรคนี้จะเกิดจากโรคอัลไซเมอร์ ขณะที่ประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าอัตราการเกิดของภาวะสมองเสื่อมนั้นจะสูงขึ้นเช่นกัน โดยจะเพิ่มขึ้นจาก 47 ล้านรายในปี พ.ศ. 2558 เป็น 131 ล้านรายในปี พ.ศ. 25931
ภาวะสมองเสื่อมส่งผลกระทบต่อทั้งชุมชน ไม่เฉพาะผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อมอยู่ที่ประมาณ 818,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2558 และคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2.5 เท่าในปี พ.ศ. 25731 ดังนั้น จึงต้องมีการค้นหาแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่นำไปสู่การลดภาระที่มีต่อบุคคลและต่อสังคมลง
ผงชูรส (MSG) อาจช่วยผู้มีภาวะสมองเสื่อมได้
นอกจากความพยายามและการลงทุนอย่างมหาศาลที่ใช้ในการรักษาด้านการแพทย์และการป้องกันภาวะสมองเสื่อมแล้ว แพทย์และนักโภชนาการมีความสนใจอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะสมองเสื่อมกับอาหารที่รับประทาน การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการระบาดวิทยาได้แสดงให้เห็นว่าเราควรจำกัดการรับประทานอาหารบางชนิด ในขณะที่อาหารชนิดอื่น ๆ นั้นจำเป็นในการช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมนี้ให้ช้าลง
ยกตัวอย่างเช่น มีหลักฐานต่าง ๆ ที่ทำให้ทราบว่าภาวะสมองเสื่อมอาจเกี่ยวข้องกับการต่อต้านอินซูลินและกลูโคสที่มากเกินไปในสมอง ซึ่งทำให้ทราบว่าการรับประทานอาหารที่ออกแบบมาพิเศษนั้น อาจช่วยผู้ป่วยเหล่านี้ได้
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการตีพิมพ์บทความหนึ่งที่น่าตื่นเต้นและอาจสร้างให้เกิดความประหลาดใจอย่างมากในวารสารโภชนาการทางคลินิกในสหภาพยุโรป (European Journal of Clinical Nutrition) นักวิจัยจาก Tottori University ในญี่ปุ่นได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานกับภาวะสมองเสื่อม2ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านประโยชน์ของ MSG
การศึกษาวิจัยนี้ มีการแยกผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม 159 รายเป็น 2 กลุ่ม โดยที่กลุ่มแรกมีผู้ป่วย 80 รายได้รับอาหารที่เติมเกลือเข้าไป 0.26 กรัม (3 มื้อ/วัน) และอีกกลุ่มมีผู้ป่วย 79 รายได้รับอาหารที่เติม MSG เข้าไป 0.9 กรัม (3 มื้อ/วัน) โดยกำหนดปริมาณที่เติมเข้าไปตามปริมาณเกลือโซเดียมเทียบเท่ากับปริมาณที่รับเข้าไปในแต่ละวันสำหรับแต่ละกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตอบแบบสอบถาม และทดสอบอาการทางการรับรู้ทั้งก่อนและหลังการทดลองที่มีระยะเวลา 12 สัปดาห์ และหลังจากนั้น 4 สัปดาห์ในระหว่างการประเมินเพื่อติดตามผล
ในการติดตามผล นักวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ MSG แสดงให้เห็นถึงคะแนนที่สูงกว่าสำหรับการทดสอบความสามารถด้านการรับรู้โดยรวมเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับเกลือ (p<0.05) นอกจากนี้ ยังพบว่าผลการทดสอบด้าน "การจดจำคำ" และ "การจดจำเวลา" สูงกว่าอีกด้วย
มีการพิจารณาว่าการสูญเสียความอยากอาหารเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับการลุกลามของภาวะสมองเสื่อมในผู้ป่วยสูงอายุ มีการตั้งสมมติฐานว่าความสามารถในการรับรสอูมามิอาจลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และปัจจัยนี้ส่งผลให้ไม่มีความสุขในการรับประทานอาหาร ในการศึกษาวิจัยนี้ การเติม MSG ที่เพิ่มการรับรสอูมามิในอาหารนั้น จะช่วยเพิ่มความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มการรับรู้ในผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมด้วย การศึกษาวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้รสอูมามิอาจช่วยยับยั้งการลุกลามของภาวะสมองเสื่อม และนักวิจัยต่างเชื่อว่าการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอาจแสดงให้เห็นถึงผลในเชิงบวกที่มีต่อการเริ่มต้นของโรคด้วย
แม้ว่ามีผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นและมีความหวังอย่างมาก แต่การวิจัยเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น นักวิจัยกล่าวว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการศึกษาวิจัยนี้ เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่าทำไม MSG ถึงมีผลในทางบวกต่อความสามารถในการรับรู้ และมีผลอย่างไร
หลักฐานที่มีเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ
การรักษาภาวะสมองเสื่อม เป็นหนึ่งในสาขาที่มีการศึกษากันอย่างจริงจังมากที่สุดในการแพทย์สมัยใหม่ นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยต่าง ๆ ได้ทำการศึกษาสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมและความสัมพันธ์ที่มีกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะซึมเศร้า รวมถึงแนวทางด้านการแพทย์และการบำบัดรักษาจำนวนมาก เพื่อรักษา ป้องกัน หรืออย่างน้อยเพื่อทำให้ภาวะที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงนั้นลุกลามช้าลง
การค้นพบต่าง ๆ ที่นำเสนอในจดหมายข่าวนี้ทำให้มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า MSG อูมามิ และกรดอะมิโนแสดงให้เห็นถึงผลในทางบวกต่อปัญหาสุขภาพที่หลากหลายของผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงภาวะสมองเสื่อมด้วย
ดังที่เราได้กล่าวถึงไปแล้วในจดหมายข่าวฉบับที่ 8 รสพื้นฐานอูมามินั้นอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุมากกว่าหนึ่งในสามมีการรับรสที่บกพร่อง และในบรรดาผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดีนั้น ตัวเลขสัดส่วนนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้นถึงครึ่งต่อครึ่ง การรับรู้รสที่บกพร่องนั้นเกี่ยวเนื่องกับการลดลงของการหลั่งน้ำลาย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยกลืนอาหารได้ยากลำบากขึ้น ความสามารถการรับรู้รสที่ลดลงร่วมกับการกลืนอาหารที่ลำบากนั้น ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกอยากอาหารลดลง ซึ่งผลลัพธ์คือ ทำให้น้ำหนักลดและขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตาม รสชาติอูมามิช่วยเพิ่มทั้งความน่ารับประทานของอาหารและกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเพิ่มความอยากอาหารและควบคุมการเพิ่มน้ำหนักได้
ยิ่งไปกว่านั้น ดังที่กล่าวไปแล้วในจดหมายข่าวฉบับที่ 5 ในชุดจดหมายข่าวนี้ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) ซึ่งเป็นภาวะที่เกี่ยวเนื่องกับการสูญเสียความแข็งแรงและมวลของกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่สามารถบั่นทอนสุขภาพและความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้ของผู้สูงอายุ "อะมิโน L40" ของเราเป็นส่วนผสมของกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดที่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์โปรตีนของกล้ามเนื้อ ซึ่งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความเร็วในการเดินได้ในผู้สูงอายุเมื่อใช้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
Ajinomoto Co., Inc.: ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ
มีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับกรดอะมิโน อูมามิ และ ผงชูรส (MSG) ซึ่งช่วยสนับสนุนฐานความรู้ในวารสารงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ เราจะติดตามการพัฒนาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในความมุ่งมั่นที่ต้องการผู้คน "กินดี มีสุข" ตลอดไป
เกี่ยวกับบริษัท Ajinomoto Co., Inc.
Ajinomoto Group เป็นบริษัทระดับสากลที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารและกรดอะมิโนที่นำโดยวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ก้าวล้ำและเทคโนโลยีด้านเคมีที่ดีเยี่ยม
ด้วยการยึดมั่นในสารขององค์กร นั่นคือ "กินดี อยู่ดี" ทำให้เรามุ่งสู่ความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ของการใช้กรดอะมิโนในการช่วยส่งเสริมชีวิตที่มีสุขภาพดีของผู้คนทั่วโลก เรามุ่งเป้าหมายไปยังการเติบโตในอนาคตและการช่วยเหลือสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้คนอยู่ดีมีสุข โดยการสร้างคุณค่าผ่านทางโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมและยั่งยืน ให้กับชุมชนและสังคมของเรา
Ajinomoto Group มีสำนักงานอยู่ใน 35 ประเทศและในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก และขายผลิตภัณฑ์ในกว่า 130 ประเทศและในทุกภูมิภาค ในปีงบประมาณ 2018 (พ.ศ. 2561) ยอดขายของเราคือ 1.1274 ล้านล้านเยน (10,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ http://www.ajinomoto.com.
อ้างอิง:
1. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5732407/
2. M. Kouzuki, M. Taniguchi, T, Suzuki และคณะ ผลของโมโนโซเดียว แอล-กลูตาเมต (สสารของอูมามิ) ที่มีต่อการทำงานด้านการรับรู้ในผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม Eur J Clin Nutr 73, 266–275 (2019)
3. ศักยภาพด้านประโยชน์ของ MSG
ศูนย์ข้อมูลด้านกลูตาเมตนานาชาติ https://glutamate.org/benefits/umami-taste-important-for-overall-health/BBC https://www.bbc.com/news/health-30952637
อูมามิ: วิทยาศาสตร์และความรู้ของการกินเพื่อสุขภาพ (สถาบันการศึกษาด้านโภชนาการและอาหาร สหรัฐอเมริกา)
https://www.andeal.org/vault/2440/web/Umami_Science_and_Lore_of_Health_Eating_201708.pdf
- ช่วยควบคุมความอยากอาหาร
U. Masic & M. R. Yeomans: "รสชาติของอูมามิที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและช่วยเพิ่มความอิ่ม" Am. J. Clin. Nutr., 100, 532 (2014).
- ช่วยในการกลืน/ช่วยป้องกันความปิดปกติในการรับรส
T. Sasano และคณะ "บทบาทสำคัญของการรับรสอูมามิในปากและสุขภาพโดยรวม", Curr Pharm. Des. 20: 2750-2754 (2014)
https://flavourjournal.biomedcentral.com/articles/10.1186/2044-7248-4-10
- ส่งเสริมสุขอนามัยช่องปาก/เร่งการย่อยอาหาร
H. Zai, M. Kusano, H. Hosaka, Y. Shimoyama, A. Nagoshi, M. Maeda,
O. Kawamura & M. Mori: " โมโนโซเดียม แอล-กลูตาเมตที่เติมในอาหารเหลวพลังงานสูง โปรตีนสูงเพื่อส่งเสริมการว่างของกระเพาะอาหาร" Am. J. Clin. Nutr.,89, 431 (2009).
H. Uneyama et al. "บทบาททางสรีระร่างกายของอาหารที่ปราศจากกลูตาเมตในการย่อยอาหาร" Asia Pac. J Clin. Nutr. 17(S1) 372-375 (2008)
- ช่วยลดการรับเกลือเข้าร่างกาย
S. Yamaguchi และคณะ วารสารวิทยาศาสตร์การอาหาร 49(1) 82-85 (1984)
จดหมายข่าวฉบับที่ 9
บ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อมด้วย Application ตรวจการได้ยิน ด้วยคำพูดภาษาไทยครั้งแรกในไทย งานวิจัยจากจุฬาฯ ความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ
ตั้งรับสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวแพลตฟอร์ม CaregiverThai.com
เตรียมก่อนสูงวัย สมองใส ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วยได้
ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ทองก้อนใหญ่ส่งมอบเทคโนโลยีการแพทย์ ขับเคลื่อนรถพระราชทานสู่ชุมชน
ภาคเอกชนจับมือราชประชาสมาสัย ส่งเทคโนโลยีดูแลสมองผู้สูงอายุถึงพื้นที่ห่างไกล
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ การดูแลสุขภาพวัยทอง หลัง อย.สหรัฐปลดล็อค Black Box Warning ผลิตภัณฑ์ฮอร์โมนทดแทนไม่เพิ่มความเสี่ยง
ศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลรามคำแหง เชิญร่วมกิจกรรม เนื่องในวันโรคหลอดเลือดสมองโลก
ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล Insurance Asia Awards 2025 ตอกย้ำความสำเร็จด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์