Thailand CO Response Team หรือ TCRT บริการที่เกิดจากความร่วมมือของ 3 องค์กรภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ บริษัท แอท-ยีนส์ จำกัด ผู้ให้บริการการตรวจพันธุกรรมในระดับสูง การวินิจฉัยในระดับยีน และ ดี เอ็น เอ บริษัท พัลซ ไซเอนซ์ จำกัด ผู้นำเข้าและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ และ บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด ผู้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการข้อมูลและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านไอที ร่วมกันจัดทำรถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัย (TCRT COVID-19 Biosafety Unit), ตู้ตรวจโควิด -19 ชีวนิรภัย (TCRT COVID-19 Biosafety Booth) และ TCRT เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อใช้จัดการข้อมูลการตรวจและรายงานผลการตรวจ
ในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้ง 3 องค์กรจึงได้จัดประชุมเพื่อร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือสังคม โดยนำความถนัดของแต่ละองค์กรมาร่วมกันในสถานการณ์นี้ ทีมงานที่รับผิดชอบออกแบบและสร้างรถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัยจะต้องออกแบบรถเพื่อการเก็บตัวอย่างสำหรับการตรวจเชื้อโควิด-19 นอกสถานที่ เพื่อช่วยลดปัญหาความแออัดและโอกาสในการแพร่เชื้อ หรือรับเชื้อจากการเดินทางไปตรวจในสถานพยาบาล และต้องเข้าถึงผู้ที่มีความลำบากในการเดินทางไปสถานพยาบาลได้ เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานและมีความ ปลอดภัยสูง เป็นไปตามมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการในระดับสากล พร้อมกับการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของผู้เข้ารับการตรวจ และเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ร่วมกับรถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัย เพิ่มความสะดวก ให้กับกระบวนการเก็บตัวอย่าง ด้วยการบันทึกจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ อย่างเป็นระบบเพื่อส่งต่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อการบริหารจัดการด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยระบบของ TCRT ที่ครบวงจร ซึ่งรถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัย รวมถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันถูกพัฒนาเสร็จในเดือนเมษายน และในเดือนพฤษภาคม ได้รับการทดสอบการนำไปใช้งานและรับการรับรองและสนับสนุนด้วยดีจาก สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
เดือนกรกฎาคม ทีมงาน TCRT ได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าถวายรถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัย เป็นรถรุ่นต้นแบบ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้นำรถรุ่นต้นแบบไปพัฒนาต่อยอดมาเป็นรถเก็บตัวอย่าง ชีวนิรภัยพระราชทานจำนวนรวม 13 คัน เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งรถพระราชทานได้ลงพื้นที่เพื่อรับการตรวจหาเชื้อ จากเหตุกรณีทหารต่างชาติที่ติดเชื้อเข้าพักในโรงแรม และเดินห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง รวมถึงกรณีเด็กหญิงที่เดินทางมากับครอบครัวอุปทูตในคอนโด ย่านสุขุมวิท และปฏิบัติภารกิจเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนในระดับพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครศรีธรรมราช
รถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัย ผ่านการรับรองในระดับดีเยี่ยมจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
รถตรวจโควิด-19 ชีวนิรภัยออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้เข้ารับการตรวจ โดยภายในรถได้ดัดแปลงเป็นห้องชีวนิรภัยแรงดันบวกตามมาตรฐานเดียวกันกับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ การทำงานของเจ้าหน้าที่จะไม่สัมผัสกับผู้เข้ารับการตรวจโดยตรง โดยเจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารกับผู้รับ การตรวจผ่านระบบกระจายเสียง ส่วนภายนอกรถมีการติดตั้งระบบฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับการตรวจ ซึ่งจะทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังการตรวจหนึ่งคน ภายในตัวรถยังสามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบโอโซน ที่จะทำงานก่อนและหลังการปฏิบัติงาน
จัดการข้อมูลและรายงานผลการตรวจด้วย TCRT เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
การออกตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั้นต้องมีการตรวจในหลายพื้นที่ ทำให้มีข้อมูลของผู้เข้ารับการตรวจเป็น จำนวนมาก TCRT จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างสะดวกในการเก็บข้อมูล ลดขั้นตอนเอกสาร และจัดการ ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ด้วย TCRT โดยอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันซึ่งให้บริการทั้งผู้รับการตรวจ และเจ้าหน้าที่ เพื่อเก็บข้อมูล สื่อสารและติดตามผู้เข้ารับการตรวจ รวมทั้งรายงานผลการตรวจด้วย
การใช้งานแอปฯ และเว็บไซต์สำหรับผู้เข้ารับการตรวจ
- กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตน
- เข้ารับการตรวจโดยใช้ QR Code ที่ได้จาก Application ให้เจ้าหน้าที่สแกน
- รับรายงานผลการตรวจผ่านแอปฯ และเว็บไซต์
นอกจากนี้มีระบบ Tracking สำหรับเก็บข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้ Application ทำให้ทราบการเดินทางของ ผู้เข้ารับการตรวจ เพื่อการติดตามหาผู้มีโอกาสสัมผัสโรคต่อไปในอนาคต
การใช้งานของแอปฯ และเว็บไซต์ Back Office สำหรับเจ้าหน้าที่
- บันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วย
- เชื่อมข้อมูลของผู้รับการตรวจกับชุดตรวจ
- แจ้งความคืบหน้าและรายงานผลตรวจ
- ส่ง SMS แจ้งผู้รับการตรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่มีการรายงานผลตรวจผ่านระบบ
การใช้งาน Back Office ของเจ้าหน้าที่จะใช้สำหรับการจัดการข้อมูล ทั้งของผู้เข้ารับการตรวจและข้อมูล เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการตรวจ แสดงเส้นทางการเดินทางของผู้เข้ารับการตรวจ หรือสถานะต่าง ๆ เป็นต้น
Thailand CO Response Team (TCRT) ได้ทำการออกตรวจไปแล้วทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีผู้เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 60,326 คน ผู้ที่เคยใช้บริการเข้ารับการตรวจ เช่น นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมสโมสร วอลเลย์บอลเจนเนอราลี่ สุพรีม ชลบุรี-อี.เทค สโมสรไดมอนด์ ฟู้ด วอลเลย์บอล คลับ และ สโมสรวอลเลย์บอล แอร์ฟอร์ซ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนลงทำการแข่งขันวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ครั้งที่ 15 ฤดูกาล 2020 รอบ THE FINALS 4
ล่าสุด ทีมงาน TCRT ได้เข้าตรวจนักกีฬาที่เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม กรรมการตัดสิน และเจ้าหน้าที่ ฟุตบอลไทยลีก เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนการแข่งขันใน รายการพิเศษ “NEW NORMAL” DEMONSTRATION MATCH : RAYONG KICK OFF! การแข่งขันระหว่าง ทีม VVIP รัฐบาล กับ ทีมรวมดารา Star Rider และทีมระยอง เอฟซี กับ ชลบุรี เอฟซี
TCRT ยังคงเดินหน้าตรวจเชิงรุกในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการบริการติดต่อได้ที่: 061-016-7461 และติดตามข่าวสาร ได้ที่เว็บไซต์ www.tcrt.in.th
กปภ. ผนึก 12 พันธมิตร สร้างเครือข่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการและบริการด้านประปา
TGO เผยผลสำรวจตลาดคาร์บอนไทย 2569 ธุรกิจไทยมอง Climate Change เป็นโอกาส ตลาดเปลี่ยนจาก "การแข่งขันด้านราคา" สู่ "การแข่งขันด้านคุณภาพ"
TEKA ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร จัดอบรม "AI Agent for Manager" ต่อยอดการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารองค์กร
Upper Class Solution เปิดบริการ Solar Rooftop จับมือ GUNKUL ส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร
สทนช. ติดตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 69 กำชับทุกหน่วยงานจัดการสิ่งกีดขวางการระบายน้ำ เตรียมรับมือเอลนีโญกำลังแรงปลายปี ย้ำมีน้ำต้นทุนเพียงพอแต่ต้องไม่ประมาท
เขตหลักสี่ แจงยกเลิกพื้นที่ทำการค้าหน้าตลาดเคหะทุ่งสองห้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด
PRTR คว้ารางวัล "Huawei Gold Supplier Award 2026" สะท้อนมาตรฐานการให้บริการด้าน Total HR Solutions
กรมพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนนโยบายฟื้นฟูดินเค็ม บูรณาการ 4 มิติพลิกพื้นที่เสื่อมโทรม สู่เกษตรกรรมยั่งยืน
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ศึกษาดูงานระบบท่อส่งน้ำมันและคลังน้ำมัน TPN จ.ขอนแก่น เสริมความร่วมมือพลังงานไทย-ลาว