บลจ.ไทยพาณิชย์ โชว์ผลงานบริหารกองหุ้นต่างประเทศ จ่ายปันผลกอง SCBGEQ และ SCBCHA

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลจำนวน 2 กองทุน สำหรับงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2563 - 31 ม.ค. 2564 โดยจ่ายให้กับผู้ถือหน่วยพร้อมกันในวันที่ 24 ก.พ. 2564 นี้ รวมมูลค่าเงินปันผลกว่า 74 ล้านบาท ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อิควิตี้ (SCBGEQ) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ กองทุน Veritas Global Focus (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.6305 บาทต่อหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2563 ไปแล้วจำนวน 0.3005 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.3300 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 13 รวมจ่ายปันผล 3.0045 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2556)

บลจ.ไทยพาณิชย์ โชว์ผลงานบริหารกองหุ้นต่างประเทศ จ่ายปันผลกอง SCBGEQ และ SCBCHA

ส่วนอีกกองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง บริหารงานภายใต้ความดูแลของ China Asset Management (Hong Kong) Limited มีนโยบายลงทุนให้มีผลการดำเนินงานและความเสี่ยงใกล้เคียงกับดัชนี CSI 300 มากที่สุด โดยกำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.3498 บาทต่อหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2563 ไปแล้วจำนวน 0.1621 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1877 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 8 รวมจ่ายปันผล 0.9497 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2558) ทั้งนี้ ทั้งสองกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน

นางนันท์มนัสกล่าวว่า ในหนึ่งปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวผัวผวนอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนที่เกิดขึ้นทำให้ภาครัฐ และธนาคารกลางทั่วโลกเร่งออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การประกาศเข้าซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด การให้วงเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ การให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น ด้วยการตอบสนองเชิงนโยบายขนาดใหญ่อย่างทันท่วงทีของรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกได้ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้มีเงินทุนไหลกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งครอบคลุมถึงตราสารทุนอีกครั้งหนึ่ง ในระยะถัดไปคาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และแรงสนับสนุนจากมาตรการทางการเงินและการคลังที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2564 เป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ อัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณผู้ติดเชื้อที่เริ่มลดจำนวนลงจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าว

สำหรับมุมมองในตลาดหุ้นจีนมองว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีหลังจากที่สามารถควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่เกิดผู้ติดเชื้อใหม่นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงิน ได้แก่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ (Reverse repo rate, MLF rate, LPR rate) การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคาร และการผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็ก (SMEs) รวมถึงนโยบายการคลัง ได้แก่ การเพิ่มเพดานการกู้เงินของภาครัฐผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น การยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพื่อช่วยเหลือผู้นำเข้า และการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจจีนในปี 2020 ยังสามารถขยายตัวได้ที่ 2.3% โดยในระยะถัดไปคาดว่าตลาดอาจมีความผันผวนจากระดับ valuation ที่อยู่ในระดับสูงที่ Forward PE ระดับ 17.1 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นจีนยังมีแนวโน้มที่ดีจากการที่ภาครัฐยังคงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะหนุนให้เศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ได้ที่ https://scbam.link/scbam_fund_click


ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัสวันนี้

'กลุ่มเอสซีบีเอกซ์' คว้า 3 รางวัลเกียรติยศ จากเวที Money & Banking Awards 2026

ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ นำโดย ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Chief Financial Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ Chief Business and Channel Officer บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) และ นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ร่วมประกาศความสำเร็จในการคว้า 3 รางวัลทรงเกียรติจากเวที Money & Banking Awards

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด... บลจ.ทิสโก้คว้ารางวัลกองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ปลื้มกองทุน TNEXTGEN-A เข้าตาคณะกรรมการ — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ได้รับรางวัล กองทุนย...