บลจ.กสิกรไทย คาดตลาดหุ้นจีนปรับลงชั่วคราว แนะเป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อถือยาวรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บลจ.กสิกรไทย คาดตลาดหุ้นจีนร่วงลงในระยะสั้น และยังคงเชื่อว่าจะปรับตัวขึ้นมาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเผย 'กองทุนหุ้นจีน' ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัททุกกองทุน ไม่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงเรียนกวดวิชา แนะนำผู้ลงทุนถือต่อเพื่อรอโอกาสเติบโต และมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยเข้าลงทุนเพิ่มเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในอนาคต

บลจ.กสิกรไทย คาดตลาดหุ้นจีนปรับลงชั่วคราว แนะเป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อถือยาวรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากมาตรการของรัฐบาลจีนที่เข้มงวดในการกำกับดูแลภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีการผูกขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้ควบคุมกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทำให้ตลาดหุ้นจีนผันผวนไปช่วงเวลาหนึ่ง และล่าสุดได้เข้ามาควบคุมกลุ่มโรงเรียนกวดวิชา (After-school Tutoring - AST) โดยเปลี่ยนให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีน A-shares และ H-shares ปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจและเรียกความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนกลับมา ทำให้ตลาดหุ้น A-shares และ H-shares ปรับขึ้น 1.5% และ 3.8% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 64)

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า สำหรับกองทุนหุ้นจีนภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.กสิกรไทยทุกกองทุน ไม่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาทั้ง TAL Education และ New Oriental Education แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อกองทุนหุ้นจีน โดยเฉพาะกองทุน K-CHINA, K-CHINA-SSF และ KCHINARMF จากการปรับตัวลงของตลาด อันเนื่องมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น Alibaba, Tencent และ Meituan ได้รับผลกระทบจาก Sentiment ของตลาดทั้งในรอบที่ผ่านมาและรอบล่าสุด อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนหลัก K-CHINA, K-CHINA-SSF และ KCHINARMF ยังคงเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ยุคดิจิตัล และสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของคนรุ่นใหม่ในจีนที่เปลี่ยนไป

"บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและการบริโภค ที่จะสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในระยะยาว อาทิ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ตามยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศให้ได้ถึง 70% ภายในปีค.ศ. 2025 กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2060 และกลุ่มสุขภาพ ที่รัฐบาลจีนต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการลงทุนและวิจัยเพื่อพัฒนายาและนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดของภาครัฐต่อการควบคุมการผูกขาดในธุรกิจอื่นๆ รวมถึงการระบาดหรือกลายพันธุ์ของโควิด-19 ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์บางส่วนได้" นายนาวินกล่าว

นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่มีกองทุนหุ้นจีนอยู่ในพอร์ตและยังต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นจีน แนะนำให้เข้าลงทุนเพิ่มได้ แต่หากพอร์ตมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นจีนที่มากพออยู่แล้ว แนะนำให้ถือต่อไปเพื่อรอโอกาสตลาดปรับขึ้น นอกจากนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่ยังไม่เคยมีกองทุนหุ้นจีนอยู่ในพอร์ต จังหวะนี้ถือเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน /ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / กองทุน K-CHINA มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ / กองทุน K-CHINA-SSF และ KCHINARMF มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนมิได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนจึงอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

KTAM เปิดมุมมองกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2026 แนะจัดพอร์ตสมดุลรับเทรนด์ AI Supercycle

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งแรกของปีต้องเผชิญกับภาวะการเติบโตที่แยกทางกันอย่างชัดเจน โดยสหรัฐฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้ดีกว่าคาด ขณะที่ยุโรปฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ และจีนยังคงเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างในภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกต่างชะลอตัวลงเข้าใกล้กรอบเป้าหมายของธนาคารกลางหลัก อีกทั้งยังเริ่มเห็นแรงกดดัน

บลจ.อีสท์สปริง เสิร์ฟเทอมฟันด์ต่างประเทศ 6 เดือน สกุลดอลลาร์สหรัฐ ประมาณการผลตอบแทนสุทธิ 3.43% ต่อปี เปิดขายครั้งแรกครั้งเดียว วันนี้-12 มิ.ย. 69 นี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ 6M1 USD (ES-FGOVUSD6M1) อายุ 6 เดือน...

BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 1... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 11/26' วันที่ 8-12 มิ.ย. 2569 — BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 11/26 หรือ Bualuang Thanarat 11/26 เน้นลง...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ He... BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.200 บาท วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริ...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ He... BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.28 บาท วันที่ 18 มิ.ย. นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลั...