เน้นการเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้มีความพร้อม สร้างความเข้มแข็ง กระตุ้นการแข่งขันของผู้ประกอบการดิจิทัลไทย พร้อมทั้งยกระดับการจัดการภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาการจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล
จากการที่ประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศทั่วโลกเริ่มมีการออกกฎหมายจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จึงได้มอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการโครงการศึกษาวิจัยและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับกลไกด้านภาษีในภาคธุรกิจดิจิทัล เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางและกลไกด้านภาษีของภาคธุรกิจบริการดิจิทัลหรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแผนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนและการปรับตัวของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการนำภาษีธุรกิจบริการดิจิทัลมาบังคับใช้ในประเทศไทยต่อไป
โดยคณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาทบทวนแนวนโยบายการจัดเก็บภาษีของไทยและแนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัลจากต่างประเทศ (Digital Service Tax: DST) ได้แก่ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น พบว่า นานาประเทศได้นำแนวคิดกรอบการดำเนินงานว่าด้วยการลดกัดกร่อนฐานภาษีและโอนกำไรไปต่างประเทศ (Base Erosion and Profit Shifting: BEPS) ของ Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) มาใช้อ้างอิงในการจัดเก็บ DST กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากการเก็บ DST ได้แก่ 1) หน่วยงานจัดเก็บภาษี 2) ผู้ประกอบการไทยที่ขายสินค้าและบริการออนไลน์ และ 3) ผู้ประกอบการต่างชาติที่จดทะเบียนภาษีในไทย ขณะที่ผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1) ผู้ประกอบการต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีในไทยที่ต้องมีภาระในการเสีย DST ให้แก่หน่วยงานจัดเก็บภาษี และ 2) ผู้บริโภคในไทยที่อาจได้รับผลกระทบอันเกิดจากการที่ผู้ประกอบการต่างชาติผลักภาระ การเสียภาษีให้แก่ผู้บริโภคในไทย
ประเด็นสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐไทยควรให้ความสำคัญในการปรับตัวกับการจัดเก็บ DST มีดังนี้
1) การจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัลมีความจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางการค้าและเทคโนโลยี
เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ให้ภาครัฐและสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของนานาประเทศ 2) ต้องมีความชัดเจนด้านบริการดิจิทัลหรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่อยู่ในขอบเขตที่ต้องเสียภาษี และ 3) ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจาก
ผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
คณะผู้วิจัยได้เสนอ 4 แนวทางหลักในการขับเคลื่อนการจัดเก็บ DST เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ได้แก่ 1) การเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้มีความพร้อมต่อการนำภาษีธุรกิจบริการดิจิทัลมาใช้ โดยเสริมสร้างการปฏิบัติทางภาษีให้ถูกต้อง การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ และการพิจารณาปรับวิธีการจัดเก็บ DST ให้เรียบง่ายเพื่อจูงใจให้กิจการดิจิทัลข้ามชาติมาขึ้นทะเบียนภาษีในไทย 2) การสร้างความเข้มแข็งและแข่งขันของผู้ประกอบการดิจิทัลไทย โดยการส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและสื่อกลางดิจิทัลของคนไทย การส่งเสริมให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้บริการผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีตัวตนอยู่จริงเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค และการพิจารณาประเภทบริการดิจิทัลที่อยู่ภายใต้บังคับที่ต้องเสีย DST 3) การยกระดับการจัดการภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีธุรกิจดิจิทัล โดยยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจัดเก็บภาษีกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง การอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง การนำระบบจัดการความเสี่ยงในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขณะนำเข้าสิ่งของมูลค่าต่ำที่จัดส่งผ่านช่องทางไปรษณีย์และไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร และการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และ 4) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาการจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล โดยปรับกฎระเบียบในประเทศให้สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจัดเก็บภาษีของไทยกับต่างประเทศ และการพิจารณาทบทวนความตกลงการเว้นการเก็บภาษีซ้อนของไทยที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรายงานผลการศึกษาวิจัยฯ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/39YFeMG
ดีอี-ETDA เปิดสัปดาห์ AIGW 2026 โชว์ความพร้อมไทย สู่ศูนย์กลาง AI Governance ภูมิภาค เดินหน้า 'AIGPC-EIA Playbook-AI Red Teaming' เชื่อมหลักการสากลสู่การใช้จริง
ETDA เปิดไฮไลท์ เวที AIGW 2026 ชู AI Governance จากหลักการระดับโลก สู่การใช้งานจริงในประเทศไทย
ETDA ประกาศความสำเร็จ Ignite Creativity Challenge ปี 3 เตรียมเปิดตัวแชมป์ จากการประกวดสื่อประชาสัมพันธ์สร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ หัวข้อ "แกร่งสู้โกง" ยกระดับภูมิคุ้มกันดิจิทัล คนไทยปลอดภัยไร้ภัยไซเบอร์
ETDA จัดงานประกาศผล Ignite Creativity Challenge ปี 3 เปิดตัวแชมป์หนังสั้น "แกร่งสู้โกง"
ETDA เตรียมจัดงานใหญ่ AI Governance Week 2026 เวทีนานาชาติขับเคลื่อน AI Governance จากหลักการสากล สู่การใช้งานจริง 29 มิ.ย. - 3 ก.ค. 69
ETDA เปิดไฮไลท์เวทีนานาชาติ 'Digital Trust Thailand 2026' ดันบริการดิจิทัลไทยสู่มาตรฐานโลก 24 มิ.ย.นี้
ETDA ร่วมกับ TK Park ประกาศผล Awakening Digital Literacy Creator 2026 ทีม One To Two และทีม ซ้อนหยอน คว้าสุดยอดแคมเปญ "ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล"
ETDA เดินหน้า Digital ID ยกระดับ Trust Infrastructure ไทย เชื่อม e-Service รัฐ แล้ว 1,797 บริการ ร่งปลดล็อกขยายการใช้งานในกลุ่มนิติบุคคล ต่างด้าวและกลุ่มเปราะบาง
ETDA ชวนลุ้น Awakening Digital Literacy Creator 2026 รอบชิงชนะเลิศ ใครคือผู้ชนะ! รู้พร้อมกัน 12 มิ.ย. นี้