บลจ.กสิกรไทย ส่งกองทุนน้องใหม่ กองทุนเปิดเค เอเชีย คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-ASIACV) ชูกองทุนหุ้นเอเชียหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโมเดลควบคุมความเสี่ยง เพื่อลดความผันผวนและทำกำไรในระยะยาว โดยเน้นคัดสรรหุ้นที่ดีที่สุดเพียง 25-40 ตัว (High Conviction) และมีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) เปิดเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-25 ส.ค.นี้
นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ได้หันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินสดและทองคำกันมากขึ้น ทำให้เสียโอกาสจากการลงทุนในหุ้นโดยเฉพาะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีกลุ่มประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี อาทิ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทชั้นนำในเอเชียเริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการบริโภคภายในประเทศและในภูมิภาค นอกจากนี้ หุ้นเอเชียยังมีสัดส่วนในดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) เพียง 12% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อย ในขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจในเอเชียมีมากกว่า 30% ของ GDP ทั่วโลก ดังนั้น ด้วยศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นเอเชีย บลจ.กสิกรไทย จึงได้จัดตั้ง กองทุนเปิดเค เอเชีย คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-ASIACV) โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-25 สิงหาคม 2563
นายนาวินกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-ASIACV มีกลยุทธ์การลงทุนผ่าน 2 กองทุนหลัก ได้แก่ Morgan Stanley Investment Funds Asia Opportunity Fund - Z Shares และ Lombard Odier Funds – Asia High Conviction, (USD), N Class A ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.ชั้นนำระดับโลก โดยมีนโยบายการลงทุนที่เน้นคัดสรรหุ้นที่ดีที่สุดเพียง 25-40 ตัวเท่านั้น (High Conviction)และมีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) อาทิ หุ้นในกลุ่ม New Economy จำพวกสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือย ไอที การเงิน รวมถึงธุรกิจดูแลสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุน K-ASIACV ยังถือเป็นกองทุนหุ้นเอเชียกองทุนเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโมเดลควบคุมความเสี่ยง โดยเวลาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น โมเดลจะปรับมาถือครองเงินฝากหรือตราสารหนี้มากขึ้น ในขณะที่เมื่อตลาดหุ้นมีความผันผวนน้อยลง โมเดลจะปรับมาถือครองหุ้นให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นเอเชีย เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังจากที่หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการคลายล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี เอเชียนับเป็นภูมิภาคที่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ก่อน จึงทำให้คาดการณ์ GDP ในปีนี้ว่าจะหดตัวเพียง -0.8% ถึง -2.0% เท่านั้น โดยการฟื้นตัวจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศแถบเอเชียเหนือ ได้แก่ จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศเป็นหลักทำให้พึ่งพาการส่งออกน้อย รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันได้ นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกนำออกมาใช้เป็นระยะโดยเฉพาะจากฝั่งจีน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายรัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก โดยสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูงจะช่วยหนุนกระแสเงินลงทุนให้ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียได้รับปัจจัยหนุนจากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นสภาพคล่องและการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกในระยะที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มในการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายนาวินกล่าว
นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ สามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ในขณะเดียวกันที่ต้องการกำจัดความเสี่ยงขาลงในยามที่ตลาดผันผวน ก็สามารถมาลงทุนในกองทุน K-ASIACV โดยเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางการลงทุนข้างต้น หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนลงทุนในหุ้นต่างประเทศจึงอาจมีราคาผันผวนตามสภาวะตลาดและค่าเงิน / กองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท
บลจ.เกียรตินาคินภัทร ปั้น 2 กองทุนหุ้นยุโรป KKP EUROPE-H และ KKP EUROPE-UH คัดหุ้นคุณภาพพร้อมโอกาสเติบโตไปกับเศรษฐกิจยุโรป IPO วันที่ 21 - 29 มกราคมนี้
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน TEMxCH เป็น 3,000 ล้านบาท ชี้ตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีนกำไรโตแกร่ง ราคาน่าสนใจ
บลจ. ไทยพาณิชย์ สานต่อความสำเร็จ เปิดกองทุนใหม่ SCBCR1YAE กับกลยุทธ์ลดความเสี่ยงขาดทุนเงินต้น
InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์ "CN23" และ"CNSTAR5023" เสริมพอร์ตลงทุนจีน ครบทั้งเศรษฐกิจรากฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในจังหวะมูลค่าน่าสนใจ
บลจ.อีสท์สปริง ประเดิมต้นปีจ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย "ES-JB25DIV และ ES-JBPDIV" รวมมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ดีเดย์ 16 ม.ค. 69 นี้
บลจ. ไทยพาณิชย์ เปิดตัวกองทุน SCBUSDINC ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund เน้นตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลก เพิ่มทางเลือกรับผลตอบแทนในสกุลเงิน USD เสนอขายวันที่ 13 ม.ค. 69 - 19 ม.ค. 69
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TROBOTICS ลงทุนธุรกิจเกี่ยวข้องกับ "หุ่นยนต์" - เทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก