เดินหน้าโครงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง แก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สทนช.เร่งศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา บูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมน้ำต้นทุนให้ลุ่มน้ำลำตะคองสำหรับแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค การทำการเกษตร ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของราษฎร พร้อมเปิดรับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เชื่อมั่นสามารถแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

เดินหน้าโครงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง แก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สทนช. กำลังดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่ผ่านมาลุ่มน้ำลำตะคองซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำมูลได้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี ปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองไม่เพียงพอสำหรับความต้องการด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค ประกอบกับจังหวัดนครราชสีมามีจำนวนประชากรและโรงงานอุตสาหกรรมมาก ทำให้ไม่สามารถจัดหาน้ำต้นทุนภายในลุ่มน้ำมาเพิ่มได้ ส่งผลให้ลุ่มน้ำมูลเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2558 เทศบาลนครนครราชสีมาดึงน้ำดิบจากเขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา วันละไม่เกิน 35,000 ลูกบาศก์เมตร มาใช้ในการผลิตน้ำประปา ในขณะเดียวกันมีปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวเฉลี่ยประมาณ 21 วัน หากสามารถผันน้ำจากลุ่มน้ำ ป่าสักหรือลุ่มน้ำข้างเคียงมาเพิ่มน้ำต้นทุนให้เขื่อนลำตะคองได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำ ลำตะคอง รวมถึงลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักได้อีกทาง

“สทนช. ได้จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ ครั้งที่ 1 พาสื่อมวลชนดูงานโครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ เพื่อกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามลุ่มน้ำ และกำหนดแนวทางการจัดสรรทรัพยากรน้ำภาพรวมของประเทศ ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในลุ่มน้ำลำตะคองและบรรเทาปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำป่าสัก และคงความสมดุลของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับลุ่มน้ำ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณลุ่มน้ำลำตะคองอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนความมั่นคง แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และกลุ่มจังหวัด


ข่าวสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ+สำนักงานทรัพยากรน้ำวันนี้

สทนช. ติดตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 69 กำชับทุกหน่วยงานจัดการสิ่งกีดขวางการระบายน้ำ เตรียมรับมือเอลนีโญกำลังแรงปลายปี ย้ำมีน้ำต้นทุนเพียงพอแต่ต้องไม่ประมาท

สทนช. ชี้มีน้ำต้นทุนจากการกักเก็บในช่วงฤดูฝนปี 2568 เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการน้ำในปีนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดเอลนีโญจะทวีความรุนแรงในช่วง ต.ค.-ธ.ค. 2569 ก่อนอ่อนกำลังลง แต่ยังอาจต่อเนื่องถึงกลางปี 2570 พร้อมย้ำทุกหน่วยงานเตรียมรับมืออย่างไม่ประมาท นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ

สทนช. เร่งขับเคลื่อนแผนรับมืออุทกภัยจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับการแจ้งเตือนภัยและเสริมความพร้อมการรับมือให้ประชาชน

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยให้เกิดความยั่งยืน...

สทนช. ขานรับมติ ครม. ลุยโครงการบริหารจัดก... สทนช. เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโก-ลก ยกระดับความร่วมมือไทย-มาเลเซีย สู่ความยั่งยืน — สทนช. ขานรับมติ ครม. ลุยโครงการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนไทย-มาเล...

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายฐนโรจน์ วร... สทนช. เตือนพื้นที่เสี่ยงภาคตะวันออกและภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก — เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำ...

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระ... สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระวัง!!! น้ำทะเลหนุนสูง — สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศ เฝ้าระวัง!!! น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 16-22 กุมภาพั...

สทนช. จับมือเขื่อนภูมิพล ปรับลดการระบายน้ำบรรเทาท่วมภาคกลาง

สทนช. ประชุมด่วนวางแผนปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล หลังคาดฝนภาคเหนือจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นวันพรุ่งนี้ จาก 55 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เหลือ 50 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และวันถัดไปปรับลดอีกเหลือ 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อลดมวลน้ำที่...