อีกหนึ่งวิธีในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคสำหรับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี คือ การฉีดวัคซีน เพราะเด็กเล็กๆ ภูมิต้านทานอาจยังไม่ดีพอ การติดเชื้อโรคบางชนิดอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงได้ การได้รับวัคซีนพื้นฐานจำเป็นตามวัย จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัย มีพัฒนาการที่ดีสมวัยและต่อเนื่อง
นายแพทย์พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์สาขาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โดยทั่วไปเด็กเล็กควรได้รับวัคซีนพื้นฐานตามวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน ประกอบด้วย วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไวรัสโรต้า หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และไข้สมองอักเสบ เป็นต้น รวมถึง วัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันโรคไอพีดีปอดบวม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวัคซีนสำหรับเด็กที่มีความสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเป็นการช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้อีกทางหนึ่งเพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตได้สมวัย เมื่อเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากฉีดวัคซีนขั้นพื้นฐานแล้วแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในเด็กด้วย เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคไอพีดีปอดบวม วัคซีนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจและลดความรุนแรงของโรคได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคเลือด และภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นต้น เด็กเล็กหากไม่ได้รับวัคซีนอาจเป็นการเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้ง่ายเทียบกับเด็กที่ได้รับวัคซีน และหากติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการไข้สูงบางครั้งอาจทำให้เกิดอาการชักได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมเกราะป้องกันโรคให้แก่เด็กๆ ควรพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามกำหนดกับกุมารแพทย์ วัคซีนไข้หวัดใหญ่พบอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนได้น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงอาการไข้ต่ำๆ อาการปวดบวมแดงบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วัน ควรเลือกฉีดวัคซีนกับกุมารแพทย์เพื่อรับฟังคำแนะนำก่อนการฉีด ตลอดจนข้อปฏิบัติในการดูแลลูกเมื่อกลับไปอยู่บ้าน
สำหรับวัคซีนที่เด็กควรฉีดตรงตามกำหนด เน้นที่วัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อภายหลังการสัมผัสโรค โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก วัคซีนที่สามารถเลื่อนได้บ้างภายใน 1-2 สัปดาห์ ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคพื้นฐานข้างต้นในเด็กอายุ 2 ขวบปีแรก เพราะโรคกลุ่มนี้พบได้บ่อยและมีความรุนแรง การรับวัคซีนไม่ครบหรือช้าเกินไปอาจมีผลเสียและเป็นอันตราย ส่วนวัคซีนที่สามารถเลื่อนได้ในระยะเวลา 1 เดือนขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น มักฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบเป็นต้นไป แต่ไม่ควรเลื่อนนานและสามารถให้ต่อได้เลย โดยไม่ต้องเริ่มนับใหม่
ด้วยสถานการณ์ COVID-19 รพ.กรุงเทพ ได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพ ได้จัดมาตรการรองรับการให้บริการ คือ Zoning แบ่งโซนให้บริการระหว่างคลินิกรับฉีดวัคซีนกับคลินิกเด็กป่วย OPD Short Period Service เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการในกรณีที่ผู้ป่วยนัดหมายล่วงหน้าสามารถรับบริการได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาอยู่ในรพ.ไม่นาน มีบริการจัดส่งยาให้ถึงบ้านด้วย Bangkok Hospital Delivery Services รวมถึง Always cleaning มีการทำความสะอาดห้องตรวจและพื้นที่ส่วนกลางสม่ำเสมอ และลดความเสี่ยงด้วยการเก็บของเล่นเด็กออกชั่วคราวเพื่อลดโอกาสเด็กในการสัมผัสของเล่น ทีมแพทย์และพยาบาลใส่ Surgical Mask และ Face shield ในการให้บริการเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ รพ.กรุงเทพ ขอร่วมก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปพร้อมกันกับทุกคน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพ โทร. 02 310 3006 / 02 755 1006 หรือโทร.1719
BDMS Wellness Clinic จับมือ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ เดินหน้าขยายตลาดออสเตรเลีย ขับเคลื่อนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่ม High-Value เข้าสู่ไทย ด้วยบริการด้าน Dental และ Aesthetics ระดับสากล
TOA ผนึกเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) ตอกย้ำผู้นำรักษ์โลก สร้างมาตรฐานใหม่เลือกใช้สินค้าที่ได้ฉลาก EPD รายแรกในไทย ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์สี
BDMS Wellness Clinic ร่วมกับ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพระยอง เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก
กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ
เตรียมสุขภาพเด็กให้แข็งแรงสมวัย เสริมสร้างพัฒนาการและดูแลฟัน ในช่วงวัย 1-4 ปี
ภาพข่าว: รพ.กรุงเทพ ให้บริการตรวจสุขภาพร่างกายและฟันเด็กตามวัย
เด็กหญิงฉีดวัคซีน HPV ลดเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก
RSV ไวรัสตัวร้าย ปล่อยไว้อันตรายถึงแก่ชีวิต