ประเด็นข่าว:
- ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น XDR, Zero Trust และ SASE
- นับตั้งแต่ที่เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกเมื่อเดือนมิถุนายน Cisco SecureX แพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยแบบคลาวด์เนทีฟ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 รายต่อเดือน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ลูกค้า ลดระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และลดระยะเวลาแก้ไขปัญหา 85 เปอร์เซ็นต์
- พาร์ทเนอร์นำเสนอหนทางใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าสำหรับการอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยด้วยโซลูชั่น Cisco Secure พร้อมสิทธิ์ผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ย 0%
ซิสโก้ช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์พลิกโฉมรูปแบบการทำงานของบุคลากรและการดำเนินงานขององค์กร ด้วยนวัตกรรมล่าสุดด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความเรียบง่าย และความยืดหยุ่นของระบบ รองรับการแก้ไขปัญหาท้าทายด้านความปลอดภัยทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยวันนี้ กลุ่มธุรกิจซีเคียวริตี้ของซิสโก้ได้เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มหลายรายการ ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น การปรับปรุงความสามารถใน Extended Detection and Response (XDR), Zero Trust และ Secure Access Services Edge (SASE)
นายจี ริตเทนเฮาส์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจซีเคียวริตี้ของซิสโก้ กล่าวว่า "องค์กรต่างๆ จำเป็นที่ต้องการสร้างธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่รอดและประสบความสำเร็จท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกวิถีใหม่ เราพบว่ามีการปรับใช้รูปแบบการทำงานใหม่ๆ กันอย่างกว้างขวางและรวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาปรับปรุงแนวทางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เพื่อให้บุคลากรสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างปลอดภัยทุกที่ทุกเวลา และบนทุกอุปกรณ์ Cisco SecureX ประกอบสร้างขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและครบวงจรมากที่สุดในอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง ระบบคลาวด์ และแอปพลิเคชัน ช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์สามารถปกป้องกระบวนการทำงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคต"
ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ที่ปรับใช้แนวทางแพลตฟอร์มในการจัดการระบบรักษาความปลอดภัยได้รับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของธุรกิจ และทำให้องค์กรมีระบบป้องกันที่ก้าวล้ำเหนือกว่ากลุ่มคนร้ายที่มุ่งโจมตีองค์กร Cisco SecureX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยแบบคลาวด์เนทีฟที่กว้างขวางและครบวงจรมากที่สุดในอุตสาหกรรม เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนำเสนอเทคโนโลยีหลักๆ ที่สำคัญ และให้ผลลัพธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมแก่องค์กรต่างๆ กว่า 4,000 องค์กรจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ลูกค้ายืนยันว่า:
- แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาได้ 85 เปอร์เซ็นต์
- ลูกค้ากว่าครึ่งหนึ่งระบุว่าสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์สำหรับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งเท่ากับว่าจะสามารถประหยัดเวลาได้กว่า 2 สัปดาห์ต่อปีสำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
- ลูกค้า 82 เปอร์เซ็นต์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่แพลตฟอร์มของซิสโก้สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือด้านการรักษาความปลอดภัยของบริษัทอื่นๆ จึงรองรับการตรวจสอบอย่างรอบด้านและทั่วถึง
นายวูเตอร์ ฮินดริกส์ หัวหน้าทีมฝ่ายเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยของ Missing Piece กล่าวว่า "การใช้งาน SecureX ทำได้ง่ายมาก เครื่องมือนี้มีประสิทธิภาพสูงอย่างแท้จริง ช่วยให้เราสามารถดำเนินการแบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดายสำหรับแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การบูรณาการเข้ากับระบบของบริษัทอื่นช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งแหล่งข้อมูลภายในองค์กรและแหล่งข้อมูลสาธารณะ และแสดงผลข้อมูลความปลอดภัยบนแดชบอร์ดเดียวกันได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ"
นายลูคัส มอพิน วิศวกรของ Volta Inc. กล่าวว่า "ทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเราเพิ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่นาน ดังนั้นเราจึงมีความสามารถในการตรวจสอบระบบต่างๆ อย่างทั่วถึง แต่ไม่มีข้อมูลข่าวกรองด้านความปลอดภัย ฟีเจอร์การตอบสนองต่อภัยคุกคามของ SecureX ช่วยผสานรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าด้วยกัน และช่วยให้เราสามารถใช้ข้อมูลด้านความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ"
นายแมทธิว ปาล์ม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ R1i Technologies "สำหรับเราแล้ว SecureX คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ โดยนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับโซลูชั่นที่ซิสโก้นำเสนอ และเป็นตัวเชื่อมโยงเทคโนโลยีทั้งหมดของซิสโก้เข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากที่มีเทคโนโลยีบางอย่างของซิสโก้ทำการประเมินสถานะความปลอดภัยของตนเอง และตัดสินใจที่จะยกเลิกการใช้งานโซลูชั่นแบบติดตั้งเฉพาะจุดที่มีอยู่ และเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มของซิสโก้แทน เราได้ผูกโยงแพลตฟอร์มนี้เข้ากับแนวทางความสำเร็จของลูกค้า และเราพบว่าโอกาสและช่องทางธุรกิจของเราเพิ่มขึ้นราว 32 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา"
นายเควิน คริตช์ ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยของ Ignite Security กล่าวว่า "SecureX นำเสนอประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าของเรา โดยจัดหาแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่รอบด้านและครบวงจร พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการตรวจสอบอย่างทั่วถึงบนผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดการภัยคุกคาม ล่าสุดแพลตฟอร์ม SecureX ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายหนึ่งที่เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นแบบครบวงจร โดยครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น งานโยธา อุตสาหกรรม บริการและการซ่อมบำรุง และอุตสาหกรรมทางทะเล แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าลดความยุ่งยากซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วฉับไวในการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคาม"
เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชั่นที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากที่สุดให้แก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ กลุ่มธุรกิจซีเคียวริตี้ของซิสโก้จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น:
- Extended Detection and Response (XDR)
- SecureX นำเสนอความสามารถด้าน XDR และความสามารถอื่นๆ โดยจัดหาเวิร์กโฟลว์ตัวอย่างที่จะช่วยให้รองรับกรณีการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงแถบ Ribbon ของ SecureX บนหน้าจอ และฟีเจอร์การวิเคราะห์สำหรับกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกที่เหนือกว่า
- Zero Trust สำหรับบุคลากร
- Duo ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของโซลูชั่น Zero Trust ของซิสโก้ สามารถตรวจสอบล็อกอินที่น่าสงสัยโดยอัตโนมัติ และแจ้งเตือนทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยโดยอาศัยการบูรณาการ API เข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น SecureX
- Secure Access Services Edge (SASE)
- สถาปัตยกรรม SASE ของซิสโก้เชื่อมต่อเครือข่ายและระบบไอทีของลูกค้าเข้ากับระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ที่รองรับการทำงานแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถติดตั้งใช้งานและจัดการได้อย่างง่ายดาย เราจัดหาการบูรณาการที่ไร้รอยต่อเข้ากับ Cisco SD-WAN เพื่อปกป้องสำนักงานสาขา และ Secure VPN (เดิมใช้ชื่อว่า AnyConnect) เพื่อคุ้มครองพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่หรือทำงานจากที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเอเจนต์เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังผนวกรวมเข้ากับ SecureX เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถในการตรวจสอบและเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อปัญหา
- Cisco Umbrella คือบริการคลาวด์ซีเคียวริตี้แบบมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน SASE ของซิสโก้ โดยล่าสุดครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในด้านการตรวจจับภัยคุกคาม ด้วยระดับเรตติ้งการตรวจจับ 96.39 จากผลการสำรวจของ AV-TEST
นอกจากนี้ เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อนของระบบรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ ซิสโก้ได้ลดจำนวนชื่อผลิตภัณฑ์ราว 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์แพลตฟอร์ม SecureX ของซิสโก้
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- บล็อก: ซิสโก้ปรับใช้แนวทางที่เรียบง่าย ปลอดภัย และปรับขนาดได้สำหรับ SASE โดย เจฟฟ์ รี้ด
- บล็อก: เสริมสร้างงานลูกค้าสัมพันธ์ด้วย Cisco SecureX โดย อัล ฮูเกอร์
- บล็อก: Duo Security ของซิสโก้เปิดตัว Trust Monitor เพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบการเข้าถึง โดย ดั๊ก ซอง
- บล็อก: Cisco Secure – ขจัดความยุ่งยากซับซ้อนด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียบง่าย โดย จีน ฮอลล์
ฟอร์ติเน็ต ชู 4 จุดแข็ง FortiWeb ตอบโจทย์องค์กรไทย รองรับมาตรฐานความปลอดภัยเว็บไซต์ สกมช.
ฟอร์ติเน็ต ชี้ การอุดช่องว่างทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ ต้องใช้ทักษะด้าน AI มาช่วย
ฟอร์ติเน็ต ส่งโซลูชัน Secure AI Data Center ปกป้องโมเดล ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างครบวงจร
ฟอร์ติเน็ต เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตร Fortinet Network Security Expert จับมือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็น Academic Partner เร่งผลิตบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้
ฟอร์ติเน็ต ขึ้นแท่น "ผู้นำตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระบบ OT" ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน เผยผลสำรวจแพลตฟอร์ม Fortinet OT Security ช่วยลดความเสี่ยงโจมตีได้ถึง 93%
ฟอร์ติเน็ต เผย CISO ในไทย มอง AI เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันภัยไซเบอร์
ฟอร์ติเน็ต ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับ Quantum-Safe Security ช่วยลูกค้าป้องกันภัยคุกคามแห่งอนาคตจากพลังควอนตัม
ฟอร์ติเน็ต ส่งด่วนความปลอดภัยคลาวด์ในอาเซียน ด้วยการลงทุนครั้งใหม่ในสิงคโปร์
ฟอร์ติเน็ต สนับสนุน 2 ตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทย พร้อมคว้าชัยเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025