KWM ชงข่าวดีรับไฮซีซั่น ส่งซิกออเดอร์การเกษตรทะลัก จ่อปักธง เจาะตลาด CLMV - เล็งยื่นไลเซ่นส์โรงสกัดกัญชง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บมจ. เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค (KWM) ขานรับไฮซีซั่น คนเมืองแห่กลับภูมิลำเนา ทำการเกษตร หนุนออเดอร์ผลิตและยอดขายอุปกรณ์การเกษตร ช่วงต้นปี 64 โตทะลักต่อเนื่อง เตรียมผุดสินค้าใหม่ ภายใต้ "Pegasus" ผนึกพันธมิตรเจาะตลาด CLMV ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทยสู่ระบบโมเดิร์นฟาร์ม มั่นใจปั้นรายได้ปี64 โตไม่ต่ำกว่า 15% พร้อมจ่อยื่นขอไลเซ่นส์โรงสกัดกัญชงและกัญชา ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และกลุ่มการแพทย์

KWM ชงข่าวดีรับไฮซีซั่น ส่งซิกออเดอร์การเกษตรทะลัก จ่อปักธง เจาะตลาด CLMV -  เล็งยื่นไลเซ่นส์โรงสกัดกัญชง

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้นำในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรและ มีประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมเครื่องกล และผู้นำในการผลิตเครื่องสกัดสารสกัดจากพืชสมุนไพร เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมธุรกิจในขณะนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยด้านฤดูกาลเพาะปลูกของภาคการเกษตร ประกอบกับสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ประชากรคนในเมืองส่วนใหญ่ตัดสินใจย้ายกลับเข้าไปทำอาชีพภาคการเกษตรในภูมิลำเนาตามต่างจังหวัด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เร่งผลักดันการเติบโตของยอดขายสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าภาพรวมผลประกอบการปี 2564 มีแนวโน้มอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้อยู่ที่ 355.06 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการเติบโตของยอดขายสินค้าทั้ง 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วยสินค้าการเกษตรที่ผลิตให้กับกลุ่มบริษัทการเกษตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แบรนด์ "ตราช้าง" คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 80% ของรายได้รวม รวมถึงสินค้าภายใต้แบรนด์ "Pegasus" ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเองที่ผลิตอุปกรณ์การเกษตร เช่น ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 20% ของรายได้รวม

ปัจจุบันบริษัทฯมีแผนเพิ่มสินค้าอุปกรณ์การเกษตรรูปแบบใหม่ๆภายใต้แบรนด์ "Pegasus" เพื่อต้องการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและยังเป็นส่วนช่วยเสริมศักยภาพทำกำไรในอนาคตให้ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาขยายสินค้าเข้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยจะนำร่องกลุ่มประเทศกลุ่ม CLMV ซึ่งจะเป็นลักษณะการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเครือข่ายและช่องทางการจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์การเกษตรในประเทศกลุ่ม CLMV เบื้องต้นคาดว่าแผนการขยายตลาดต่างประเทศน่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2565

"จากความมุ่งมั่นอย่งหนักในการพัฒนา และผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรมากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังเล็งเห็นโอกาสการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของเกษตรกรโดยการนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาช่วยทำงานในไร่ ซึ่งจะช่วยลดแรงงานคนที่ขาดแคลน ยังช่วยลดขั้นตอน และเวลาการทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสู่การนำระบบโมเดิร์นฟาร์มมาใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรของบ้านเราได้ ซึ่งคาดว่าจะมีการต่อยอดธุรกิจดังกล่าวในต้บริษัทย่อยในอนาคตได้อีกด้วย"

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงนี้แนวโน้มราคาเหล็กที่เป็นต้นทุนวัตถุดิบการผลิตหลักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ด้วยนโยบายและการวางกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง จึงไม่ได้กังวลกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากบริษัทฯสามารถเจรจาขอปรับขึ้นราคาสินค้ากับคู่ค้าได้ในทุกๆไตรมาส ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้ง 2 โรงงาน ประกอบด้วยโรงงานแห่งที่ 1 ได้รับการลดหย่อน 50% ไปจนถึงปี 2566 และโรงงานแห่งที่ 2 ได้รับการลดหย่อนเต็มจำนวนถึงปี 2569 ซึ่งภายหลังจากนี้มีแผนย้ายสายการผลิตส่วนใหญ่มายังโรงงานแห่งที่ 2 ที่ได้รับประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องช่วงระยะ 5 ปี ทำให้ภาพรวมตลอดทั้งปี 2564 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะยังรักษาความสามารถทำกำไรได้เป็นอย่างดี และยังส่งผลบวกต่ออัตรากำไรที่ดีระยะยาวด้วย

"แม้ว่าแผนเดิมบริษัทฯ จะต้องย้ายสายการผลิตส่วนใหญ่ไปโรงงานแห่งที่ 2 ภายในครึ่งปีแรก แต่ด้วยปริมาณออดเดอร์การผลิตอุปกรณ์การเกษตรที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้วันนี้ยังมีความจำเป็นต้องใช้สายการผลิตเต็มที่ของโรงงานทั้ง 2 แห่งไปก่อน แต่เนื่องด้วยโรงงานแห่งที่ 2 ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มจำนวนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านศักยภาพทำกำไรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง"

สำหรับความคืบหน้าแผนขยายเข้าสู่ธุรกิจกัญชงและกัญชานั้น ปัจจุบันบริษัทฯ มีความสนใจยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานสกัดกัญชงและกัญชาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเป็นการดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานสกัดกัญชงและกัญชงในการต่อยอดพัฒนาเพื่อวิจัยในการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ใช้ทางการแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพหลายราย อาทิ ความร่วมมือกับ บริษัท เอ็น.อี.เฮมพ์ จำกัด (N.E.Hemp) เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบเพาะปลูกและพัฒนาสายพันธุ์เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบคุณภาพที่มีสาร THC และ CBD ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน อย.ที่กำหนดไว้ในข้อกฎหมาย

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแนวทางจัดตั้งบริษัทย่อยอีก 1 แห่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรต่อยอดประกอบธุรกิจโรงงานสกัดสารประเภทอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกัญชงและกัญชา โดยจะมุ่งเน้นสารสกัด ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร เพื่อนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางเป็นหลักตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ


ข่าวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร+เอกพันธ์ วนโกสุมวันนี้

Vega โชว์ศักยภาพผู้ผลิต OEM ไทย ร่วมออกบูธ Cosmoprof CBE ASEAN 2026

นางสาวมนัชญา เตชะเวชเจริญ กรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นางสาววรินทรา เตชะเวชเจริญ กรรมการบริหารฝ่ายการเงิน บริษัท VEGA NATURAL COMPANY LIMITED หรือ Vega ผู้ให้บริการรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร ร่วมออกบูธในงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ครั้งที่ 5 ที่ผ่านมาเพื่อแสดงศักยภาพด้านการผลิตและนวัตกรรมของบริษัทสู่ผู้ประกอบการและพันธมิตรธุรกิจจากนานาประเทศ โดยบูธของ Vega ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความ

บริษัท ดีไซซีพ เทคโนโลยี โปรดักส์ จำกัด ผ... Demosana แท็กทีม "ฟอส-บุ๊ค" เสิร์ฟความฟิน พร้อมสุขภาพดี ในงาน "Force & Book Lucky Fans" — บริษัท ดีไซซีพ เทคโนโลยี โปรดักส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่...

บริษัท ดีไซซีพ เทคโนโลยี โปรดักส์ จำกัด ซ... Demosana เสิร์ฟกระแส ดูแลสุขภาพง่ายๆ ได้ทุกวัน ประเดิมด้วยกิจกรรมแฟนมีต กับ ฟอส & บุ๊ค — บริษัท ดีไซซีพ เทคโนโลยี โปรดักส์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้...