“สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกันยายน 2563”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 SET Index ปิดที่ 1,237.04 จุด ลดลง 5.6% จากเดือนก่อน โดยมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นผู้ลงทุน ได้แก่ ความล่าช้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19 ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าคาด รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทำให้ SET Index ปรับลดลง 21.7% จากสิ้นปีก่อน แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า MSCI ASEAN ที่ลดลง 24.7% จากสิ้นปีก่อนหน้า

“สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนกันยายน 2563”

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมเทียบกับสิ้นปี พบว่า กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มบริการ และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ปรับตัวดีกว่า SET Index นอกจากนี้ ยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก (Non-SET100 และ mai) ในส่วนของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมใน SET และ mai ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ 47,896 ล้านบาท ทำให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 64,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนนี้ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยคิดเป็น 43.51% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี ในขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศยังมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยใน 9 เดือนแรกของปี 2563 ขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทยกว่า 2.76 แสนล้านบาท โดยผู้ลงทุนกลุ่มอื่นเป็นผู้ซื้อสุทธิ

ในเดือนกันยายน 2563 มีกิจกรรม IPO อย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ทำให้ใน 9 เดือนแรกของปี 2563 รวมแล้วมีมูลค่าระดมทุน (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย
- ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 SET Index ปิดที่ 1,237.04 จุด ลดลง 5.6% จากเดือนก่อน และปรับลดลง 21.7% จากสิ้นปีก่อน แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า MSCI ASEAN ที่ลดลง 24.7% จากสิ้นปีก่อนหน้า
- เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมเทียบกับสิ้นปี พบว่า กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มบริการ และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ปรับตัวดีกว่า SET Index นอกจากนี้ ยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก (Non-SET100 และ mai)
- มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมใน SET และ mai ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ 47,896 ล้านบาท ทำให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 64,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ในเดือนนี้ ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยคิดเป็น 43.51% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี
- ในเดือนกันยายน 2563 มีกิจกรรม IPO อย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ทำให้ใน 9 เดือนแรกของปี 2563 SETมีมูลค่าระดมทุน (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN
- Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 21.4 เท่า และ 20.7 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.7 เท่า และ 18.1 เท่าตามลำดับ
- อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 3.56% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.83%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
- ในเดือนกันยายน 2563 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 432,512 สัญญา เพิ่มขึ้น 16.9% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจาก SET50 Index Futures และ Single Stock Future และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 466,117 สัญญา เพิ่มขึ้น 10.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เพิ่มขึ้นจาก SET50 Index Futures และ Gold Online Futures


ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศวันนี้

"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายพงศกร ประเวศวัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ร่วมนำเสนอผลประกอบการประจำปี 2568 ในงาน (Opportunity Day) ถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 1,250-1,320 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ระดับ 12-17% และวางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี

พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั... ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท — พร้อมกางกลยุทธ์ปี 69 รุกหนัก 4 เสาหลัก ปั้น Idol Marketing ...

ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรั... ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร — ORN ประกาศขานรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับมาตรฐานองค์กรทุกมิติ ธรรมาภิบาล เพิ่มมูลค่าธุรกิจ...

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริ... SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว — นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเ...

นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้า... L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ. — นายอนันต์ กิตติวิทยากุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...

นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้า... "MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs — นางสาวอัญชิสา เหล็กเพ็ชร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายบัญชีและการเงิน นา...

ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุน...