ม.มหิดล ต้นแบบหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬาหลักสูตรแรกในประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          "...อันเรื่องของการกีฬานั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่กล่าวมาแล้วหลายครั้งว่า สำหรับประเทศหนึ่งๆ ควรจะส่งเสริมการกีฬาให้ดี เพราะว่าการกีฬาเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นอยู่ของบ้านเมืองสำคัญส่วนหนึ่ง ประเทศใดที่มีนักกีฬา และมีน้ำใจดีก็จะทำให้ประเทศนั้นมีหน้ามีตา และแสดงถึงนิสัยใจคอประชาชนในประเทศนั้น การส่งเสริมกีฬาจึงเป็นงานที่สำคัญ..." พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) พระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และคณะนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 9 กันยายน 2514
          เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
          (ร.9) และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนไทยเห็นคุณค่าและความสำคัญของการกีฬา รัฐบาลไทยจึงกำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เป็น ''วันกีฬาแห่งชาติ''
          ปัจจุบันการแข่งขันกีฬาทุกประเภทและทุกระดับมีการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการพัฒนานักกีฬามากขึ้น หลังจากที่หลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬาหลักสูตรแรกในประเทศไทยได้รับการจัดตั้งขึ้น ณ โรงเรียนกีฬาเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
          ภายใต้การบริหารของ รองศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วิชัย วนดุรงค์วรรณ ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2529 - 2539) จนเติบโตขึ้นเป็น วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ.2539 การเติบโตของวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแวดวงการศึกษาและสังคมกีฬาไทยให้การยอมรับอย่างแพร่หลาย ด้วยความเชื่อที่ว่า ความรู้ทางด้านพลศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการพัฒนาการกีฬา แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบูรณาการความรู้กับศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และแพทยศาสตร์
          วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล มีผู้บริหารผู้ทรงคุณวุฒิมาแล้ว 6 คน นายแพทย์ชนินทร์ ล่ำซำ คณบดีคนปัจจุบัน ก็ยังคงยืนยันว่า "การแข่งขันกีฬาจะประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่มีการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการพัฒนานักกีฬา โดยมีเวชศาสตร์การกีฬาเป็นพื้นฐาน นอกจากการฝึกกีฬา (Coaching and Training) แล้ว ยังมีการศึกษาด้านโภชนาการ จิตวิทยาการกีฬา สรีรวิทยา กายวิภาคศาสตร์ ไปจนถึงชีวกลศาสตร์กลไกการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอีกด้วย
          "ถ้าเราไม่ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนานักกีฬา โอกาสได้เหรียญเราจะไม่มีเลย เพราะผู้ชนะคนอื่นใช้ แต่ใช้แล้วจะชนะหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่ใช้เลย เราก็จะไม่มีทางไปถึงฝันได้เลย เหมือนเราออกไปรบ ถ้าเราไปตัวเปล่า ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม โอกาสชนะจะน้อยมาก" นายแพทย์ชนินทร์ ล่ำซำ กล่าว
          คุณอำภา สุจิณโณ บัณฑิตรุ่นแรกของหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตนักกีฬาแห่งชาติ (ยูโด) ที่สามารถทำเหรียญได้ถึง 7 ปีซ้อน ปัจจุบันเป็นนักวิชาการประจำวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า หลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนานักกีฬา ซึ่งจะต้องรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ การเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาทำให้เรารู้ศาสตร์ของแต่ละประเภท กีฬา แล้วเราสามารถเอาศาสตร์นั้นมาต่อยอดตัดสินใจว่าจะเล่นรูปแบบใด นำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้หมด ซึ่งตรงนี้สามารถทำให้นักกีฬาก้าวสู่ระดับความเป็นเลิศได้
          ดร.กุสุมาลย์ (จินตนา) ประเสริฐศรี หรือ "ครูไก่" อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย และเป็นบัณฑิตรุ่นแรกเช่นกัน กล่าวว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาทำให้กีฬาของชาติมีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้เป็นอย่างดี เวลาชิงชัยได้เหรียญทอง ไม่ได้หมายความแต่เพียงว่านักกีฬาเล่นเก่ง แต่หมายถึงวิวัฒนาการด้านการกีฬาของประเทศนั้นด้วย ซึ่งนอกจากเพื่อความเป็นเลิศแล้ว เรื่องสุขภาพของคนในชาติก็เป็นเรื่องสำคัญ หากประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย จะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติแรกของการเป็นประชาชนที่มีคุณภาพ
          "คุณบ๊วย" เชษฐวุฒิ วัชรคุณ บัณฑิตรุ่นที่ 9 ของหลักสูตร อดีตนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย ที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างอย่างนักกีฬา ได้กล่าวฝากว่า นอกจากร่างกายที่ดีแล้ว หัวใจนักกีฬา "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ในชีวิตจริงของคนเรา การแข่งขันเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับตัวเองหรือคนรอบข้าง แต่ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องชนะเสมอไป การแพ้ก็สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เช่นกัน
          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประณมพร โภชนสมบูรณ์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญาและกิจการนักศึกษา ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันมีบัณฑิตที่จบหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ประมาณ 2,000 คน ที่ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการพัฒนากีฬาเท่านั้น แต่มีส่วนส่งเสริมสุขภาพประชาชนไทยให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
          วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิชาการและองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อความเป็นเลิศและสุขภาวะที่ดีของประชาชนไทยตามพระราชดำรัสตลอดไป
          สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โทร.0-2849-6210
 
 

ข่าววิทยาศาสตร์การกีฬา+สมาคมผู้สื่อข่าววันนี้

คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และการกีฬาแห่งประเทศไทย เดินหน้าประสานความร่วมมือในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนโอลิมปิกเกมส์ กรุงเทพมหานคร 2030

เมื่อวานนี้ (16 เมษายน 2569) คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC Member) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดย ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ ดร. ปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฯ ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้จัดการประชุมร่วมกันเพื่อติดตามความคืบหน้าการเสนอตัวของประเทศไทย

ยกระดับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ... โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ จับมือ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล — ยกระดับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และออโธปิดิกส์ สู่...

"ไทยฮอนด้า" ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เป... "Honda Academy Thailand 2025" เปิดฤดูกาล บิดล่าฝัน ปูทางสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลก — "ไทยฮอนด้า" ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เปิดฤดูกาล สนามแรก บิดล่าฝัน ...