บริษัท วิค จำกัด (มหาชน) หรือ WIIK โดยนาย วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีรายได้รวมจำนวน 375.52 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 33.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 16.55
ในไตรมาสที่ 2/2564 รายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจาก ธุรกิจขายท่อในประเทศที่เพิ่มขึ้นจำนวน 18.07 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.59 รายได้จากธุรกิจติดตั้งท่อในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจำนวน 0.84 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 219.12 และรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการน้ำเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2563 จำนวน 5.62 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการผลิตน้ำให้โครงการอุตสาหกรรมชุมนุมทรัพย์ จังหวัดปทุมธานีของบริษัทย่อย
จากความเชี่ยวชาญและทักษะการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ล่าสุดบริษัทได้รับงานบริหารจัดการน้ำใหม่ 2 โครงการคือ ที่นิคมอุตสาหกรรม TFD 2 และที่โครงการจ้างผลิตน้ำประปาจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม จะเข้ามาสร้างผลการดำเนินงานที่มากขึ้นให้กับกลุ่มบริษัทตั้งแต่ไตรมาส 3/3564 นี้ไป
ทั้งนี้ บริษัทมี Backlog งานในมืออยู่อีกกว่า 853.73 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อประมาณ 622.58 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการน้ำ (ส่วนที่รับรู้รายได้ภายใน 1 ปี) 231.15 ล้านบาท
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571