ม.มหิดล นำทีมเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (RUN) ศึกษาวิจัยอุบัติการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อดื้อยาเชิงลึกระดับโมเลกุล เตรียมขยายผลสู่นโยบายระดับชาติ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล นำทีมเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (RUN) ศึกษาวิจัยอุบัติการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อดื้อยาเชิงลึกระดับโมเลกุล เตรียมขยายผลสู่นโยบายระดับชาติ

ม.มหิดล นำทีมเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (RUN) ศึกษาวิจัยอุบัติการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อดื้อยาเชิงลึกระดับโมเลกุล เตรียมขยายผลสู่นโยบายระดับชาติ

ปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยานับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใดๆ ที่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อดื้อยา องค์การสหประชาชาติ (UN) คาดว่าในปีพ.ศ.2593 ซึ่งไม่ถึง 30 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาทั่วโลกปีละกว่า 10 ล้านคน และเกือบครึ่งหนึ่งของอัตราผู้เสียชีวิตจะเป็นประชากรในทวีปเอเชีย

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการวิจัยการศึกษาอุบัติการณ์เชื้อดื้อยา เครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (Research University Network - RUN) คลัสเตอร์สุขภาพ กล่าวว่า "เชื้อแบคทีเรีย" เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งของโรคติดเชื้อดื้อยาในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น2 ประเภท คือ "แบคทีเรียแกรมบวก" และ "แบคทีเรียแกรมลบ" ซึ่งอาจแบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับต้นซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดื้อยา หรือดื้อยาระดับต่ำที่สามารถรักษาด้วยยาที่มีใช้ทั่วไป ระดับกลาง ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียดื้อยาระดับสูงที่ต้องใช้ยารักษาเฉพาะโรคซึ่งมีราคาแพงและอาจหาไม่ได้โดยทั่วไป และระดับสูง ซึ่งเป็นเชื้อที่ดื้อยาเกือบทุกชนิด หรือทุกชนิด ทำให้อาจไม่มียาใดรักษาได้ โดยปัจจุบันพบว่ามีการกลายพันธุ์ที่ทำให้เชื้อดื้อยารุนแรงในระดับสูงขึ้น และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก จนเรียกได้ว่าเป็น "Pandemic" หรือ การระบาดของโรคติดเชื้อดื้อยาไปแล้ว

ในปัจจุบัน ปัญหาเชื้อดื้อยาได้รับความสนใจมากขึ้น แต่อาจยังไม่มีแนวทางการป้องกันแก้ไขที่ชัดเจน ทำให้ควบคุมปัญหาได้ยาก มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะแกนนำคลัสเตอร์สุขภาพ ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (Research University Network) หรือ RUN ได้ร่วมกับอีก 6 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ทำการศึกษาอุบัติการณ์ของเชื้อดื้อยาร่วมกับโรงพยาบาลจากทั่วประเทศรวม 43 แห่ง โดยหวังผลให้มีการขยายผลสู่นโยบายระดับชาติต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน กล่าวต่อไปว่าการศึกษาวิจัยนี้ได้สำรวจอุบัติการณ์เชื้อดื้อยาอย่างจริงจังและลึกซึ้งถึงในระดับโมเลกุลเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการศึกษาข้อมูลจากแบคทีเรียเกือบสองแสนชนิด จนได้ข้อมูลที่ทำให้ทราบถึงอุบัติการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทยว่าแบคทีเรียที่พบแต่ละชนิดมียีนดื้อยาอะไรที่จะนำไปสู่การศึกษาต่อยอดเพื่อหาแนวทางยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดื้อยาที่สามารถลดระดับความรุนแรง รวมทั้งจะสามารถขยายผลสู่การวางแผนการใช้ยาต้านจุลชีพภายในโรงพยาบาล ตลอดจนจัดสรรงบประมาณทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อเยียวยาปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของชาติได้อย่างเหมาะสมต่อไป โดยผลวิจัยนี้ได้รับการตอบรับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำระดับนานาชาติอีกด้วย

"อุปสรรคสำคัญของปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยาในประเทศไทยคือ ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้ยาต้านจุลชีพ หรือ "ยาฆ่าเชื้อ" ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถใช้รักษาได้ทุกโรค ต้องใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และหากใช้โดยไม่มีความจำเป็น อาจเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เชื้อมีการกลายพันธุ์ เป็นเชื้อดื้อยาระดับสูง ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ถึงแม้จะมีข้อมูลและแนวทางอย่างจริงจังเพียงใด อาจสูญเปล่าหากทุกคนยังไม่มีความตระหนักถึงเรื่องปัญหาโรคติดเชื้อดื้อยาเท่าที่ควร" ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน กล่าวทิ้งท้าย

สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม  นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)

ภาพประกอบออกแบบโดย วรรณพร ยังศิริ นักวิชาการสารสนเทศ

งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210


ข่าวมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ+องค์การสหประชาชาติวันนี้

ภาพข่าว: ไทยพาณิชย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเบต้า เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก สนองนโยบายรัฐบาล เปิดตัวโครงการ “KU Go Green”

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทเบต้า เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ เพื่อทดแทนการใช้รถโดยสารแบบเดิม สนองนโยบายรัฐบาล สอดคล้องกับโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ "Green University" เนื่องจากในปัจจุบันโลกเรากำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming อันเนื่องมาจากปรากฏการเรือนกระจกหรือ Greenhouse Effect ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ที่มีการศึกษาทดลอง

“ต่อไปนี้งานวิจัย จะไม่ได้อยู่แต่บนหอคอย ... มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ : ก้าวสู่อนาคตด้วยการวิจัย — “ต่อไปนี้งานวิจัย จะไม่ได้อยู่แต่บนหอคอย ” ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย บ...

รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชา... จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ๋งช่วยคิดโครงการน้ำแลกป่า — รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เ...

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน "มอบทุนวิจัย และนำแสดงผลงานวิจัยมูลนิธิกระจกอาซาฮี"

ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สองที่ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิกระจกอาซาฮีให้ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัย ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ...

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงานมอบทุนวิจัยและ นำแสดงผลงานวิจัยมูลนิธิกระจกอาซาฮี

ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สองที่ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิกระจกอาซาฮีให้ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัย ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ...

ภาพข่าว: มอบรางวัลงานวิจัยดีเด่นแบบบรรยาย ในงานประชุมสุดยอดมหาวิทยาลัยวิจัย

วันที่ 8พฤษภาคม 2556 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้มีการจัดการประชุมสุดยอดมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 2 The Second Thailand National Research Universities Summit : NRU...

สุดยอดมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 2

เนื่องด้วยสำนักบริหารโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 แห่ง ได้แก่ 1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 4.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่...