กระทรวงเกษตรฯ สนองพระราชดำริ ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ในพื้นที่ถึง 1.9 ล้านไร่

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กระทรวงเกษตรฯ สนองพระราชดำริ ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ในพื้นที่ถึง 1.9 ล้านไร่ พร้อมมอบหมายกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

กระทรวงเกษตรฯ สนองพระราชดำริ ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ สร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ในพื้นที่ถึง 1.9 ล้านไร่

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ว่า ลุ่มน้ำปากพนัง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่รวม 13 อำเภอ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา รวมพื้นที่ประมาณ 1.9 ล้านไร่ เป็นพื้นที่นากว่า 500,000 ไร่ มีประชากรประมาณ 600,000 คน แต่จากการที่มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้น้ำปริมาณมากขึ้นด้วย การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำริจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมา

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริโดยดำเนินการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังด้วยการศึกษาความเหมาะสมและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ออกแบบแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2537 และรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านความเห็นชอบของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติให้เปิดโครงการ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 โดยดำเนินโครงการ คือ 1) งานก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์(ปากพนัง) และอาคารประกอบ 2) งานก่อสร้างระบบระบายน้ำ ทำหน้าที่ระบายน้ำและป้องกันน้ำเค็ม โดยก่อสร้างคลองระบายน้ำเพิ่มเติม พร้อมประตูระบายน้ำ 3 แห่ง และขุดลอกคลองเดิม พร้อมประตูระบายน้ำ 1 แห่ง รวม 4 แห่ง 3) งานก่อสร้างระบบส่งน้ำ พื้นที่ชลประทาน 521,500 ไร่ และ 4) งานก่อสร้างคันแบ่งเขตน้ำจืดน้ำเค็ม เพื่อแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์จากการพัฒนาให้ชัดเจน และอาคารบังคับน้ำตามแนวคันกั้นน้ำ จำนวน 22 แห่ง

สำหรับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถสร้างประโยชน์แก่ราษฎรในหลายด้าน คือ 1) สามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปทำลายพื้นที่การเกษตร 2) เก็บกักน้ำจืดไว้ในลำน้ำปากพนังและลำน้ำสาขาได้ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเพาะปลูกบริเวณสองฝั่งลำน้ำ ประมาณ 521,500 ไร่ในฤดูฝน และประมาณ 240,700 ไร่ในฤดูแล้ง 3) คลองระบายน้ำช่วยบรรเทาอุทกภัย เนื่องจากสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น 4) ขจัดปัญหาขัดแย้งระหว่างเกษตรนากุ้งและเกษตรกรนาข้าว เนื่องจากมีการแบ่งเขตของการใช้พื้นที่อย่างชัดเจน 5) ลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำกินในถิ่นอื่น 6) แม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขา เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืดได้เป็นอย่างดี 7) เพิ่มพูนผลผลิตการเกษตรหลากหลายและครบวงจร ทั้งทางด้านการเพาะปลูก การประมง ปศุสัตว์ ฯลฯ ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรม 8) ยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของราษฎร 9) ฟื้นฟูสภาพนิเวศวิทยาให้กลับคืนสู่ความสมดุล และ 10) ลดปัญหาการน้ำเปรี้ยวและดินเปรี้ยว

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีการพูดคุยถึงโครงการต่าง ๆ และเร่งรัดให้ดำเนินการ ซึ่งจะต้องมีการควบคุมและรักษาสมดุลในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ทั้งในส่วนของการระบายน้ำ การป้องกันน้ำเค็ม และการขุดลอกตะกอนในแม่น้ำปากพนัง เป็นต้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำในช่วงที่มีน้ำหลาก ลดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเทศบาล อ.ปากพนัง และช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อการอุปโภค-บริโภค ด้านการเกษตร และด้านประมง โดยจะต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน และจะต้องเข้าไปสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และผลักดันงบประมาณที่จะเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อไป


ข่าวการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2569"

ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานเปิด "งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" โดยมี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาววัชรี วรรณศรี

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการก... "รมช.นเรศ" เปิดโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีนสุนัข-แมว ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ จ.เชียงใหม่ — นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสห...

สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา... "รมช.นเรศ" ลงพื้นที่เวียงป่าเป้า ตรวจแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรเสียหายจากพายุยางิ — สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา 350 ไร่ ดันโครงการอ่างเก็บน้ำ เกษ...

มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้... มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น — มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้เครื่องหมาย Q ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมต่อยอด...