รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกประจำปี 2563 ซึ่งจัดทำและเผยแพร่ทุกสองปีโดยบริษัทที่ปรึกษาและบริการอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับการปรับสถานะขึ้นไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความโปร่งใสเป็นครั้งแรก จากที่เคยอยู่ในกลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโปร่งใสปานกลางตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังจัดเป็นประเทศที่มีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก จากทั้งหมด 99 ประเทศและเขตปกครองที่อยู่ในรายงานฉบับนี้
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล ประเทศไทยกล่าวว่า “การมีข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปรับปรุงกฎระเบียบด้านต่างๆ เมื่อเร็วๆ นี้ มีส่วนช่วยให้ตลาดมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นไปอีก อาทิ การยกระดับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ ข้อกำหนดให้มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น ตลอดไปจนถึงการเปิดรับฟังความเห็นจากสาธารณะอย่างกว้างขวางสำหรับร่างผังเมืองใหม่กรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ซึ่งเดิมมีกำหนดจะประกาศใช้ในปีนี้ แต่เพิ่งมีการประกาศเลื่อนออกไปเป็นปี 2564”
รายงานฉบับดังกล่าวของเจแอลแอล ซึ่งมีเกณฑ์การวัดค่าดัชนีความโปร่งใสโดยพิจารณาจากปัจจัยหรือตัวแปรด้านต่างๆ เผยว่า ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียแปซิฟิก เป็นกลุ่มที่มีการปรับตัวดีขี้นของค่าดัชนีความโปร่งใสมากที่สุด โดยเฉพาะจากปัจจัยในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และการใช้เทคโนโลยี ทั้งนี้ จาก 10 ประเทศที่มีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมากที่สุดในโลก มี 6 ประเทศที่อยู่ในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ จีน ไทย อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ประเทศที่มีการเลื่อนสถานะขึ้น ได้แก่ ไทยซึ่งปรับขึ้นจากที่เคยอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีความโปร่งใสปานกลางไปอยู่ในกลุ่มตลาดโปร่งใส และเวียดนามออกจากกลุ่มตลาดโปร่งใสต่ำขึ้นไปอยู่ในกลุ่มตลาดโปร่งใสปานกลาง
การเผยแพร่รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกฉบับประจำปีนี้ โดยเจแอลแอล มีขึ้นในช่วงในช่วงเวลาที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนำไปสู่ความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่จะต้องอาศัยกระบวนการต่างๆ ที่มีความโปร่งใส ข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ รวมถึงมาตรฐานด้านจริยธรรม
เจแอลแอลระบุว่า ในขณะนี้ มีเม็ดเงินที่พร้อมเข้าลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิกรวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์
เรจินา ลิม หัวหน้าฝ่ายวิจัย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอลกล่าวว่า “แม้สถานการณ์โรคระบาดจะส่งผลให้กิจกรรมการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หยุดชะงัก ความต้องการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงมีอยู่ต่อไป โดยพบว่า ยังมีนักลงทุนจำนวนมากที่มีแผนลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ความโปร่งใสของตลาดจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก”
หนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์คือการมีข้อมูลตลาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์หรือ proptech แพร่หลายมากขึ้นในการบริหารจัดการและเผยแพร่ข้อมูล ทั้งนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีส่วนอย่างมากในเร่งให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นในการบริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การเคลื่อนย้ายของผู้คน และการใช้พื้นที่ เพื่อให้สามารถจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
คริส ฟอสสิค ซีอีโอภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเจแอลแอลกล่าวว่า “การปรับปรุงกฎระเบียบโดยภาครัฐฯ และการดำเนินการต่างๆ ของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดระดับความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อไป โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องร่วมทำงานกับภาครัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อยกระดับความโปร่งใส และสอดรับกับความคาดหวังของนักลงทุนที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า”
เจแอลแอลได้จัดทำรายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกนับตั้งแต่ปี 2542 โดยรายงานประจำปีนี้ เป็นฉบับที่ 11 ครอบคลุม 163 เมืองใน 99 ประเทศและเขตปกครอง เกณฑ์การวัดค่าดัชนีความโปร่งใสพิจารณาจากตัวแปรต่างๆ 210 ตัวแปร ซึ่งรวมถึงตัวแปรใหม่ที่เพิ่มเข้ามา อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความสามารถในการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง สุขภาพ-ความเป็นอยู่ที่ดี และการใช้เทคโนโลยีเพื่ออสังหาริมทรัพย์
เกี่ยวกับ JLL
เจแอลแอลจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกธุรกิจบริการและบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจในกว่า 80 ประเทศและมีพนักงานทั่วโลกรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 93,000 คน สำหรับในประเทศไทยเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2533 ปัจจุบันเป็นบริษัทระหว่างประเทศผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพนักงาน 1,600 คน มีอสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการภายใต้การบริหารจัดการคิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 6 ล้านตารางเมตร
จากการประกาศรางวัล International Property Awards 2019-2020 เจแอลแอลประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลระดับห้าดาวในสาขาที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดของประเทศ และเป็นที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดของเอเชียแปซิฟิก ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเจแอลแอลเพิ่มเติมได้ที่ www.jll.co.th
"ไนท์แฟรงค์" เปิดมุมมอง 6 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ตลาดบ้านลักชัวรี-ภูเก็ตยังแกร่ง ออฟฟิศมุ่งคุณภาพ อุตสาหกรรมลงทุนแบบแบ่งเฟส
"กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์" กางแผนปี 2026 ชูกลยุทธ์ "คุณภาพเหนือราคา"ฝ่ากระแสเศรษฐกิจผันผวนตอกย้ำแบรนด์รับสร้างบ้านคุณภาพ
"ศรีพันวา ลากูน" รุกตลาดลักชัวรี่เรสซิเดนซ์ภูเก็ต เปิดแคมเปญ Wellness Living in Nature's Serenity มอบแพ็กเกจสุขภาพมูลค่าสูงสุด 5 ล้านบาท
โนเบิล" โชว์ผลดำเนินงานปี 2568 กำไรสุทธิเติบโต 37.4% ตุน Backlog เกือบ 2.2 หมื่นล้านบาท รับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย
ศึกอสังหาฯปี 2568 เดือด! แสนสิริ ลุยฝ่าปัจจัยลบ ผงาดแชมป์กำไรสูงสุดทะลุ 4,500 ล้านบาท จับตาปี 2569 TOP 3 อสังหาฯเปิดโปรเจกต์ใหม่พุ่งกว่าแสนล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย รุกตลาดอสังหาฯ ปีม้าไฟ เปิดตัวแบรนด์ใหม่ กับโครงการ "กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76" (GUTE Sukhumvit 76) บ้านเดี่ยวหรูดีไซน์ล้ำสมัย สไตล์ Futuristic บนทำเลทองสุดอัจฉริยะ สุขุมวิท-แบริ่ง
แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: กลยุทธ์การรักษาสมดุล "ความเสี่ยงและผลตอบแทน" ในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง
"โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า" เจ้าตลาดวิลล่าหรูภูเก็ต เผยยอดปี 68 ทะลุ 4.8 พันล้านบาท โตสวนกระแส 30%พร้อมลุยแกร่งปี 69 รุกขยายเซกเมนต์-บุกตลาดใหม่-ปั้นอาณาจักรลักชัวรีไลฟ์สไตล์