ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลกองทุนรวมอสังหาฯ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ REIT เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจได้สะดวกขึ้น

24 Jan 2020
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) หรือ "กองทุนรวม/ทรัสต์" ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าหรือสัญญาแบ่งรายได้ (leasehold) เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ พร้อมกับปรับปรุงรูปแบบการเปิดเผยส่วนสรุปข้อมูลกองทุน/ทรัสต์ ให้สั้นกระชับ เข้าใจง่าย และใช้เปรียบเทียบระหว่างกองได้

หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนแบบ leasehold หรือ สัญญาแบ่งรายได้ และการเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนของกองทุน/ทรัสต์ โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการที่เสนอ

ก.ล.ต. จึงได้จัดทำร่างประกาศให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือผู้จัดการกองทรัสต์ ที่จัดทำประมาณการผลตอบแทนของกองทุน/ทรัสต์ ต้องเปิดเผยประมาณการอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return: IRR) ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับทั้งระยะสั้นและระยะยาวก่อนการตัดสินใจลงทุน

สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ที่ปัจจุบันไม่สามารถลงทุนเพิ่มเติมได้อีกแล้ว หากมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทสิทธิการเช่าเพียงอย่างเดียว ให้ บลจ. เปิดเผยประมาณการ IRR ที่คาดว่าผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปีของกองทุน

นอกจากนี้ ให้ บลจ. หรือผู้จัดการกองทรัสต์เปิดเผยรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและรายงานการสอบทานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่มีการจัดทำล่าสุด ผ่านทางช่องทางที่เหมาะสม เช่น การประกาศทางเว็บไซต์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่การประเมินหรือการสอบทานการประเมินแล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีข้อมูลในการวิเคราะห์ รวมถึงปรับปรุงข้อมูลของส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุน/ทรัสต์ ให้กระชับ เข้าใจง่ายและให้แนบตารางสรุปกระแสเงินสดที่จัดทำโดยผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในแบบฟอร์มดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=598 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2263-6109 หรือ 0-2033-9570 หรือทาง e-mail : [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563