เนื่องจากจำนวนประชากรในเอเชียมีมากถึงเกือบ 60% ของประชากรทั่วโลก และมีสัดส่วนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนเอเชียเป็นผู้บริโภคสินค้าและบริการรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้เอเชียมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปัจจุบันขนาดเศรษฐกิจของเอเชียมีมากถึง 30% ของ GDP โลก อย่างไรก็ตามหุ้นเอเชียยังมีสัดส่วนเพียง 13% ในดัชนีหุ้นโลก (MSCI All-Country World Index) ดังนั้นมีโอกาสสูงที่หุ้นเอเชียจะมีบทบาทในตลาดหุ้นโลกมากขึ้น
นางสาว พีรกานต์ ศรีสุข, CFA ผู้จัดการกองทุน บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการลงทุนในหุ้นเอเชีย คือ การเลือกลงทุนผ่านกองทุนหุ้นเอเชียที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยทางบลจ.กสิกรไทย ได้กระจายการลงทุนในกองทุนหุ้นเอเชีย 2 กองทุน ได้แก่ Morgan Stanley Asia Opportunity ในสัดส่วน 75% และ Lombard Asia High Conviction ในสัดส่วน 25% ซึ่งทั้งสองกองทุนมีนโยบายเลือกหุ้นแบบ Bottom-up โดยเลือกหุ้นที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการเติบโตสูง
นอกจากนี้ กองทุน K-ASIACV ยังเป็นกองทุนหุ้นเอเชียเดียวในไทยที่มีกลไกควบคุมความเสี่ยง โดยผู้จัดการกองทุนมีกลไกการปรับพอร์ตอัตโนมัติอย่างน้อยทุกสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องจับจังหวะซื้อขาย โดยผู้จัดการกองทุนจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสดเมื่อตลาดมีความผันผวนมากขึ้น และมีกลไกในการกลับเข้าลงทุนอย่างรวดเร็วเมื่อตลาดส่งสัญญาณฟื้นตัว ทำให้ลดความเสี่ยงขาลงและไม่พลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนขาขึ้น
มร.ชิไค เฉิน, CFA Head of Asia Ex-Japan Equity and a Senior Portfolio Manager for Asia, Lombard Odier ได้ระบุถึงการจัดสรรเงินลงทุนด้วยการให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัท (Bottom-up) ไม่จัดสรรเงินลงทุนตามประเทศหรืออุตสาหกรรม เห็นได้จากผลงานย้อนหลัง 6 ปีที่ผ่านมาว่าการเลือกหุ้นที่ถูกต้อง ทำให้กองทุนมีผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากองทุนอื่นๆ
ทั้งนี้ ทาง Lombard Odier มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นเอเชียในอีก 12 เดือนข้างหน้า จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ หุ้นยังที่ยังราคาน่าสนใจ และมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่สูง รวมถึงหลายๆ ประเทศในเอเชียยังรับมือกับการระบาดของโรคโควิด 19 ได้ดี ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเอเชียกลับมาได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว หรือ ประเทศเกิดใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ อย่างละตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก
อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียยังคงมีปัจจัยเสี่ยง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยหลายประเทศได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานของบริษัทในเอเชีย นอกจากนี้ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงปกคลุมตลาด และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ตลาดเอเชียมีความผันผวนเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนที่ดีเช่นกัน
สรุป 3 ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการลงทุนในหุ้นเอเชีย ได้แก่
- ความสำคัญของเอเชียที่สูงขึ้น ในปี 2010 เอเชียมีสัดส่วนเพียง 55% ของตลาดเกิดใหม่ แต่ในปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 80% ด้วยความที่เอเชียเป็นภูมิภาคมีประชากรจำนวนมากที่สุดในโลกและจำนวนชนชั้นกลางก็สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เรามองว่าบทบาทความสำคัญของหุ้นเอเชียในตลาดหุ้นโลกจะสูงขึ้นต่อจากนี้
- ผลตอบแทนจากค่าเงิน ประเด็นค่าเงินเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญสำหรับการลงทุนในบางประเทศในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย และอินเดีย ที่ผลกำไรหรือผลขาดทุนจากค่าเงินจะกระทบผลตอบแทนจากราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นเรามีการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงผลตอบแทนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับนักลงทุน
- ศักยภาพในการเติบโตของเอเชีย เอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้า โดยมีแรงหนุนจากจีนเป็นหลัก
ด้าน นางสาวศิริพร สุวรรณการ Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวแบบ Nike-Shaped โดยฟื้นตัวได้ดีในช่วงแรก และการที่จะฟื้นตัวกลับไปถึงระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 นั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งหลายประเทศในเอเชียนั้นสามารถควบคุมโควิด-19 ได้ดี ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวก่อน นอกจากนี้ในระยะยาวภูมิภาคเอเชียจะมีบทบาทต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายการเงินส่งผลให้ดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก ดังนั้นหุ้นจึงเป็นส่วนสำคัญต่อพอร์ตการลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ โดยต้องเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้ชนะและหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้แพ้ และหัวใจสำคัญของการบริหารการลงทุนนั้นต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านทั้งในเชิงคุณภาพ และตัวเลขทางการเงิน
KBank Private Banking แนะนำ กองทุน K Asia Controlled Volatility Fund (K-ASIACV) ที่บริหารโดย Morgan Stanley และ Lombard Odier ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นเอเชียที่เน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาด โดยแตกต่างกับ K-ASIA ที่มีอยู่ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก และยังโดดเด่นกว่ากองทุนประเภทเดียวกันในตลาด
KBank Private Banking เชื่อว่าภูมิภาคเอเชียจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต ดังนั้นการลงทุนในหุ้นเอเชียจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุน”
บลจ.ทิสโก้ โชว์ฟอร์มเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า บริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือ - ประกาศจ่ายจ่ายปันผล 6 กองรวด
บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money & Banking Awards 2026
จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน 'KKP CNGROWTH' ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy
บลจ. เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจจีนเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ ชู FP CNGLOV ลงทุนหุ้นจีนคุณภาพ พร้อมโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจโลก
บลจ.อีสท์สปริง เปิดตัวกองทุนใหม่ "ES-QUANTABS" มีกลยุทธ์ Long/Short สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในหลากหลายสภาวะตลาด ไม่ยึดติดทิศทางตลาด
บลจ.ไทยพาณิชย์ มอง Space Economy เมกะเทรนด์บทต่อไป พร้อมเปิดตัวกองทุนใหม่ SCBSPACE และ SCBUSDSPACE รับโอกาสการเติบโตระยะยาว เปิดขาย IPO 20 - 30 ก.ค. นี้
'กลุ่มเอสซีบีเอกซ์' คว้า 3 รางวัลเกียรติยศ จากเวที Money & Banking Awards 2026
บลจ.ทิสโก้คว้ารางวัลกองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ปลื้มกองทุน TNEXTGEN-A เข้าตาคณะกรรมการ
ทีทีบี นำทีมผู้เชี่ยวชาญถอดรหัสทิศทางตลาดครึ่งปีหลัง ชี้โอกาสลงทุนทั่วโลก พร้อมชูกองทุนคุณภาพ รับมือความผันผวนและคว้าโอกาสการเติบโตอย่างมั่นใจ