'ธนาคารกรุงเทพ'ก้าวอีกขั้นสู่เทรดไฟแนนซ์ยุคใหม่ ชู 'Contour' ตอบโจทย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้ครบวงจร

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ธนาคารกรุงเทพ ปลื้มบริการเทรดไฟแนนซ์ ผ่าน "Contour" ทลายกำแพงข้อจำกัดการทำธุรกรรมแบบเดิม ช่วยเปิด Letter of Credit สนับสนุนธุรกิจไทยกับคู่ค้าทั้งเวียดนาม-โอมาน ชูจุดแข็งทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลได้ครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งนำเข้า-ส่งออก เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและเวลาในการทำธุรกรรม พร้อมต่อยอดความสำเร็จโดยร่วมมือกับธนาคารต่างประเทศชั้นนำในการทำธุรกรรม Blockchain แบบข้ามธนาคาร เพื่อการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ลูกค้าที่เป็นเลิศยิ่งขึ้น

'ธนาคารกรุงเทพ'ก้าวอีกขั้นสู่เทรดไฟแนนซ์ยุคใหม่ ชู 'Contour' ตอบโจทย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้ครบวงจร

หลังจากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ได้เข้าร่วมกับธนาคารและองค์กรพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เพื่อร่วมก่อตั้งบริษัทใหม่ ในชื่อ 'Contour' เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เน้นการนำเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology หรือ Enterprise Blockchain มายกระดับบริการด้าน Trade Finance ให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งกระบวนการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาดำเนินการลง โดยสามารถทำธุรกรรมเปิด Letter of Credit (L/C) บน Contour Network ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาฮานอย กับธนาคารกรุงเทพ ประเทศไทยได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการเปิด L/C ลงเหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมง

นายพิพัฒน์ อัสสมงคล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการให้บริการด้าน Trade Finance ผ่าน Contour อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดการทำธุรกรรมด้าน Trade Finance แบบเดิม ความสำเร็จล่าสุดเป็นการต่อยอดการให้บริการของธนาคารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยได้ขยายขอบเขตความร่วมมือไปยังธนาคารชั้นนำของโลก และธนาคารท้องถิ่นชั้นนำในต่างประเทศเพื่อการทำธุรกรรม Blockchain แบบข้ามธนาคาร (Cross Bank) บน Contour Network ให้แก่ลูกค้ารายสำคัญจำนวน 3 ราย โดยร่วมมือกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจร บริษัทในกลุ่ม SCG และบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทในกลุ่ม GC ซึ่งเป็นธุรกิจหลักด้านเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ในการทำธุรกรรม L/C กับคู่ค้าผ่านธนาคารท้องถิ่นชั้นนำของเวียดนาม นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับบริษัท แปซิฟิคคอนเทนเน่อร์แบ้ก จำกัด ในการทำธุรกรรมกับคู่ค้าธุรกิจรายใหญ่ในประเทศโอมาน ทั้งยังสามารถทำรายการได้ในฐานะธนาคารผู้เปิด L/C และผู้รับ L/C ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความต้องการทำธุรกรรมของลูกค้าได้ ทั้งด้านนำเข้าและส่งออก

นอกจากนี้ การทำธุรกรรม L/C บน Contour Network ซึ่งใช้งานผ่าน Enterprise Blockchain Platform ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมในรูปแบบดิจิทัลได้ทั้งกระบวนการ ทำให้คู่ค้าทุกฝ่ายสามารถเห็นข้อมูลพร้อมๆ กัน ซึ่งช่วยให้ทำรายการได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและลดต้นทุนการดำเนินการด้วยเอกสารกระดาษในรูปแบบเดิมอย่างมาก สอดรับกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่จะต้องมีความรวดเร็วและปลอดภัยในการทำธุรกรรม

"การทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงินอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราสามารถต่อยอดจากนวัตกรรมมาสู่การบริการได้จริง ซึ่งได้ปฏิวัติรูปแบบการให้บริการด้าน Trade Finance แบบเดิมไปอย่างสิ้นเชิงด้วยเทคโนโลยีของ Contour ที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของโลก ที่ใช้เวลาและต้นทุนต่างๆ น้อยลง แต่ยังได้ความปลอดภัย และการบริการที่เป็นเยี่ยมจากบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงในการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศของธนาคาร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า Contour นับเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการเงินอย่าง Blockchain เข้ากับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้อย่างลงตัว"

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น และผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าซึ่งได้ร่วมศึกษาและพัฒนาการทำธุรกรรม L/C บน Network ของ Contour ทำให้ธนาคารมั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะนำไปสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบในระยะต่อไป

"การพัฒนาบริการโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับการให้บริการการค้าระหว่างประเทศของธนาคารกรุงเทพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม นับเป็นทางเลือกใหม่ในการทำธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศ ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าธุรกิจให้มีขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สูงขึ้น และตอบโจทย์ไปถึงคู่ค้าในต่างประเทศซึ่งหลายแห่งเริ่มมีความต้องการใช้เทคโนโลยี Blockchain มาทำธุรกรรมแล้วเช่นกัน ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นเพื่อนคู่คิด ผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ประสบความสำเร็จ และแข่งขันได้ในตลาดโลก" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การเงินและการลงทุน เอสซีจี กล่าวว่า "เอสซีจีมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทและคู่ค้า ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ ในการทำธุรกรรม L/C แบบ end-to-end บน Contour Network กับคู่ค้าในประเทศเวียดนาม อันได้แก่ Sai Gon Plastic Chemical Joint Stock Company และ OPEC Plastics Joint Stock Company ผ่าน Military Commercial Joint Stock Bank (MBBank) ซึ่งธุรกรรมดังกล่าว นอกจากช่วยลดระยะเวลาการเปิด L/C จาก 3 วัน เหลือเพียง 50 นาทีแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษลงได้มากกว่าครึ่ง อีกทั้ง ยังช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงานได้เป็นอย่างมาก"

นายฐิติพล อาจสัญจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า "Blockchain Technology เป็นหนึ่งในเครื่องมือเสริมศักยภาพความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ที่นำมาพัฒนาวิธีการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่าให้กับลูกค้าได้รับความพึงพอใจเหนือความคาดหมาย ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักของบริษัท สำหรับความสำเร็จในการทำธุรกรรม L/C บน Contour Application ที่บริษัทฯ ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ และคู่ค้าในประเทศเวียดนาม ทั้งในรูปแบบการทำธุรกรรม Trade Finance ข้ามประเทศ (Cross Country) และแบบข้ามธนาคาร (Cross Bank) ครั้งนี้ สามารถเพิ่มความรวดเร็วและมีความคล่องตัวสูงในการส่งออกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไปยังประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่ปลอมแปลงได้ยาก ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมุ่งมั่นให้ความสำคัญ และจะยกระดับพัฒนาการบริการรวมถึงมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและเคียงคู่ไปพร้อม ๆ กัน"

นายปริญญา มานัสสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิค คอนเทนเน่อร์แบ้ก จำกัด กล่าวว่า "บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับธนาคารกรุงเทพทดสอบการเปิด L/C ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ในครั้งนี้ นับเป็นการเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศของบริษัท โดยธุรกรรมใช้เวลาน้อยลงอย่างมาก ช่วยลดต้นทุน ในขณะที่มีความปลอดภัย โปร่งใส เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถรับทราบข้อมูลที่ทั่วถึงกันได้แบบ real time"


ข่าวการค้าระหว่างประเทศ+ธนาคารต่างประเทศวันนี้

CEA เตรียมเปิดตัว "Bangkok International Content Market 2026" ตลาดซื้อขายคอนเทนต์ภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน ระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย

พร้อมดันไทยขึ้นแท่น "Content Hub of Asia" 20 22 กรกฎาคม 2569 นี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก ด้วยการจัดงาน Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายและพื้นที่เจรจาทางธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้งาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อยกระดับ "คอนเทนต์ไทย" ในฐานะพลัง

บริษัท PTT International Trading Pte Ltd ... PTTT ลงนามสัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาวกับ Brunei LNG เสริมสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ — บริษัท PTT International Trading Pte Ltd (PTTT) ลงนามในสัญญาซื้อขายก๊า...

บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด ... NRF ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก คว้า Thai SELEC ตอกย้ำ Soft Power ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 — บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NR...

เปิดประตูการค้าอาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ดั... DITP จัด Thai Halal Pavilion ในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 — เปิดประตูการค้าอาหารฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก ดันผู้ประกอบการ 5 จังหวัดชายแดนใต้โชว์ศักยภาพบนเวทีน...

พร้อมเปิดตัว 2 โซนใหม่ "Taste the Future"... DITP จัด "Future Food Experience+" เปิดมุมมองใหม่ด้านอาหาร ในงาน THAIFEX 2026 — พร้อมเปิดตัว 2 โซนใหม่ "Taste the Future" และ "New-to-Market Street Showca...