CPL ยอมรับอุตฯ ฟอกหนังงานหนัก ลุ้นปรับแผนรุกลูกค้ารายย่อยครึ่งปีหลัง เดินเกมคุมต้นทุนแน่น ส่งผล 6 เดือนแรกพลิกขาดทุนเป็นกำไร 28 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

“ซีพีแอล” ยอมรับภาพรวมอุตสาหกรรมฟอกหนังและผลิตหนังสำเร็จรูป รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แบบเต็มๆ เหตุพึ่งพาการส่งออกสูง แต่ยังฝ่ากระแสวิกฤติด้วยการพลิกผลการดำเนินงานทั้งในไตรมาสที่ 2 และช่วง 6 เดือนแรก จากที่เคยขาดทุนในปีก่อนเป็นกำไร 22.93 ล้านบาทและ 28.03 ล้านบาทในปีนี้ตามลำดับ เผยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ยังรับรู้รายการพิเศษจากรายได้ดอกเบี้ยหุ้นกู้ เงินชดเชยค่าภาษีอากรและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ด้านธุรกิจเซฟตี้ โปรดักส์ ได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นลูกค้าหลักหยุด-ชะลอการผลิตช่วงล็อคดาวน์ รอลุ้นกิจกรรมเศรษฐกิจกระเตื้องครึ่งปีหลัง พร้อมปรับแผนรุกลูกค้ารายย่อย เตรียมผลิตสินค้าใหม่เจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ประเดิมออกบูธร่วมงาน “บ้านและสวนแฟร์” ระหว่าง 7-16 ส.ค.ที่ผ่านมา

CPL ยอมรับอุตฯ ฟอกหนังงานหนัก ลุ้นปรับแผนรุกลูกค้ารายย่อยครึ่งปีหลัง  เดินเกมคุมต้นทุนแน่น ส่งผล 6 เดือนแรกพลิกขาดทุนเป็นกำไร 28 ล้านบาท

นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ภาพรวมของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป (Finishing Product) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนรายได้ 58% ของรายได้รวมของ CPL ประสบปัญหาซบเซาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้หนังในตลาดโลกลดลง ส่งผลกระทบกับยอดสั่งซื้อของบริษัทฯ เช่นเดียวกับธุรกิจฟอกหนัง (Tanning) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 3% ของรายได้รวม ที่คำสั่งซื้อลดลงโดยเฉพาะหนังวัว แต่การรับฟอกหนังหมูยังมีทิศทางที่ดี ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย (Safety Product) ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” ที่มีสัดส่วน 39% ของรายได้รวม ก็ประสบปัญหาจากการที่โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักต้องหยุดผลิตหรือชะลอการผลิตในช่วงล็อคดาวน์ ทำให้ยอดขายสินค้าเซฟตี้ปรับตัวลดลงเช่นกัน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าวว่า แม้ว่าธุรกิจทั้ง 3 ด้านของ CPL จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และ 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ ยังสามารถพลิกจากที่เคยขาดทุนในปีที่แล้วที่ 21.71 ล้านบาท และ 49.60 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 22.93 ล้านบาท และ 28.03 ล้านบาทตามลำดับ โดยปัจจัยหลักที่สำคัญมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 27 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 30 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ สามารถกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติได้ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังรับรู้รายได้จากรายการพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในหุ้นกู้ เงินชดเชยค่าภาษีอากรมาตรา 19 ทวิ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนอีกส่วนหนึ่งด้วย

“ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมฟอกหนังเจองานหนักมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนมาเจอกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 คือหนักที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม เราพยายามประคับประคองธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเรื่องของต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะทำให้เราสามารถกลับมามีกำไรได้อีกครั้งจากที่เคยขาดทุนเมื่อปีที่แล้ว โดยที่อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขาย (มาร์จิ้น) ก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.81% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่ที่ 22.37% ในช่วงเดียวกันของปีนี้ แต่จริงๆ แล้วหากสินค้าในกลุ่มเซฟตี้โปรดักส์ไม่ได้รับผลกระทบจากการโรงงานอุตสาหกรรมหรือธุรกิจก่อสร้างซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเราต้องชะลอการผลิต อัตรามาร์จิ้นก็ควรจะเติบโตกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ต้องรอลุ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากการคลายล็อคดาวน์ว่าโรงงานต่างๆ จะสามารถกลับมาเดินเครื่องได้เต็มที่หรือไม่ และยอดขายในกลุ่มสินค้าเซฟตี้จะกลับมาได้หรือไม่” นายภูวสิษฏ์กล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับแผนธุรกิจ โดยมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจดั้งเดิม เช่น การผลิตสินค้าสำหรับลูกค้ารายย่อย เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันต่อยอดจากวัตถุดิบที่มีอยู่ อาทิ หน้ากากหนัง Pango Mask รองเท้าและอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งปีนี้บริษัทฯ ได้ทดลองนำสินค้าไปเปิดตัวและวางจำหน่ายในงาน “บ้านและสวนแฟร์” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อทดสอบตลาดและนำกลับมาพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงพัฒนาการตลาดและการขายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย


ข่าวอุตสาหกรรม+ภาษีอากรวันนี้

อมตะ ดึง CloudHQ ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในอมตะ ซิตี้ ระยอง เสริมศักยภาพไทยสู่ฮับดิจิทัลภูมิภาค

นายสัทธา วนลาภพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับ Mr. Johnson Tan กรรมการบริษัท กลุ่มเอสเมล เวนเจอร์ และกรรมการผู้จัดการ CloudHQ APAC ในนามบริษัท เอสเมล เวนเจอร์ส ทู จำกัด และบริษัท เอสเมล เวนเจอร์ส ทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CloudHQ ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลชั้นนำของโลก เพื่อพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โดยมีคณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความ

หนุนรายได้เติบโตระยะยาว บมจ.ไทย โซล่าร์ เ... TSE เร่งเครื่องธุรกิจพลังงานสะอาดเต็มสปีด เดินหน้า Solar Big Lot จ่อ COD 4 โครงการแรกต้นปี 70 — หนุนรายได้เติบโตระยะยาว บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE)...

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ห... นวัตกรรมเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมสู่น้ำยาถูพื้นรักษ์โลกสุดล้ำ — สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการเศรษฐกิจหม...

ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาอสังห... ซีบีอาร์อี ประเทศไทย สรุปภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรกของปี 2569 พร้อมชี้ทิศทางครึ่งปีหลัง — ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ...

สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน... คณะผู้แทนเศรษฐกิจ-การค้าไห่หนานเยือนไทย-อินโดนีเซีย มุ่งยกระดับความร่วมมืออาเซียน — สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน คณะผู้แทนทาง...