- อุปกรณ์ป้องกันแรงดันสูงเกินชั่วขณะขนาด 3kW แบบไดโอดอาร์เรย์ มอบความน่าเชื่อถือสูงสุดในท้องตลาด ช่วยปกป้องเครื่องบิน ระบบการบินและอวกาศ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญ จากเหตุการณ์ไฟกระชากและไฟฟ้าสถิต
เพื่อรับรองความปลอดภัยของการปฏิบัติงานที่มีความสำคัญในระดับสูง ระบบการบินและอวกาศจึงใช้วงจรไฟฟ้าแบบดิจิทัลและลอจิกในหน่วยควบคุมพลังงาน ระบบควบคุมสภาพแวดล้อม เครื่องตรวจวัด และแอคชูเอเตอร์ เช่นเดียวกับศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน 5G และระบบการสื่อสารที่ต่างก็ใช้วงจรไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง ระบบแต่ละระบบต้องทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด แม้เกิดไฟกระชากหรือไฟกระโชก อันเนื่องมาจากฟ้าแลบ ฟ้าผ่า หรือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับดวงอาทิตย์และสนามแม่เหล็กไฟฟ้า วันนี้ บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะขนาด 3kW ชนิดไดโอดอาร์เรย์ตระกูลใหม่ ได้แก่ MDA3KP Transient Voltage Suppressor (TVS) ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์มากกว่า 25 รายการที่มีระดับการตรวจวัด สภาพขั้ว และมาตรฐานการกำหนดคุณสมบัติทีแตกต่างกัน
ไดโอดอาร์เรย์ในตระกูล MDA3KP TVS จากไมโครชิพ เป็นเทคโนโลยีเดียวในตลาดที่ได้รับการทดสอบช่วงแรงดันอย่างครอบคลุมโดยผ่านการทดสอบมาตรฐานความน่าเชื่อถือในระดับสูง และผ่านคุณสมบัติตามมาตรฐานเทียบเท่ากับระดับ MIL-PRF-19500 JANTX จึงนับเป็นโซลูชันแบบมัลติไดโอดที่ครบวงจรอย่างแท้จริง อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชกเหล่านี้ มาพร้อมคุณสมบัติ fast-reacting Avalanche Breakdown Diode (ABD) โดยสามารถเบี่ยงเบนกระแสไฟเกินที่เกิดขึ้นในชิ้นส่วนประกอบที่ไวต่อแรงดันไฟฟ้า เพื่อปกป้องอุปกรณ์เหล่านี้จากภาวะแรงดันไฟฟ้าเกิน
"อุปกรณ์ควบคุมวงจรไฟฟ้าระบบดิจิทัลและลอจิก จำเป็นต้องมีการป้องกันกระแสไฟที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในระดับสูง เพื่อรับประกันการทำงานที่ต่อเนื่องแม้ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง" Leon Gross รองประธานหน่วยธุรกิจ Discrete Product Group ของไมโครชิพ กล่าว "นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไดโอดตระกูลนี้ยังสามารถจัดการกับความท้าทายที่นักออกแบบระบบต้องเผชิญ ด้วยโครงสร้างแนวตั้งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการใช้พื้นที่วางแผ่นวงจรน้อยลงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่น ๆ"
ผลิตภัณฑ์ไดโอดอาร์เรย์ตระกูล MDA3KP TVS ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น M, MA, MXL และ MX โดยอุปกรณ์เหล่านี้ผ่านการทดสอบในหลากหลายระดับเพื่อรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการปกป้องเครื่องบินจากฟ้าผ่า ภายใต้มาตรฐานการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางอากาศ RTCA DO-160E (Lightening Induced Transient Susceptibility) โดย RTCA (the American Radio Technical Commission for Aeronautics) เป็นกลุ่มความร่วมมืออุตสาหกรรมที่พัฒนาแนวปฏิบัติในประเด็นสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการยกระดับการบินให้มีความทันสมัย
ผลิตภัณฑ์ไดโอดอาร์เรย์ตระกูล MDA3KP TVS มาพร้อมโครงสร้างแบบแนวตั้ง 8-diode และส่วนยึดอุปกรณ์บนพื้นผิวขนาด 16-pin ทำให้การวางเลย์เอาท์มีประสิทธิภาพ และทำให้ออกแบบง่าย เนื่องจากใช้พื้นที่วางแผ่นวงจรพิมพ์น้อยลง แต่รองรับความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าได้สูงขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ในตระกูล MDA3KP TVS นั้น แต่ละตัวมีโครงสร้างแบบแนวตั้งที่สามารถรองรับอุปกรณ์ขนาดเล็ก 8 ตัวบนแผ่นวงจรเดียว ทำให้สามารถจ่ายไฟได้สูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีอปุกรณ์หลายตัว
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ไดโอดอาร์เรย์มาในโครงสร้างแบบทิศทางเดียวและสองทิศทางในช่วงแรงดันตั้งแต่ 6V - 40V พร้อมคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Discharge: ESD) และการเกิดแรงดันไฟฟ้าเกินชั่วครู่แบบรวดเร็ว (Electrical Fast Transients: EFT) ภายใต้มาตรฐาน IEC และค่ากำลังไฟฟ้า Peak Pulse Power ขนาด 3000 W ที่ 10/1000 ?s นอกจากนี้ ด้วยช่วงอุณหภูมิกว้างตั้งแต่ -55?C ถึง +150?C อุปกรณ์เหล่านี้จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้มาก ยิ่งไปกว่านั้น ระดับความไวต่อความชื้น (Moisture Sensitivity Level: MSL) ที่ระดับ 1 ยังแสดงให้เห็นว่า อุปกรณ์เหล่านี้พร้อมสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง โดยระดับ MSL บ่งชี้ว่าไม่จำเป็นต้องทำให้อุปกรณ์แห้งก่อนใช้ อีกทั้งพิกัดกำลังไฟฟ้าของไดโอดอาร์เรย์ในตระกูล MDA3KP TVS ยังถือเป็นเทคโนโลยีเดียวของอุตสาหกรรมที่มีความสามารถการตรวจวัดในระดับนี้
3kW MDA ของไมโครชิพ มอบการปกป้องวงจรไฟฟ้าสำหรับระบบด้านการทหาร เช่น วิทยุสื่อสารแบบพกพาที่มีความแข็งแกร่งทนทาน ระบบจีพีเอส (Global Positioning System) และอุปกรณ์ทดสอบการสื่อสาร ตลอดจนอุปกรณ์การใช้งานอื่น ๆ ได้แก่ ยานยนต์ เครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม เครื่องจ่ายไฟ และระบบการเดินเรือ
การวางจำหน่าย
สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ โดยติดต่อพนักงานขายของไมโครชิพเพื่อขอรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่ https://www.microchip.com/salesdirectory
แหล่งข้อมูลและภาพ
ดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ Flickr หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):
- ภาพการใช้งาน: https://www.flickr.com/photos/microchiptechnology/49917433621/
เกี่ยวกับ ไมโครชิพ เทคโนโลยี
บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้นำด้านการจัดหาเซมิคอนดักเตอร์สำหรับโซลูชั่นควบคุมแบบฝังที่เป็นอัจฉริยะ เชื่อมต่อ และปลอดภัย เครื่องมือพัฒนาที่ใช้งานง่าย ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนโดยรวมของทั้งระบบ และยังช่วยลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โซลูชั่นของบริษัทให้บริการลูกค้ามากกว่า 120,000 รายในตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ ผู้บริโภค อวกาศและการป้องกันประเทศ การสื่อสารและการประมวลผล สำนักงานใหญ่ของไมโครชิพตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศ พร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของไมโครชิพที่ www.microchip.com
หมายเหตุ : ชื่อและโลโก้ The Microchip เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในที่นี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200527/2814239-1
จีนนำสื่อมวลชนนานาชาติเยือนเขตปกครองตนเองอาป้า สัมผัสการอนุรักษ์ธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสืบสานวัฒนธรรม
REIC จับมือ สสช. เชื่อมโยง Big Data ยกระดับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ เพิ่มความแม่นยำวิเคราะห์ Demand - Supply หนุนตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตอย่างยั่งยืน
ALPHAX มอง "ลาว" ฐานยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของภูมิภาค ด้าน ทริสฯ ปรับ Outlook สปป.ลาว เป็น Stable หนุนความเชื่อมั่นการลงทุน
ZTE จับมือ AIS อัปเกรด Backbone Network สำหรับภาครัฐและองค์กรธุรกิจ
AMD และ Rackspace Technology ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย เพื่อทยอยติดตั้งระบบประมวลผล AMD AI ขนาด 30 เมกะวัตต์
สจล. ผนึก วช. เปิด "HUB OF TALENT" พัฒนากำลังคน AI - Data Center - Smart Energy ขับเคลื่อนไทยสู่ AI Hub แห่งอาเซียน
PwC แนะไทยเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน คาดเม็ดเงินลงทุนแตะ 21 ล้านล้านบาทในปี 2593
ปี 2569 คาดต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมลดลง 20% เป็นปีแรกหลังจากโควิด
AI ใช้น้ำมากจริงหรือ? NGO ชวนมองอีกด้านของการใช้น้ำที่อาจถูกมองข้ามในระบบอาหารโลก