บีโอไอจับมือหน่วยงานพันธมิตรจีนจัดสัมมนาออนไลน์ครั้งใหญ่สำหรับนักลงทุนจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด เน้นชูจุดแข็งประเทศไทย พร้อมนำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ และชี้โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในยุคโควิด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่จะถึงนี้ บีโอไอ ร่วมกับสภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของจีนประจำประเทศไทย (CCPIT) และสมาคมการค้าวิสาหกิจไทย-จีน จะจัดการสัมมนาการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการจีนในประเทศไทย และนักลงทุนในประเทศจีนที่สนใจ ผ่านระบบออนไลน์ (Webinar) ในหัวข้อ “Think Resilience, Think Thailand” เพื่อนำเสนอโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นการลงทุนในช่วงโควิด พร้อมทั้งนำเสนอบริการสมาร์ท วีซ่า ให้แก่นักลงทุนจีน อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ปัญหาและอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน โดยคาดว่าจะมีผู้บริหารจากบริษัทจีนและสมาชิกสมาคมการค้าวิสาหกิจไทย-จีน เข้าร่วมกว่า 300 ราย
“การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นกิจกรรมใหญ่ครั้งแรกสำหรับนักลงทุนจีนนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด ซึ่งบีโอไอได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมมาเป็นการสัมมนาออนไลน์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจีนเป็นประเทศที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงที่สุดตั้งแต่ปีที่แล้ว และมองว่าในช่วงปี 2563 – 2564 การลงทุนจากจีนจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ทั้งผลจากสงครามการค้า และการปรับโครงสร้างการลงทุนของหลายบริษัทเพื่อกระจายความเสี่ยงหลังโควิด รวมทั้งทิศทางการมุ่งออกสู่ต่างประเทศของธุรกิจจีน และต้นทุนการผลิตในจีนที่สูงขึ้นมากก็เป็นปัจจัยผลักดันด้วย ขณะที่ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสม มีความมั่นคงปลอดภัย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและนานาประเทศ โครงสร้างพื้นฐานมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในอีอีซี ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่นักลงทุนจีนให้ความสนใจมาก อีกทั้งมีซัพพลายเชนที่ครบวงจร และมีสิทธิประโยชน์จูงใจจากภาครัฐ ซึ่งบีโอไอหวังว่าการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้นักลงทุนจีนมองเห็นโอกาสการลงทุนใหม่ๆ และมีความเข้าใจในมาตรการสนับสนุนต่างๆ แต่จะช่วยตอกย้ำให้นักลงทุนจีนเกิดความเชื่อมั่นและตัดสินใจขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วย” นายนฤตม์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – พฤษภาคม 2563) มีโครงการลงทุนจากจีนยื่นขอรับการส่งเสริม จำนวน 82 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 15,069 ล้านบาท นับว่าสูงที่สุดของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในแง่จำนวนโครงการและเงินลงทุน ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์และพลาสติก เครื่องจักรและอุปกรณ์ อาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมเบา เช่น กระเป๋าเดินทาง เครื่องกีฬา และเฟอร์นิเจอร์
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย
บีโอไอผนึกซัมซุง เร่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หนุนผู้ประกอบการไทย เชื่อมซัพพลายเชนโลก
บีโอไอไฟเขียว "เวสเทิร์น ดิจิตอล" ลงทุนวิจัยและพัฒนาฮาร์ดดิสก์ รับอุตฯ Data Center-AI เติบโต
"ไมเดีย" ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายฐานผลิต - ใช้ชิ้นส่วนไทย ยกซัพพลายเชนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปอันดับหนึ่งของโลก พบบีโอไอ ถกการพัฒนาซัพพลายเชน หนุน "ชิปเมดอินไทยแลนด์"
GPSC ส่ง GETZ ติดตั้งระบบ BESS เสริมเสถียรภาพพลังงานสะอาด สู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
บีโอไอเผยลงทุนญี่ปุ่นปี 68 ทะยานแตะ 1 แสนล้าน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว รับดัชนีความเชื่อมั่นลงทุนญี่ปุ่นฟื้น
บีโอไอเผยยอดลงทุนปี 68 ทะยาน 1.8 ล้านล้านบาท เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย สู่ฐานนวัตกรรมแห่งอนาคต