บลจ.กสิกรไทย แนะกระจายลงทุนผ่าน 4 กองทุน SSF เพื่อหวังทำกำไรในระยะยาว แถมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ เผยกองทุน K SUPERSTAR SSFX ขึ้นแท่นกองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ย้ำบริหารจัดการเต็มที่ให้สมดีกรีแชมป์
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) ได้สิ้นสุดการขายในวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดีนับตั้งแต่วันที่เปิดเสนอขายครั้งแรก จนสามารถขึ้นแท่นกองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม ด้วยมูลค่าทั้งสิ้น 2.13 พันล้านบาท (ข้อมูล Morningstar ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63) อย่างไรก็ดี ตนในฐานะตัวแทนของทีมงานทุกคน ขอขอบพระคุณลูกค้าผู้ลงทุนทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกลงทุนในกองทุน SSFX จากบลจ.กสิกรไทย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถวางใจได้ว่าเงินลงทุนจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมผู้จัดการกองทุนหุ้นไทยที่มีศักยภาพสูง การันตีด้วยรางวัลบริษัทจัดการกองทุนยอดเยี่ยม ประเภทการลงทุนหุ้นไทย (Best Fund House - Domestic Equity) จาก Morningstar Awards 2020 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเอาชนะตลาดในระยะยาวได้
นายวศินกล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ลงทุนที่พลาดโอกาสการลงทุนในกองทุน SSFX ก็สามารถมาลงทุนต่อเนื่องได้ในกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF) เพื่อโอกาสทำกำไรในระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ โดยกองทุน SSF ของบลจ.กสิกรไทย มีให้เลือก 4 นโยบายที่ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดหุ้นไทย ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-STAR-SSF) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุน K-SUPSTAR-SSFX ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำของไทยที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ผ่านกลยุทธ์จับจังหวะซื้อ-ขาย (Tactical Trading) เพื่อโอกาสทำกำไรในทุกช่วง โดยกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ที่ใช้บริหารกองทุน K-STAR-A(R) กองทุนหุ้นไทยที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นจนได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ในประเภท Overall Rating (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63)
สำหรับผู้ลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และต้องการมีส่วนช่วยให้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นผ่านการลงทุน ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-CHANGE-SSF) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Impact Investing) รวมถึงเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนเดียวกันกับกองทุน K-CHANGE-A(A) ซึ่งมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) อยู่ที่ 29.60% ถือว่าทำผลงานได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.กสิกรไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63)
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง และยังมีความกังวลกับความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม ชนิดเพื่อการออม (K-GINCOME-SSF) ที่เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลกกว่า 2,500 สินทรัพย์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเภทสินทรัพย์ทำหน้าที่มุ่งหาโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายรับได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกองทุนยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง และสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือกำลังเริ่มต้นออมเงิน ขอแนะนำ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส ชนิดเพื่อการออม (K-FIXEDPLUS-SSF) ที่เน้นกระจายลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระยะปานกลาง-ยาวทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกลยุทธ์การบริหารพอร์ตแบบเชิงรุก (Active Investment Management) โดยมีการติดตามข้อมูลรายวันเพื่อตอบสนองได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
“ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงมีความผันผวน โดยราคาสินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวบนความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวโดยเร็วและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า ท่ามกลางความเสี่ยงในตลาดที่ยังมีสูงโดยเฉพาะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงไม่สิ้นสุด และมีบางประเทศกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงอย่างมีนัยยะ ขณะที่ราคาหุ้นในบางภูมิภาคค่อนข้างตึงตัว จึงอาจเห็นการปรับฐานของสินทรัพย์เสี่ยงเป็นระยะๆ อย่างไรก็ดี สภาพคล่องในระบบที่มีสูงจะช่วยสนับสนุนตลาดในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงได้ โดยผู้ลงทุนยังควรต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุน และควรมีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากความผันผวนให้กับพอร์ตการลงทุน” นายวศินกล่าว
นายวศินกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุน SSF สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยผู้ลงทุนต้องถือครองหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ นอกจากนี้ กำไรจากการขายคืนจะได้รับการยกเว้นภาษีหากผู้ลงทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจกองทุน SSF ของบลจ.กสิกรไทย สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่านแอป K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888
'TSILVER' กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก
บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเทรนด์เงินทุนกำลังไหลเข้ากลุ่มเทคฯ ญี่ปุ่นต่อเนื่อง หนุนกอง X-JPTOPTECH สร้างผลตอบแทนเกือบ 10% ใน 2 สัปดาห์
บลจ. ทิสโก้คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Best of the Best Awards 2026
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 6/26' วันที่ 10-17 เม.ย. 2569
Liberator จับมือ Lief Capital จัดสัมมนา "Global Market" ยกระดับนักลงทุนไทย สู่โอกาสใน 21 ตลาดหุ้นทั่วโลก
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน "TWORLD" เป็น 10,000 ล้านบาท รับความต้องการลูกค้าที่ต้องการกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
Merchant Partners จัดสัมมนาเปิดกลยุทธ์ลงทุน รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
บลจ.ทิสโก้ เพิ่มทุน TGSMART เป็น 8,000 ล้านบาทรับความต้องการลูกค้า - ชูจุดเด่นกองทุนยืดหยุ่นสูง เหมาะลงทุนช่วงภาวะสงคราม
CIMB THAI จับมือ Principal เปิดขายกองทุนลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก โอกาสสร้างพอร์ตเติบโต กระแสเงินสดสม่ำเสมอ