กองทุนบัวหลวงประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2020 ขยายตัว 2.8% จับตาประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ดันเงินเฟ้อเพิ่ม-เงินบาทอ่อนค่า

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กองทุนบัวหลวง ประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 2.8% ส่วนค่าเงินบาทคาดการณ์เคลื่อนไหวในกรอบ 29-31 บาท โดยนักลงทุนต้องพร้อมเผชิญความท้าทายรอบด้าน ขณะที่ เศรษฐกิจโลกปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้น้อยลงที่ 3-3.3% จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ทั้งความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านน่าจะเริ่มผ่อนคลาย เป็นผลดีต่อทิศทางตลาด
กองทุนบัวหลวงประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2020 ขยายตัว 2.8% จับตาประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ดันเงินเฟ้อเพิ่ม-เงินบาทอ่อนค่า
          ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือกองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวง คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2563 จะขยายตัวได้ 2.8% โดยเศรษฐกิจจะต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการบริโภคในประเทศที่คงจะขยายตัวได้ไม่มาก เพราะได้รับผลกระทบปัญหาภัยแล้ง รายได้เกษตรที่ลดลง รวมถึงภาระหนี้ที่สูง ทำให้กำลังซื้อลดลงต่อเนื่อง ส่วนการส่งออก อาจจะดีกว่าปีที่ผ่านมาจากฐานต่ำ แต่คงไม่ได้ขยายตัวมากนัก ดังนั้น การลงทุนภาครัฐจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในปีนี้ 2 ส่วนประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้นนั้น จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน แต่เนื่องจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้น ราคาน้ำมันเบรนท์ก็น่าจะวิ่งอยู่ในระดับไม่เกิน 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยน่าจะยืนอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0% ได้ ขณะที่การส่งออกสุทธิของไทยอาจได้รับผลกระทบบ้างจากราคาน้ำมันแต่อยู่ในระดับจำกัด ยกเว้นความตึงเครียดจะยกระดับขึ้นมาอีกครั้ง
          สำหรับทิศทางค่าเงินบาทปีนี้ กองทุนบัวหลวง ประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29-31 บาท โดยปัจจัยที่อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงกว่าในปัจจุบันที่อยู่เหนือ 30 บาทเล็กน้อย จะมาจาก 1.ดุลการค้าที่คงไม่ดีเท่ากับปีก่อน 2.ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่จะเพิ่มความต้องการของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากขึ้น และ 3.อัตราเงินเฟ้ออาจจะปรับตัวสูงขึ้น ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันที่จะปรับตัวขึ้น หากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อ
          ดร.มิ่งขวัญ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้คงจะขยายตัวได้ 3.0%-3.3% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลง เป็นผลมาจากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังหดตัว ส่วนความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นในระบบการค้าโลก หากต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตต่อไปได้ในปีนี้ก็คงต้องพึ่งพาการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อลดผลกระทบความตึงเครียดในตลาดเงินและเศรษฐกิจ
          ส่วนปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกปีนี้ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยได้แก่
          1) การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความกังวลของตลาดในระยะสั้น แต่จากเหตุการณ์ที่การเจรจาการค้าเปลี่ยนแปลงทิศทางรวดเร็วซึ่งเคยเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2561 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2562 ส่งผลให้ทีม BF Economic Research ของกองทุนบัวหลวงยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่การเจรจาการค้าจะเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เพราะการเจรจาการค้าในระยะถัดไปจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากต้องหารือกันในประเด็นที่กระทบผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ประเทศ ดังนั้น ตลาดจึงควรเตรียมพร้อมเผื่อรับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าที่อาจเลวร้ายลงได้อีก
          2) เศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2562 มีทิศทางชะลอตัวทั่วโลก ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณสะท้อนเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องในปีนี้
          3) ธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลกลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา และเริ่มเล็งเห็นว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีกอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น ในปีนี้ จึงอาจเห็นประเทศต่างๆ ใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
          4) ผลกระทบของการนำอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) และการเลือกตั้งสหรัฐฯ
          สำหรับเบร็กซิทนั้น พรรคอนุรักษ์นิยมที่นำโดยนายบอริส จอห์นสัน ชนะการเลือกตั้ง กวาดที่นั่งในสภาเพิ่มไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ด้วยเหตุนี้ข้อตกลงการทำเบร็กซิทของนายจอห์นสันจึงน่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาอย่างราบรื่น ทำให้สหราชอาณาจักรน่าจะถอนตัวออกจากอียูได้ในวันที่ 31 ม.ค. นี้ ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปในอนาคตจึงยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
          ส่วนการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ที่จะจัดขึ้นในเดือน พ.ย. นี้ คาดการณ์โดยอิงจากข้อมูลการเลือกตั้งในอดีตว่าตลาดตราสารหนี้และตลาดทุนน่าจะผันผวนต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง โดยการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในปีเลือกตั้งมักจะชะลอตัวลง แต่ไม่มีผลกระทบต่อการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้น ถึงแม้การลงทุนภาคเอกชนในสหรัฐฯ จะลดลง แต่น่าจะได้รับแรงหนุนจากการบริโภคที่เติบโตมาทดแทนได้ ทำให้ภาพรวมการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจไม่ได้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
          ทั้งนี้ ทีม BF Economic Research จัดทำแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นประจำทุกเดือน ทั้งยังมีการอัพเดทข้อมูลที่น่าสนใจเป็นประจำเมื่อมีสถานการณ์สำคัญเกิดขึ้น เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยผู้ที่สนใจเข้าไปติดตามได้ในเว็บไซต์กองทุนบัวหลวง และ BF Mobile Application
 
 

ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมจากเวที Morningstar Awards for Investing Excellence 2026 โดยกองทุนกรุงศรีเอ็นแฮนซ์แอคทีฟตราสารหนี้ (KFENFIX) ได้รับรางวัลกองทุนตราสารหนี้ยอดเยี่ยม ประเภทกองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาว (Mid/Long Term Bond) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารกองทุนตราสารหนี้และความแข็งแกร่งของทีมผู้จัดการกองทุนของบริษัท รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยมอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

บลจ.ทิสโก้จับกระแสช่วงโลกเดือดเปิดเสนอขาย... บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก — บลจ.ทิสโก้จับกระแสช่วงโลกเดือดเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ US Aerospace & Def...

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริ... KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้ — นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุ...

BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569 — BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26 หรือ Bualuang Thanarat 3/26 เน้นลงทุนใ...

เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนล... SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*) — เมื่อลงทุน DCA ต่อเนื่อง 3 เดือนในกองทุนลดหย่อนภาษี เริ่มลงทุ...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ แล... B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ และ Head of Real Estate & Infras...